Digiqole ad

จีนรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างไร?

 จีนรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างไร?

新华社照片,北京,2022年3月22日 国务院联防联控机制就时不我待、从严从实从细抓好疫情防控工作有关情况举行发布会 3月22日,国务院联防联控机制在北京召开新闻发布会,国家卫生健康委疾控局、国家卫生健康委医政医管局、疫情应对处置工作领导小组专家组负责同志和中国疾控中心流行病学首席专家出席,介绍时不我待、从严从实从细抓好疫情防控工作有关情况,并回答媒体提问。 新华社记者 张玉薇 摄

ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2021 เป็นต้นมา สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกได้เข้าสู่ช่วงรุนแรงของการแพร่ระบาดระลอกที่สี่ โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 10 ล้านรายต่อสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 10 สัปดาห์แล้ว ปัจจุบันการแพร่ระบาดยังคงอยู่ในขั้นรุนแรง

ภายใต้สถานการณ์โดยรวมเช่นนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้เป็นต้นมา ความถี่ของการระบาดในจีนเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และขอบเขตของการติดเชื้อขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชนิดของไวรัสส่วนใหญ่เป็นไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน

Advertisement

ข้อมูลสถิติระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 21 มีนาคมที่ผ่านมา ในแผ่นดินใหญ่ของจีนมีการรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 41,000 ราย การระบาดลุกลามครอบคลุม 28 เขตบริหารระดับมณฑล

การวิเคราะห์และตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ในขอบเขตทั่วโลกระลอกปัจจุบันกำลังอยู่ในระดับรุนแรง ทั้งยังจะไม่สิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้ ประเทศจีนจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในช่วงระยะเวลาเดียวกันอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การป้องกันและควบคุมโรคระบาดนับวันทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในโลกได้เลือกที่จะ “อยู่ร่วมกับโควิด-19” การที่จีนจะบริหารจัดการกับการระบาดที่ซัดกระหน่ำมาอย่างรุนแรงระลอกใหม่นี้อย่างไร จึงเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

ทีมนำสูงสุดของจีนตอบสนองอย่างทันท่วงที เมื่อวันที่ 17 มีนาคม คณะกรรมการประจำสำนักการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดการประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และวางนโยบายในการรับมือ โดยมีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนเป็นประธานการประชุมและกล่าวคำปราศรัยสำคัญว่า “ต้องยืนหยัดการถือประชาชนสำคัญที่สุดและการถือชีวิตสำคัญที่สุดโดยตลอด ยืนหยัดที่จะดำเนินการอย่างแม่นยำและถูกหลักวิทยาศาสตร์ ดำเนินการควบคุมให้เหลือศูนย์ เพื่อยับยั้งแนวโน้มการแพร่ระบาดและลุกลามของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด”

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม กลไกปฏิบัติงานเพื่อร่วมป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 แห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อตอบสนองประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคระบาด

การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากและสำคัญที่สุด

“ปัจจุบันกำลังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด” นายหมี่ เฟิง โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนกล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดยังคงหนักหน่วงและสลับซับซ้อน จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อยับยั้งแนวโน้มการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

นายเหลย เจิ้งหลง รองอธิบดีกรมป้องกันและควบคุมโรคของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดในทั่วประเทศอยู่ในขั้นรุนแรง การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดปรากฏลักษณะพิเศษที่มีความซับซ้อน หนักหน่วง และซ้ำซาก

โดยเฉพาะมณฑลจี๋หลิน สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กำลังอยู่ในระยะขาขึ้นในระดับสูง ตั้งแต่วันที่ 14 – 22 มีนาคม จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมณฑลจี๋หลินเกิน 1,000 รายต่อวันติดต่อกันเป็นเวลา 8 วันแล้ว การแพร่ระบาดส่วนใหญ่กระจุกตัวในเมืองจี๋หลินและเมืองฉางชุน ความเสี่ยงของการแพร่กระจายทางสังคมในทั้งสองเมืองนี้ยังคงมีอยู่

