คงต้องยอมรับกันเป็นเอกฉันท์ว่า น้ำมันขาดแคลน เลวร้ายกว่าแน่นอน น่าจะแค่ดีกว่าน้ำมันหมดเกลี้ยงไปเลย(ซึ่งคงไม่ถึงขนาดนั้น)และเหตุการณ์นี้ กำลังเกิดขึ้นกับรัสเซีย ประเทศที่เคยมีน้ำมันอย่างมหาศาลเป็นระดับต้นๆ ของโลก เหมือนอย่างจะเปรียบว่าประเทศไทยไม่มีข้าวจะกิน หรือข้าวกำลังขาดแคลน ซึ่งคงจะไม่เกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กำลังสู้รบกันอยู่จนเข้าเป็นปีที่5แล้ว จะไปต่อหรือจะยุติกันแค่นี้ ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อได้เลยว่าทั้งคู่อยากจะยุติ เพราะการชนะสงคราม แทบจะเอาอะไรมาตัดสินไม่ได้เลย ว่าไครชนะ เพราะก็บอบช้ำด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะฝั่งรัสเซีย ฝั่งที่มีกำลังรบมากกว่ายูเครนหลายสิบเท่า พร้อมที่จะเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้น ที่ตายและบาดเจ็บก็เป็นล้านไปแล้ว แต่จะแค่เอามาแบบไม่ได้ซ้อมรบกันบ้างเลยหรือ ได้มาเท่าไหร่ก็ส่งไปรบเลย ทำไมถึงไม่ซ้อมกันมาเป็นเดือนแล้วส่งเข้ามาทีละรอบ ยิ่งนานวันเข้ายิ่งเป็นไปยาก(มาก) เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับสาเหตุของสงคราม มันปกปิดไม่อยู่แล้ว และถ้าโดนเกณท์ไปรบก็ไม่อยากจะไปกัน หนีไปตายเอาขา้งหน้าดีกว่า เผื่อรอด มันเป็นสงครามที่คนรัสเซียหาเหตุผลว่าทำไปเพื่อสิ่งไดไม่ได้เลยโดยเฉพาะการที่รัสเซียเพลี่ยงพล้ำตลอดมาตั้งแต่เริ่ม ปูตินเป็นรัฐบุรุษสุดเปรียบปรานเมื่อเกือบ 9 ปี แล้วที่บุกเข้าไปยึดไครเมีย ดินแดนที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของชาวรัสเซี่ยน ถามว่าคนรัสเซียยังสนใจไหม คงจะคิดเหมือนกันหมดณ.ตอนนี้ว่าช่างมันเถิด เอาคืนไปแล้วให้สงครามมันจบๆ ไปเสียที เพราะแม้แต่กรุงมอสโคว์เองก็ทำท่าว่าจะไม่ปลอดภัย เดี๋ยวจะเข้าตำราเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ตอนนี้ยูเครนโฟกัสไปที่ยึดไครเมียกลับคืนมาให้ได้อย่างเดียว ระเบิดไปหลายสะพาน และโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้น้ำมันขาดแคลน นี่ถ้าทำลายน้ำสะอาดที่มีไว้ใช้จนเกิดปัญหา ไม่สะอาดอีกต่อไปจะทำกันอย่างไร คนรัสเซี่ยนที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในไครเมีย ลงทุนปลูกบ้านราคาแพงๆ หลังจาก สะพานเคิช(Kerch Bridge) ถูกสร้างขึ้นมาทั้งสวยทั้งแพง [&อ่านต่อ...
ตลาดความงามในไทยโดยเฉพาะกลุ่มศัลยกรรมและเสริมความงามมีมูลค่าราว 75,000 ล้านบาทในปี 2568 โดยข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ระบุว่า ปีที่ผ่านมาตลาดมีการขยายตัวกว่า 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะมีอัตราการเติบโตลดลงจาก 4% เหลือ 2.7%จากแนวโน้มการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานที่ลดลงเนื่องจากกำลังซื้อของกลุ่มนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า ผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ เริ่มตัดสินใจเข้ามาใช้บริการคลินิกเสริมความงามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และคาดว่า จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 5.6% ตั้งแต่ปี 2567ไปจนถึง 2575 มากไปกว่านั้น ยังพบว่า กลุ่มลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป กำลังกลายเป็นตลาดศักยภาพสูงที่น่าจับตามองเช่นกัน ด้วยความพร้อมทางการเงินมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงมีค่าใช้จ่ายต่อคนสูงกว่ากลุ่มลูกค้าอายุน้อยมากถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงสูงอายุที่ให้ความสำคัญกับการชะลอวัย คาดว่า กลุ่มนี้จะกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญสำหรับตลาดเสริมความงามในอนาคตด้วย แนวโน้มที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเช่นนี้สอดคล้องไปกับทิศทางของตลาดเวชศาสตร์ความงาม ‘อ่านต่อ...
