ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตภายใต้โครงการ “ธ.ก.ส. ครบรอบ 60 ปี 1 ล้านซีซี 1 ล้านบาท” เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา ควบคู่กับการส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมปริมาณโลหิตจาก พนักงานทั่วประเทศอย่างน้อย 1 ล้านซีซี จากการจัดกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง สมทบทุนจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อนำไปบริจาคสร้างโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ ประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลที่สะดวก รวดเร็วและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มปริมาณสำรองในคลังโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อใช้สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วน ทั้งกรณีประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัด รวมถึงกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ ธ.ก.ส. ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมากว่า 13 ปี เพื่อให้ผู้บริหาร พนักงาน และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความต้องการรับโลหิต ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตครั้งนี้มีจำนวนผู้ลงทะเบียนร่วมบริจาคโลหิต 239 รายคิดเป็นปริมาณโลหิต 213 ยูนิต หรือ 85,200 […]
สภา กทม. ถกเดือดแก้ข้อบังคับการประชุม ลดสัดส่วนกรรมการวิสามัญที่ผู้ว่าฯ กทม. มีสิทธิเสนอชื่อ จากไม่เกินกึ่งหนึ่งเหลือไม่เกินหนึ่งในสี่ “ไม้–วิพุธ ศรีวะอุไร” ส.ก. เขตบางรัก ทีมคนทำงาน คัดค้าน หวั่นกระทบความคล่องตัวในการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ชี้การตรวจสอบต้องเดินควบคู่กับการแก้ปัญหาให้ประชาชน ขณะที่การลงมติเกิดคะแนนสูสี ก่อนประธานสภาฯ ใช้เสียงชี้ขาด แต่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ หลังสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีการพิจารณาข้อเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา กทม. ข้อ 87 โดยมีสาระสำคัญคือการปรับลดสัดส่วนกรรมการวิสามัญที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิเสนอชื่อ จากเดิมไม่เกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งคณะ เหลือไม่เกินหนึ่งในสี่ ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความเหมาะสมขององค์ประกอบคณะกรรมการและการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสภากับฝ่ายบริหาร นายวิพุธ ศรีวะอุไร หรือ “ไม้” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก ทีมคนทำงาน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับหลักการแก้ไขดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าภารกิจของสภา กทม. ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาปัญหาเมือง การตรวจสอบฝ่ายบริหาร การผลักดันนโยบาย หรือการปรับปรุงกฎหมาย ล้วนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ข้าราชการประจำ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงานที่มีความเข้าใจปัญหาและข้อจำกัดของกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง ชี้กติกาเดิมยืดหยุ่นกว่า ลดเพดานเท่ากับจำกัดทางเลือกสภา […]อ่านต่อ...
กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า สำแดงสินค้าจำนวน 2 รายการ ต้นทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ผลการตรวจสอบ พบสินค้าสำแดง เป็นรองเท้า รวมทั้งสิ้น 3,640 คู่ ละเมิดเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นของต้องห้ามในการนำเข้า กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 244 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออก ห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2565อ่านต่อ...
Udon Thani 2 อ่านต่อ...
“ ของนาย…!” ว่าแล้ว … ทำไม?แกล้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ ง่อยเปลี้ยเสียขา…กันไปหมด กฎ “โลกทั้งใบ เป็นของนายคนเดียว” บัญญัติไว้ว่า… เจ้านายถูกเสมอ! ถ้าเจ้านายทำผิด ให้ย้อนกลับมาดูข้อหนึ่ง ถึงว่า ด้วยเหตุนี้เองกระมัง จึงกลายเป็น “เตมีย์ใบ้” ในทศชาติชาดก ไปตามๆกัน! ขนาดกล้าออกมายืดอก รับบทเสี่ยงตาย แถมเอาตัวเองไปเป็นไม้บรรทัดวัดความตรง การันตีตู้คีบพนันตุ๊กตาไฟฟ้า ว่า…มันไม่ผิด! รับบทสูตรปกป้องเหงือกและฟัน เป็น “นายแบก” ประหนึ่งดั่ง “ป้อมปืนนาวาโรน” ทำหน้าที่ปราการคุ้มกันภัย “ธุรกิจชามข้าวหมา” ให้กับตัวหนังสือ 3 ตัวรวมกัน ที่ต้องยืนตีนติด เท้าชิด มือกุมเป้า “เจ้านาย” ทุกคำอย่างงั้นเลย เชียวหรือ! กลัวแต่ว่าจะตามรอย “ปลวกแดง” กันไปเปล่าๆปลี้ๆ พูดอ้างอะไรออกไป เดี๋ยวเหอะ! “เรือหาย”ยกพ่วงทั้งนาย-บ่าว! อย่าถึงกับต้อง “กลืนน้ำลายตัวเอง” เพราะชามข้าวหมาเลย…ครับท่าน! แถ…ไปข้างๆคูๆ ชาวบ้านเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง! ขืนยังความดันทุรังสูง มันจะ “แถกเหงือก”ตายน้ำตื้นเป็นปลาหมอคางดำเอานะ…พ่อมหาจำเริญ! แม้ว่า นายทุนตู้คีบตีกตา จะพยายาม “เลี่ยงบาลี”สรรหาวิธีการเล่นอย่างไร เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ให้ดูเหมือนว่าเป็น “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” แต่เพิ่มการเล่นโยก-คีบพ่วงเข้าไป อ้างเพื่อนันทนาการสานทักษะความบันเทิง ฟังดูเหมือนเอาสีข้างเข้าถูแถไปข้างๆคูๆ ดูออกหน่อมแน้มไปหน่อย สังคมถามกลับ… ทำไปเพื่อ? ถ้าจะซื้อ หรือจะขาย กันแฟร์ๆ จ่ายเงินมา หยิบของใส่ถุงให้…แค่นั้นก็วินๆกันไปทั้งคนซื้ออ่านต่อ...
กรุงเทพมหานคร (2 พฤศจิกายน 2569) – ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจาก Interferry ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Interferry 2026 – อ่านต่อ...
BANGKOK – Thailand’อ่านต่อ...
เตรียมความพร้อมผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ กำแพงเพชร : เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางปิ่นมณี พฤกษ์มหาชัยกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร ได้มอบหมายให้ นางสาวยุพิน ปรุงเสริม ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE) ร่วมกันดำเนินงานจัดกิจกรรมโครงการ “ศูนย์ CARE สัญจร” ณ เรือนจำกลางกำแพงเพชร เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรอบด้านให้แก่กลุ่มผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่: 1. การประชาสัมพันธ์ภารกิจของศูนย์ฯ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการเข้าถึงบริการต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐอย่างถูกต้อง 2. การเปิดรับคำร้องเพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของผู้ต้องขังที่กำลังจะกลับออกไปใช้ชีวิตภายนอก 3. การเตรียมความพร้อมและส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพที่สุจริต และกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมรับฟังการเตรียมความพร้อมรวมทั้งสิ้น 81 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องขังชายจำนวน 74 ราย และผู้ต้องขังหญิงจำนวน 7 ราย ซึ่งทางเรือนจำคาดหวังว่าการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และการแนะแนวอาชีพในครั้งนี้ จะช่วยลดอัตราการกระทำผิดซ้ำและช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถปรับตัวเข้ากับชุมชนได้อย่างยั่งยืน —อ่านต่อ...
ทีมจักษุแพทย์และวิศวกรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีนวัตกรรมนานาชาติ คว้ารางวัล NRCT Special อ่านต่อ...
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เข้าร่วมงาน “Telecoms อ่านต่อ...
