ฝันใหญ่ของนายกไฝ ‘หลักหก’ เมืองน่าอยู่
ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี แม้จะมีภาพเป็น“เมืองชายขอบ”อยู่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร มีประชากรอยู่อาศัยตามรายงานของเทศบาลจำนวน 22,085 คน แต่ถ้านับรวมประชากรแฝงที่มีทั้งนักศึกษา ลูกจ้างคนงานไทยและต่างด้าว พ่อค้าแม่ค้า ข้าราชการ ฯลฯ อาจจะมากเกือบเท่าตัว ทั้งนี้เพราะหลักหกมีแรงดึงดูดหลัก อาทิ หมู่บ้านเมืองเอก ที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 3,000 ครัวเรือน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยรังสิต มีคอนโดมิเนียมจำนวนมาก มีสนามกอล์ฟ 2 สนาม มีร้านค้าร้านอาหารจำนวนมาก มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อหลายพื้นที่ ใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข(โทลล์เวย์) ใกล้สนามบินดอนเมือง และมีสถานีรถไฟฟ้าหลักหกเป็นทางเลือกในการเดินทาง
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่คือ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก โดยคนปัจจุบันที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 คือนายศักดิ์พิชัย ขุนศรี หรือ “นายกไฝ”ที่คนในพื้นที่คุ้นปาก
นายศักดิ์พิชัยกล่าวว่าเป้าหมายการทำงานในวาระ 4 ปีที่ประกาศไว้กับประชาชนในพื้นที่นั้น คือต้องการเห็นตำบลหลักหกได้รับการพัฒนาเท่าเทียมกับพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เขตดอนเมือง ของกทม. เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลตำบลบางพูน ตำบลบ้านใหม่ของปากเกร็ด และตำบลบ้านใหม่ของปทุมธานี ซึ่งมองรอบข้างแล้วพัฒนาไปมากกว่าหลักหกพอสมควร จึงอยากจะพัฒนาหลักหกให้เป็นเมืองน่าอยู่ใน 6 ด้าน
เรื่องแรกคือ โครงสร้างพื้นฐาน ในรอบ 20 ปียังไม่ได้รับการพัฒนาเลยทั้งๆที่อยู่ติดกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นถนน การระบายน้ำ น้ำประปา ไฟฟ้าแสงสว่าง
ด้านที่ 2 เรื่องสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งมีปัญหาการจัดเก็บและกำจัดขยะ เดิมเป็นการจ้างเหมาเก็บเต็มพื้นที่ ตอนนี้ปรับแผนให้เทศบาลมาร่วมเก็บบางส่วนและจัดจ้างบางส่วนเพื่อเปรียบเทียบผลงาน
ด้านที่ 3 รถกู้ชีพกู้ภัย กรณีนี้ประสบกับตัวเองที่มีผู้ป่วยต้องเสียชีวิตกว่ารถกู้ชีพกู้ภัยจะเข้าไปถึง เทศบาลจึงจะจัดซื้อรถพยาบาล 1 คันไว้เป็นของเทศบาลเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยในยามฉุกเฉิน
ด้านที่ 4 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้ทำการสำรวจพื้นที่แล้วว่าตรงไหนเป็นจุดเสี่ยง ควรมีไฟฟ้าแสงสว่างทั่วทั้งตำบล หรือควรติดตั้งกล้อง CCTV ซึ่งโชคดีที่ได้ประสานกับมหาวิทยาลัยรังสิตที่มีการทำ MOU กับตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเทศบาลจะเชื่อมสัญญาณกับมหาวิทยาลัยรังสิต ช่วยสร้างความปลอดภัยทั้งตำบล
ด้านที่ 5 เรื่องการจัดกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ
ด้านที่ 6 การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ฯลฯ
“นายกไฝ”กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่พี่น้องชาวเมืองเอกรังสิตเดือดร้อนมากคือปัญหาการจราจรติดขัด เพราะมีคนเข้าออกมากช่วงเช้า–เย็น เนื่องจากมีทั้งมหาวิทยาลัยและโรงเรียนหลายแห่ง ตอนนี้ได้ลงพื้นที่บริหารจัดการแล้วในจุดที่วิกฤติด้วยการจัดระเบียบการจราจร แล้วจะทยอยจัดการแก้ไขในทุกจุดที่เคยเกิดปัญหาอย่างมีมาตรฐาน