“อนุทิน” เปิดนโยบายงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ย้ำต้อง “ตรงเป้า-แม่นยำ” ภายใต้กฎเหล็ก Zero-based อ่านต่อ...
‘กฤต’ จำนนต่อหลักฐาน! เปิดหน้ารับคลิปฉาวเสียงจริง ไม่ใช่เอไอ ยกมือไหว้ท่วมหัวขอขมา ‘ทรงศักดิ์’ แต่อ้างข้างๆ คูๆ แค่ ‘ล่อซื้อ’ แฉทุจริตสอบท้องถิ่น-มท.3 ลั่นคำขอโทษไร้ค่า เดินหน้าฟ้องกู้ศักดิ์ศรี ยันต้องล้างบาง ‘ผลไม้มีพิษ’ มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่นสะเทือนเลื่อนลั่น! “พงศกรณ์” หรือ “กฤต” อดีตคณะทำงานรัฐมนตรีฯ โผล่พบตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ยอมรับสิ้นไส้เสียงในคลิปเจรจาวิ่งเต้นตำแหน่ง 1,500 อัตราเป็นของจริง ไม่ใช่ AI ตามที่เคยอ้าง ยกมือไหว้ขอโทษ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ปมแอบอ้างชื่อทำเสื่อมเสีย แต่ยังปากแข็งอ้างทำไปเพราะต้องการ “ล่อซื้อ” ขบวนการทุจริต ด้าน “มท.3” ไม่จบง่ายๆ ยันเดินหน้าฟ้องถึงที่สุด ชี้ความเสียหายกระจายไปทั่วสังคมแล้ว คำขอโทษหักล้างไม่ได้ ขณะที่ “หนูนาถ” สั่งเชือดทิ้งทั้งพวงตามทฤษฎีผลไม้มีพิษ พบเงินสะพัดขบวนการนี้สูงถึง 4,500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเมื่อ นายพงศกรณ์ เสาร์ทน [&อ่านต่อ...
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านพลังงานโลกที่ผ่อนคลายลง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เหลือประมาณ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ช่วยบรรเทาต้นทุนภาคการผลิตและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม กกร.มองว่าราคาพลังงานอาจปรับลดลงได้ไม่มากนัก เนื่องจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในบางพื้นที่ รวมถึงปริมาณน้ำมันสำรองของกลุ่มประเทศ OECD ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ประเทศไทยยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับการบริหารต้นทุน โดยเสนอให้ทบทวนกฎหมายและข้อจำกัดในภาคพลังงาน โดยเฉพาะการบริหารสต๊อกน้ำมันและการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของประเทศ กกร.ระบุว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คือการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งส่งผลบวกต่อภาคการส่งออกและการลงทุนของไทย โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยปรับประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (อ่านต่อ...
ทำเนียบรัฐบาล – “พิพัฒน์” รับหน้าที่ประธาน ครม. แทน “นายกฯ” มติที่ประชุมสั่งลุยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ไฟเขียวขยายเวลาลดค่าโอน–จำนองเหลือ 0.01% ไปอีก 1 ปี พร้อมยืดเวลาแก้ปัญหาสัญชาติกลุ่มอพยพ–เด็กเกิดในไทยถึงปี 70 หวังสร้างความมั่นคงทางสถานะ ด้านสภาพัฒน์กางตัวเลข GDP ปี 69 คาดโตไม่เกิน 2.5% สั่งจับตาต้นทุนพลังงาน–หนี้ครัวเรือนพุ่ง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนพระนายกรัฐมนตรี โดยมีวาระที่น่าสนใจทั้งการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านที่อยู่อาศัย การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานรัฐ และการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวง ไฟเขียวต่อโปรอสังหาฯ หวังดัน GDP โต 1.06% ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้ ขยายระยะเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 สาระสำคัญคือการ [&อ่านต่อ...
ฉีกหน้าบินไทย! แอร์สาวหิ้วเฮโรอีน แลกค่าจ้าง 8,800 ดับอนาคตคาออสซี่ สั่งรื้อใหญ่รูรั่วสนามบิน–เลิกให้เกียรติลูกเรือ กลายเป็นข่าวฉาวสนั่นรันเวย์และสั่นคลอนภาพลักษณ์ “สายการบินแห่งชาติ” อย่างหนัก เมื่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงวัย 26 ปี ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) รวบตัวได้คาหนังสังที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ดับอนาคตของหญิงสาวรายนี้ แต่ยังเป็นการประจาน “รูรั่ว” มหึมาของมาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามบินไทยที่ถูกตั้งคำถามว่า ปล่อยให้ยาเสพติดมูลค่ามหาศาลหลุดรอดสายตาไปได้อย่างไร เปิดโปงขบวนการ “โรส” อวตารจ้างหิ้วแลกเศษเงิน เบื้องลึกเบื้องหลังของการตกเป็นผู้ต้องหาในต่างแดนครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (อ่านต่อ...
นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ปรากฏการณ์คนกรุงเทคะแนนให้ “ชัชชาติ” ถล่มทลายเป็นประวัติศาสตร์ เหตุมีนโยบายและภาพลักษณ์นักการเมืองที่คนจำนวนมากอยากเห็น “ไม่ใหญ่โต–ไม่พิธีการ–ไม่ทำการเมืองท่ายาก–ไม่ปฏิเสธการเมือง แต่อยู่เหนือข้อจำกัดพรรคการเมือง” ระบุสิ่งที่น่าสนใจคือพฤติกรรมเลือกตั้งของผู้มีจุดยืน “สายก้าวหน้า–อนุรักษ์นิยม” ชี้ชัดสนามผู้ว่าฯ กทม. ตัวบุคคลสูงมาก ประชาชนแยกการตัดสินใจระหว่าง “เลือกบุคคล” กับ “เลือกพรรค” ขณะที่ ส.ก. ฐานเสียงจริงในพื้นที่สำคัญที่สุด รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ที่คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ด้วยคะแนนเสียงสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะของตัวผู้สมัครเท่านั้น แต่คือการยืนยันถึงความไว้ใจที่คน กทม. มอบให้กับเขาอีกครั้ง และถึงแม้ตลอดช่วงการหาเสียง คู่แข่งจะพยายามตั้งคำถามต่อการบริหารงาน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบ หรือที่ถูกพูดถึงมากอย่างเรื่องระบบอากง แต่ผลเลือกตั้งในครั้งนี้สะท้อนว่า ประเด็นเหล่านี้สร้างข่าวได้ สร้างแรงกดดันได้ แต่ยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากได้ รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากนโยบายแล้ว เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณชัชชาติชนะการเลือกตั้งคือ “ภาพรวมของความเป็นผู้บริหาร” ที่คนกรุงเทพฯ รู้สึกคุ้นเคย […]อ่านต่อ...
สแกน 7 หุ้น ‘อัศวโภคิน’ กำไร 4.5 พันล้าน ท่ามกลางอสังหาฯ ซึม ‘แลนด์–คิวเฮ้าส์’ ชูหมัดเด็ดปันผล–ซื้อหุ้นคืนพยุงราคาสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงส่งสัญญาณอ่อนแอ อาณาจักร “อัศวโภคิน“ ภายใต้การนำของเจ้าพ่อแลนด์ลอร์ดเบอร์ต้นของเมืองไทย ยังคงแสดงความแข็งแกร่งด้วยการทำกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2568 (Q1/68) ได้กว่า 4,482.72 ล้านบาท จาก 7 บริษัทจดทะเบียนหลัก แม้ส่วนใหญ่จะเผชิญกับตัวเลขกำไรที่ลดลงตามสภาพตลาด แต่กลยุทธ์การบริหารงานแบบมืออาชีพและการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจหลากหลาย ทั้งค้าปลีก ธนาคาร และโรงแรม ยังคงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ทำให้กลุ่มอัศวโภคินยังคงยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของกระดานหุ้นไทย HMPRO-LHFG ทัพหน้าโกยกำไร ในบรรดา 7 หุ้นบิ๊กเนม บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ อ่านต่อ...
ศาลอนุมัติหมายจับนายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ภายหลังไม่สามารถนำตัวมาฟ้องต่อศาลในคดีสมคบฟอกเงินที่มีต้นตอจากการสอบสวนเส้นทางการเงินคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุอยู่ระหว่างติดตามตัว หลังได้รับข้อมูลว่าอาจพำนักอยู่ต่างประเทศ ส่วนฝ่ายผู้เสียหายยื่นหนังสือขอให้อัยการขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนคดีจะขาดอายุความในปี 2572 รายงานข่าวจากกระบวนการยุติธรรมเปิดเผยว่า ศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 1594/2560 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ต่อนายอนันต์ อัศวโภคิน ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 การออกหมายจับมีขึ้นภายหลังพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลได้ตามกำหนดนัด โดยข้อมูลจากพนักงานสอบสวนระบุว่า นายอนันต์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดหลายครั้ง เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพ ก่อนที่ศาลจะอนุมัติหมายจับเพื่อให้สามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาได้ขอเลื่อนนัดส่งฟ้องเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 และวันที่ 24 มิถุนายน 2567 โดยทุกครั้งมีทนายความเป็นผู้ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารทางการแพทย์ประกอบ จากข้อมูลในสำนวนสอบสวน ระบุว่า แพทย์ผู้รักษาให้ข้อมูลว่านายอนันต์มีโรคประจำตัวหลายโรค รวมถึงภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เคยเข้ารับการปลูกถ่ายไตในต่างประเทศ แต่เกิดภาวะร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่าย จนต้องกลับมารับการฟอกเลือดเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนหลายด้าน ทั้งโรคหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าควรได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ […]อ่านต่อ...
