หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2021 เมื่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ หลายฝ่ายคาดหวังว่านโยบายต่างประเทศของอเมริกาจะผ่อนคลายลงหลังผ่านยุคดุเดือดของโดนัลด์ ทรัมป์ 1.0 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม ไบเดนเลือกที่จะสานต่อและยกระดับมาตรการ “สกัดกั้นจีน”ในมิติที่รอบด้านยิ่งกว่าเดิม นั่นคือจุดเริ่มต้นจากการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ “ชิปประมวลผลขั้นก้าวหน้า”และซอฟต์แวร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ เพราะสหรัฐฯ มองว่าจีนกำลังไล่กวดอย่างรวดเร็วในสนามเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจและความมั่นคงในศตวรรษที่ 21 ยิ่งเมื่อเห็นจีนประกาศเป้าหมายปี 2025 ก้าวสู่ผู้นำระดับโลกด้านงานวิจัย AI รวมถึงให้ AI เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ และเมื่อถึงปี 2030 จีนจะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม AI ของโลก สหรัฐอเมริกาที่นิ่งนอนใจมานานจนจีนวิ่งไล่มายืนหายใจรดต้นคอจึงมิอาจนิ่งเฉยอีกต่อไป มาตรการของไบเดนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การห้ามบริษัทอเมริกันส่งออกเทคโนโลยีให้จีนเท่านั้น แต่ยังโน้มน้าวพันธมิตร เช่น ญี่ปุ่น […]
เข้าใกล้วันที่ 29 สิงหาคม มากเท่าไร หลายคนที่จับตาเฝ้าดู ประเด็นร้อนทางการเมือง อย่าง กรณีคลิปเสียงพูดคุย ระหว่าง นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับ อังเคิล …ก็ต้องหัวใจเต้นระรัว พร้อมลุ้นระทึกกันว่า ผลวินิฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ จะออกมาอย่างไร หลังจากที่มีการเลื่อนการพิจารณา ออกไปแล้วถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติภารกิจ …จะสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่…ตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด จนกว่าจะมีคำตัดสินออกมา แม้จะยังไม่มีคำวินิจฉัยใดๆ ออกมา แต่ก็มีหลายฝ่าย ออกมาเรียกร้องให้ “นายกฯ แพทองธาร” ลาออกจากตำแหน่ง แล้วเฟ้นหานายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน …เนื่องจาก มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น […]อ่านต่อ...
ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี แม้จะมีภาพเป็น“เมืองชายขอบ”อยู่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร มีประชากรอยู่อาศัยตามรายงานของเทศบาลจำนวน 22,085 คน แต่ถ้านับรวมประชากรแฝงที่มีทั้งนักศึกษา ลูกจ้างคนงานไทยและต่างด้าว พ่อค้าแม่ค้า ข้าราชการ ฯลฯ อาจจะมากเกือบเท่าตัว ทั้งนี้เพราะหลักหกมีแรงดึงดูดหลัก อาทิ หมู่บ้านเมืองเอก ที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 3,000 ครัวเรือน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยรังสิต มีคอนโดมิเนียมจำนวนมาก มีสนามกอล์ฟ 2 สนาม มีร้านค้าร้านอาหารจำนวนมาก มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อหลายพื้นที่ ใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข(โทลล์เวย์) ใกล้สนามบินดอนเมือง และมีสถานีรถไฟฟ้าหลักหกเป็นทางเลือกในการเดินทาง หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่คือ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก โดยคนปัจจุบันที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 คือนายศักดิ์พิชัย ขุนศรี หรือ “นายกไฝ”ที่คนในพื้นที่คุ้นปาก นายศักดิ์พิชัยกล่าวว่าเป้าหมายการทำงานในวาระ […]อ่านต่อ...