“หากมองจากทั่วโลก สถานการณ์โรคโควิด-19 ยังคงอยู่ในช่วงการระบาดใหญ่ ประเทศเรายังคงเผชิญกับความกดดันในการป้องกันการนำเข้าไวรัสโควิด-19 จากต่างประเทศ” นายเหลียง วั่นเหนียน หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญสังกัดทีมนำการปฏิบัติงานรับมือและบริหารจัดการสถานการณ์โรคระบาดของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนกล่าวว่า ในช่วงเวลาไม่นานที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศได้ปรากฏแนวโน้มที่เกิดโรคระบาดในหลายพื้นที่ในวงกว้างและบ่อยครั้ง การป้องกันการลุกลามภายในประเทศก็เป็นภารกิจที่สำคัญเช่นกัน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม กลไกปฏิบัติงานเพื่อร่วมป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 แห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้ส่งทีมตรวจตราไปยัง 10 เขตบริหารระดับมณฑลเพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโดยพิจารณาจากปัญหา พร้อมกันนี้ คณะทำงานที่จัดส่งโดยทีมอเนกประสงค์สังกัดกลไกปฏิบัติงานเพื่อร่วมป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 แห่งคณะรัฐมนตรีจีนจะปฏิบัติงานแนะแนวการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่ที่เกิดโรคระบาดต่อไป เพื่อตัดขาดการระบาดในชุมชนโดยเร็วที่สุด .

เหลียง วั่นเหนียนกล่าวว่า ประเทศจีนมีพื้นฐานและเงื่อนไขพร้อมในการควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์ เบื้องหน้าความกดดันจากการนำเข้าไวรัสโควิด-19 จากภายนอกและสถานการณ์การแพร่กระจายภายในประเทศที่ซับซ้อน ซ้ำซาก และหนักหน่วง ควรยืนหยัดแนวนโยบายหลักแห่งการควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์อย่างแน่วแน่ไม่สั่นคลอน

ยกระดับความแม่นยำการป้องกันและควบคุมการระบาดด้วยมาตรการต่างๆ

เพื่อยกระดับความแม่นยำและประสิทธิผลของการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นี้อีกระดับ กลไกปฏิบัติงานเพื่อร่วมป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 แห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆ  เช่น การออก “คู่มือปฏิบัติการจัดการตรวจทดสอบกรดนิวคลีอิกไวรัสโควิด-19 ในภูมิภาค (ฉบับที่สาม)”  การดำเนินกลยุทธ์ “การตรวจทดสอบแอนติเจน + กรดนิวคลีอิก”  การชี้นำท้องที่ต่างๆดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสนามให้ดี และอื่นๆ

“แก่นแท้ของความแม่นยำคือตัวอักษรจีนสี่คำ คือ รวดเร็วและได้ผล” เหลียง วั่นเหนียนกล่าวว่าต้องส่งเสริมให้ท้องที่ต่างๆใช้มาตรการป้องกันและควบคุมที่แม่นยำตามสภาพและเงื่อนไขที่แตกต่างกันของท้องถิ่น เพื่อใช้ต้นทุนขั้นต่ำสุดแลกมาซึ่งผลประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจสูงสุดในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ใน “คู่มือปฏิบัติการจัดการตรวจทดสอบกรดนิวคลีอิก” เวอร์ชันใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ได้เปลี่ยนขอบเขตการทดสอบกรดนิวคลีอิกจาก “ทุกคน” เป็น “บางพื้นที่”  โดยกำหนดไว้ว่าภายหลังเกิดการแพร่ระบาด เมืองต่างๆซึ่งรวมถึงเมืองขนาดใหญ่พิเศษที่มีประชากรถาวรในเขตเมืองมากกว่า 10 ล้านคน ควรดำเนินการตรวจกรดนิวคลีอิกในพื้นที่กำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนขนาดของพื้นที่ทำการตรวจนั้นให้กำหนดตามความต้องการของการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มณฑลจี๋หลินได้ใช้มาตรการ “การตรวจแอนติเจน + กรดนิวคลีอิก” ซึ่งได้รับประสบการณ์ที่ค่อนข้างดี เหลียง วั่นเหนียนแนะนำว่า การใช้มาตรการตรวจกรดนิวคลีอิกและแอนติเจนร่วมกันนั้น ช่วยให้ขีดความสามารถในการตรวจทดสอบเข้มแข็งยิ่งขึ้น ขอบเขตการตรวจทดสอบกว้างยิ่งขึ้น และความเร็วในการค้นพบบุคคลที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อเร็วยิ่งขึ้น เขาเน้นว่าผลบวกจากการทดสอบแอนติเจนยังไม่สามารถวินิจฉัยผู้ติดเชื้อได้  ต้องทำการทดสอบกรดนิวคลีอิกอีกครั้งเพื่อยืนยันผล