อีกงานหนึ่งคือการปรับปรุงทางเท้าและท่อระบายน้ำ จัดระเบียบทางเท้าด้วยการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก จัดระเบียบการจอดรถ ซึ่งบางอย่างต้องรองบประมาณ คาดว่าจะเริ่มได้อย่างจริงจังในปี 2569 เพราะต้องรองบประมาณ ซึ่งงบประมาณของเทศบาลตำบลหลักหกปีที่แล้ว 180 ล้านบาท ปีหน้าตั้งเป้าไว้ 190 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ว่าจะได้มาทั้งก้อนพร้อมกันทีเดียว
เมื่อถามเรื่อง “น้ำท่วม” ซึ่งเป็นเรื่องที่คนในตำบลหลักหกกลัวมากนับตั้งแต่เผชิญมหาอุทกภัยใหญ่ปี 2554 ท่วมมิดทั้งตำบล นายกไฝบอกว่าได้ทำการบ้านแล้ว ไม่ห่วงเรื่องปริมาณน้ำฝน มีการเฝ้าตรวจวัดระดับน้ำ และควบคุมอยู่เป็นประจำ โรงสูบน้ำในเมืองเอก โครงการ1 มีปั๊มขนาดใหญ่ 3 ตัว ได้ให้กองช่างทำตะแกรงดักขยะเพิ่มเพื่อป้องกันปั๊มเสียหาย
“มีการตั้งคณะทำงานป้องกันน้ำท่วมขึ้นมาโดยเฉพาะ รับผิดชอบคอยดูแลว่าถ้าเป็นน้ำฝนโดยธรรมชาติต้องดูแลแบบไหน ถ้าน้ำเหนือลงมาจะแก้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมประตูน้ำมีใครบ้างที่ต้องประสาน เช่น กรมชลประทาน กทม. ปากเกร็ด”
มาถึงปัญหาการก่อสร้าง “บ้านมั่นคง” ที่ดำเนินการโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ที่มีการถมคลองเปรมประชากรจนเกิดการประท้วงของคนในพื้นที่หลักหกนั้น นายกฯศักดิ์พิชัยกล่าวว่าได้มีการประสานงานกันอยู่และแจ้งว่า หากดำเนินการต่อก็ต้องการให้ไปสร้างบ้านมั่นคงบนพื้นที่ 13 ไร่ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุอยู่ทางทิศเหนือใกล้วัดรังสิต
มีการนัดประชุมร่วมกับนายอำเภอ สำนักงานที่ดิน พอช. กรมชลประทาน กรมโยธาธิการ ราชพัสดุ ไฟฟ้า ประปา ผู้นำชุมชนไปดูแล้ว แต่มีขั้นตอนทางราชการ ต้องทำประชาคมฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน ต้องทำเรื่องโอนสิทธิให้พอช.สามารถใช้พื้นที่ เสร็จแล้วจึงให้พอช.ออกแบบใหม่ให้เพียงพอกับที่มีการลงทะเบียนไว้ อาจจะเป็น 5 ชั้น ไม่ใช่บ้านสองชั้น สองแถวอย่างที่ทำมา ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
จากการประชุมร่วมกันมีความเห็นว่า คลองเปรมประชากรที่อยู่ในเขตกทม.นั้นคืบหน้าไปมาก เหลือแค่ไม่เกิน 15% ก็จบ แต่ในเขตปทุมธานีในพื้นที่หลักหกยังไม่ก้าวหน้าเท่าไร มีการเอาทุกปัญหามาคุยกัน กรมโยธาธิการาบอกว่าจะไม่รอ พอช. จะเดินหน้าสร้างเขื่อนก่อน ส่วนพอช.จะแก้ปัญหาเรื่องบ้านมั่นคงอย่างไรก็ว่ากันไป เรื่องการสร้างเขื่อนนั้นเมื่อกรมโยธาธิการออกแบบเสร็จแล้วทางเทศบาลจะเชิญทุกฝ่ายมาดูพร้อมกันว่าเห็นชอบด้วยกันไหม
สุดท้ายถามถึงสิ่งที่ใหม่ๆที่อยากจะสร้างแก่ชุมชนคืออะไร นายกฯศักดิ์พิชัยบอกว่าตอนเรียนปริญญาโทได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องพัฒนาคลองเปรมฯช่วงหลักหกเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตอนนี้ลงเรียนปริญญาเอกก็จะทำเรื่องนี้ต่อ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสบริหารเทศบาลตำบลหลักหก ก็อยากจะพัฒนาไปยังสิ่งที่ฝันเอาไว้ อยากให้คนไทยหรือนักท่องเที่ยวมาแวะหลักหก ไฮไลท์ของเราคือคลองเปรมประชากร พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ “วิถีคลองแบบนวัตกรรม” ดึงคนนอกมาดูมาซื้อมากิน คนในพื้นที่ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น
“เวลามันมีค่า เวลา 4 ปีไม่ใช่นาน ผมทำงานทุกวันโดยไม่ได้พักแต่มีความสุขนะที่อยากจะทำ อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพราะชาวบ้านรอมานานแล้ว ในวาระที่ผมเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องไม่ให้ทุกคนรอนาน ต้องรีบทำงานเพราะรู้ว่าเขารออะไรอยู่ ผมมีอยู่ 2 โหมดคือโหมดแก้ไข กับโหมดพัฒนา เมื่อแก้ปัญหาเดิมได้แล้วจะมุ่งพัฒนา”นายกฯศักดิ์พิชัยกล่าวในที่สุด
**********************************