แม้วันนี้ ผลการประชุม GBC จะบรรลุผลสำเร็จไปด้วยดี มีการยอมรับเงื่อนไข การหยุดยิง 13 ข้อ รวมถึง สถานการณ์สู้รบ บริเวณชายแดน กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง ขณะที่ประชาขน ที่เข้ามาอยู่ใน ศูนย์อพยพฯ เริ่มกลับเข้าสู่บ้านเรือนขจองตัวเอง แล้ว ก็ตาม แต่นั่น ก็ไม่ได้หมายความว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนระหว่าง ไทย และ กัมพูชา จะกลับมาสู่สถานการณ์ปกติ เหมือนที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ …กลิ่นเหม็น จากซากศพ ของทหารประเทศข้างบ้านยังคงส่งกลิ่นโชย ข้ามมาฝั่งไทย ไม่หยุดหย่อน เสียงสุนัขเห่าหอน ตลอดค่ำคืน ที่เกิดขึ้นมานานนับสัปดาห์… เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ที่เชื่อว่า อังเคิล น่าจะยังมีแผนอะไรอีกแน่นอน โดยเฉพาะ ความพยายาม ในการออกมาโพสต์ข้อความเรียกร้อง ที่ชวนน่าหัวเราะ เหมือนเป็นการเบี่ยงประเด็นความสนใจ ของคนไทย ตลอดจน การสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ บริเวณขายแดน ที่เหมือนมีการเสริมกำลังพล เข้ามาอยู่เรื่อยๆ ที่เหมือนมีนัยยะบางอย่างแฝงอยู่ ยิ่งล่าสุด มีรายงานเปิดเผยว่า ทหารไทย เหยียบกับระเบิด บนเส้นทางลาดตระเวน […]อ่านต่อ...
เขากระโดงเป็นที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,083 ไร่ เป็นที่หลวงที่จัดสรรไว้เพื่อรองรับกิจการรถไฟในอดีตและสามารถพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของภาคอีสานตอนล่าง แต่ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา กลับพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกจากหลายฝ่าย ตั้งแต่ประชาชนในพื้นที่ นายทุนท้องถิ่นและต่างถิ่น ไปจนถึงนักการเมืองระดับประเทศที่เข้าครอบครองแสวงหาประโยชน์ส่วนตนในรูปแบบต่างๆทั้งโดยทางตรงแบบเปิดเผยและผ่านนอมินี ปี 2498 การรถไฟฯ ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน 5,083 ไร่ บริเวณเขากระโดง ว่าเป็นที่ดินของการรถไฟ ซึ่งประกาศไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปี 2513 นายชัย ชิดชอบ อดีตนักการเมืองดัง บิดาของนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าไปทำกิน ตกลงเช่าที่ดินการรถไฟ แต่ภายหลังมีการออกโฉนดที่ดิน ปี 2522 […]อ่านต่อ...
บอกเลยว่า แม้วันนี้ การสู้รบกันบริเวณชายแดนไทย และกัมพูชา จะเบาบางลงไปแล้ว แต่สำหรับ การปะทะคารมกันในโลกโซเชียลไทย และ กัมพูชา ยังคงคุกรุ่น อย่างต่อเนื่อง …โดยเฉพาะ เรื่องราวของ นางงามข้างบ้าน ที่ปากแจ๋ว ปากดี ด่ากราดคนไทย ราวกับปืนกรน ด้วยการอ้างว่า เป็นเพราะประเทศไทย ไปด้อยค่า คนของประเทศข้างบ้าน ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ 2 นางงามตัวตึง … โดยล่าสุด องค์กรนางงามชื่อดัง ก็ได้ประกาศสั่งปลดฟ่าผ่า 1 ใน 2 นางงามข้างบ้านเป็นที่เรียบร้อย เป็นเหมือนการเชือดไก่ ให้ลิงดู ขณะที่อีกหนึ่งนางงาม ก็ไม่รู้สึกรู้สา ยังคงรัวลิ้น ด่ากราดคนไทย ที่ดูเหมือนจะลามไปถึง บอสใหญ่ เจ้าของเวทีนางงาม อีกด้วย งานนี้ ทำเอา เวทีนางงามระดับอินเตอร์ ร้อนเป็นไฟ กันเลยทีเดียว จะว่าไปแล้ว การประกาศปลด นางงามดังกล่าว ไม่ใช่เพราะว่า เรื่องของความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ แต่สาเหตุหลักเลย มาจาก […]อ่านต่อ...
ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาจากการปลุกปั่นยั่วยุจนบานปลายกลายเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายนั้น นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่แค่ปัญหาความมั่นคงของสองประเทศเพื่อนบ้าน หากแต่สะท้อนถึงความซับซ้อนทางการเมืองในระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่แม้จะ “หยุดยิง”กันแล้วแต่ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้นลึกกว่าที่เห็น ไกลกว่าที่คิด การสร้างสถานการณ์ชายแดนในลักษณะคนไทยรู้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “สูตรสำเร็จ” ของตระกูลฮุนที่นำมาใช้แล้วหลายครั้ง ป้ายสีประเทศไทยเป็นศัตรูทางการเมืองเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ การว่างงานพุ่งสูง และแรงกดดันจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในประเทศ ซึ่งกำลังรุกคืบผ่านช่องทางออนไลน์และแรงสนับสนุนจากรัฐบาลพลัดถิ่นในต่างประเทศ การเปิดฉากปะทะกับไทยจึงเสมือน “จุดไฟ” ให้อารมณ์ชาตินิยมของประชาชน เพื่อกลบเสียงวิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบัน เจตนาของผู้นำกัมพูชานั้นอ่านไม่ยากว่าพยายามจะลากไทยเข้าสู่เกมการเมืองระหว่างประเทศ โดยอาศัยภาพลักษณ์ของ “ประเทศเล็กถูกรังแก” สร้างสถานการณ์เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากเวทีโลก รวมถึงศาลโลกที่เคยพิพากษาคดีเขาพระวิหารในอดีต เพื่อยื้อข้อพิพาทพรมแดนให้ยืดเยื้อและหาประโยชน์ทางการทูต คำถามที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้สังเกตการณ์ทั้งในและต่างประเทศคือ เหตุใดวันนี้กัมพูชาจึงกล้าเปิดฉากรบกับประเทศไทย ทั้งที่รู้ดีว่า “ศักยภาพทางทหาร” ของกัมพูชาไม่อาจเทียบเท่ากองทัพไทยได้เลย ทั้งจำนวนกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีทางการทหาร […]อ่านต่อ...
จากเหตุการณ์ ปะทะกัน ตามแนวชายแดน ตั้งแต่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ก่อนขยายไปถึงจังหวัดตราด ซึ่งกองทัพกัมพูชา เรียกว่า ยังคงคุกรุ่น มาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ กองทัพอังเคิล เปิดฉาก ยิงปืนใหญ่เข้ามายังฝั่งไทย จนทำให้ ประชาชน ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย รวมถึง ทำลายทรัพย์สิน และสร้างความเสียหาย ให้กับโรงพยาบาล และ ปั๊มน้ำมัน รวมไปถึง ร้านสะดวกซื้อ อีกหลายแห่ง …การยิงอาวุธหนักเข้าใส่ เป้าหมายที่เป็น พลเรือนฝั่งประเทศไทย ของทหารอังเคิล ถือเป็นการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงสูงสุดตามธรรมนูญกรุงโรม ที่อังเคิลรู้ดีว่า ประเทศของตัวเองก็ เป็นรัฐภาคีตามธรรมนูญดังกล่าว… คำสั่งทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นการกระทำของทหารเอง แต่เป็นการกระทำจากคำสั่งของ อังเคิล และลูก นั่นเอง ซึ่งวันนี้ ทางกองทัพไทย ก็ได้ออกมาเรียกร้อง ต่อองค์กรโลก นำตัว 2 อังเคิล และลูก มาลงโทษ ในฐานะที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว […]อ่านต่อ...