เพื่อชี้นำท้องที่ต่างๆดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสนามได้ดียิ่งขึ้น กลไกปฏิบัติงานเพื่อร่วมป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 แห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้ออกระเบียบว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารจัดการโรงพยาบาลสนาม โดยกำหนดให้แต่ละมณฑลต้องมีโรงพยาบาลสนามอย่างน้อย 2 – 3 แห่ง

“ปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงพยาบาลสนามที่สร้างเสร็จแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างรวม 33 แห่ง กระจายอยู่ใน 19 เมือง ใน 12 เขตบริหารระดับมณฑล มีจำนวนเตียงรวม 35,000 เตียง” นางเจียว หย่าฮุย อธิบดีกรมบริหารการแพทย์และโรงพยาบาลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแนะนำว่า โรงพยาบาลสนามที่สร้างเสร็จแล้วกำลังขยายบทบาทในการรับรักษาผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือผู้ป่วยที่ไม่รุนแรงได้อย่างรวดเร็ว

รักษา “ฐานที่มั่นแนวหน้า” การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

การป้องกันและควบคุมโรคระบาดในชุมชนเป็นพื้นฐานและ “ฐานที่มั่นแนวหน้า” ของการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19

เหลียง วั่นเหนียนแนะนำว่า ในช่วงเวลากว่า 2 ปีนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นต้นมา การป้องกันและควบคุมโรคระบาดในชุมชนได้แสดงบทบาทที่สำคัญ แต่ก็ควรสังเกตด้วยว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การป้องกันและควบคุมในชุมชนก็ได้ปรากฏช่องโหว่บางประการ ซึ่งมีการแสดงออกที่สำคัญดั่งเช่น การขาดความระมัดระวังทางความคิดและจิตสำนึก การขาดตกบกพร่องในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุม การขาดความแม่นยำที่เพียงพอในการดำเนินมาตรการบริหารจัดการ ควบคุมและเข้าแทรกแซงการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ของชุมชน โดยมัก “จัดการปัญหาแบบตายตัว” หรือ “ให้น้ำแบบปล่อยท่วม”

“ในกระบวนการดำเนินการป้องกันโรคระบาดในชุมชนนั้น ต้องเน้นหนักในเรื่องความอบอุ่น ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน” เหลียง วั่นเหนียนกล่าวว่า ต้องยกระดับความตระหนักรู้ในความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในชุมชนอย่างแท้จริง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบระดับชุมชนอย่างแน่นหนา ตลอดจนเสริมสร้างมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด การประชาสัมพันธ์นโยบาย และการฝึกอบรมบุคลากรด้านการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในชุมชน

เหลียง วั่นเหนียนกล่าวว่า เมื่อเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดที่ซับซ้อนและหนักหน่วง ประชาชนทุกคนก็ต้องขจัดความคิดเสี่ยงโชคและความประมาท หลีกเลี่ยงการเกิดความเข้าใจผิด เช่น การประเมินอันตรายของสายพันธุ์โอมิครอนต่ำไป

การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างแข็งขันเป็นวิธีที่ได้ผลในการป้องกันโรคระบาดส่วนบุคคล ข้อมูลระบุว่านับถึงวันที่ 21 มีนาคม ปี 2022 จำนวนผู้ที่เสร็จสิ้นกระบวนการฉีดวัคซีนครบโดสในประเทศจีนรวมแล้วเกิน 1,240 ล้านคน คิดเป็น 87.98% ของประชากรทั่วประเทศ

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)

Advertisement
Facebook Comments

Related post