เขมร เป็นคนที่โง่แกมโกง ขอโทษด้วยที่ผมต้องเปิดฉากก็ตะลุมบอนเลย ในที่นี้ผมขอละใว้กับคนเขมรที่ดี มีความเข้าใจที่ถูกต้อง คนคือคน อยู่ที่ความคิดอ่าน เกิดจากโอกาส ที่สมองของเขารับช่องทางไหน ผมอยากจะสมเพชว่า คนเขมร มีช่องทางให้เลือกได้น้อยมาก เพราะเขาอยู่ในสังคมที่ไม่ดี เหมือนคนเกาหลีเหนือ ถูกปิดหูปิดตา มาชั่วนาตาปี ทุกวันนี้ ไม่มีสิ่งไดเลยที่จะดึงคนพวกนี้ ให้มีอารยธรรม ความคิดความอ่าน ที่คบกันกับเพื่อนบ้านต่างแดน ต้องถือว่าเขมรโชคดีขนาดมาก ที่มีเพื่อนบ้านเป็นชาวไทย ไม่ได้หลงตัวเองที่เป็นไทย เอาไหมละ พวกมึง มีเพื่อนบ้านห่วยแตก อย่างยีเมน หรืแแม้กระทั่งพม่า หรือคองโก เวเนซุเอลา โคลอมเบีย กู คงมีทางให้เลือกจนกล่าวถึงไม่ครบ กูไม่อยากจะพูดว่า เขมร มึงโชคดีแล้วที่มีเพื่อนบ้านอย่าง คนไทยถ้าไทยคือประเทศฉบับนรกเหมือนมึง ป่านนี้มึงจะไม่มีวันนี้ พูดตรง ๆ นะ พวกมึงเป็นประเทศที่ล้าหลัง การศึกษาที่อ่อนแอกับประชากรของมึง ทำให้มึงมีผู้นำโคตรโง่ ที่มึงไม่รู้ตัว มึงโง่มาก ที่คิดจะมีความระหองระแหง กับประเทศไทย มึงเสียสติหรือไง งานนี้ มึงจะต้องจดจำไปอีกนาน จนกว่าไอ้ผู้นำที่ไร้จริยธรรม ต่อพวกมึงนะ ไอ้ฮุนเซนไม่ไช่หรือที่มันฆ่าพวกมึงกันเองเป็นล้าน […]อ่านต่อ...
เส้นตายครั้งสุดท้าย(แต่อาจจะไม่ท้ายสุด)ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขีดเส้นกับนานาประเทศในการเจรจา “ภาษีตอบโต้” ทางด้านการค้าคือวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ซึ่งการพลิกนโยบายการค้าของมหาอำนาจที่เอาแต่ได้เนื่องจากต้องการให้ “อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ทำเอาชาวโลกปั่นป่วน รวมทั้งประเทศไทยเราเองที่ได้รับจดหมายขู่กรรโชกว่าจะเจออัตราภาษี 36% หากไม่เสนอ “สิ่งที่ข้าต้องการ” ก่อนหน้านี้หลายประเทศได้เจรจาภาษีกับสหรัฐฯไปได้แล้ว เช่น สหราชอาณาจักรชาติที่ใกล้ชิดสนิทสนม ประเทศจีน(มีข้อตกลงเบื้องต้นสหรัฐเก็บภาษี 30% จีนเก็บ10% แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องเจรจาเพิ่มโดยทรัมป์กำหนดเส้นตายใหม่วันที่ 12 สิงหาคม) ประเทศญี่ปุ่นที่ทรัมป์โม้ว่าสามารถบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์โดยสหรัฐฯลดภาษีให้จากที่ขู่เอาไว้ 25% เหลือ 15% แลกกับญี่ปุ่นจะลงทุน 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในอเมริกา และการยอมเปิดตลาดให้แก่รถยนต์ รถบรรทุก ข้าว สินค้าเกษตรบางประเภท ฯลฯจากอเมริกา ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศเวียดนามซึ่งอดีตเคยทำสงครามกันยาวนานแต่ปัจจุบันสหรัฐฯคือตลาดใหญ่ของเวียดนามที่รีบเข้าไปเจรจาแต่หัววันและยอมตกลงภาษีตอบโต้ […]อ่านต่อ...
