“อนุทิน” กางกฎเหล็ก 3.78 ล้านล้าน ดัน “ดิจิทัลอัจฉริยะ”
“อนุทิน” เปิดนโยบายงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ย้ำต้อง “ตรงเป้า-แม่นยำ” ภายใต้กฎเหล็ก Zero-based Budgeting สั่งหั่นโครงการไร้สาระ ห้ามงบใหม่เกิน 20%
ด้าน “กระทรวงดีอี” รับลูกรับงบพุ่ง 31% ลุยคลาวด์กลางรัฐ-เอไอ 31 โมเดลฟรี-ระบบเตือนภัย Rain Bomb ขณะที่สำนักงบประมาณสภาฯ ชำแหละภาระบุคลากรรัฐพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี แตะ 1.43 ล้านล้านบาท เตือนพื้นที่การคลังหดตัว
จับตา “กฎเหล็ก” นายกฯ งบต้องฐานศูนย์-เน้นลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยประกาศชัดเจน ว่า การจัดทำงบประมาณครั้งนี้ต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลัก งบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) พิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนเป็นหลัก
สำหรับกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 ถูกกำหนดไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น. นายกรัฐมนตรีได้วาง “กฎเหล็ก” ในการขอรับงบประมาณเพิ่มว่า จะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็น รายจ่ายลงทุน เท่านั้น พร้อมสั่งลดงบศึกษาดูงานและการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ โดยให้เน้นการเช่าหรือร่วมลงทุนแบบ PPP แทน เพื่อให้การใช้งบประมาณคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด.
สำหรับ ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน: มุ่ง OECD-Net Zero-ราชการทันใจ รัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ประกอบไปด้วย 1.เศรษฐกิจ: ปรับโครงสร้างและส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม 2.ต่างประเทศและความมั่นคง: เร่งผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 พร้อมยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน,
3.สังคม: ยกระดับการศึกษาและสุขภาพผ่านนโยบายสูงวัยพลัสและการศึกษาเท่าเทียมพลัส. 4.ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม: มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 และยกระดับการบริหารจัดการน้ำ. และ 5.การบริหารภาครัฐ: ปฏิรูปกฎหมายให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันด้วยนโยบาย AI พลัส และไทยแลนด์ พลัส.
ชำแหละงบข้าราชการ 1.43 ล้านล้าน
ภาระผูกพันสูงสุดรอบ 10 ปี ในขณะที่รัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุน แต่รายงานจากสำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) กลับชี้ให้เห็นถึงวิกฤตรายจ่ายประจำ โดยระบุว่า งบประมาณด้านการบริหารทั่วไปของรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6.7 แสนล้านบาทในปี 2561 มาแตะเกือบ 1 ล้านล้านบาทในปี 2570
หากรวมภาระรายจ่ายบุคลากรภาครัฐทั้งหมด ทั้งงบกลางและส่วนท้องถิ่น จะมีมูลค่าสูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 37.63% ของงบประมาณรวม ซึ่งเป็นภาระผูกพันที่สูงสุดในรอบ 10 ปี
สงร. เสนอแนะว่ารัฐบาลควรตั้งเป้าลดรายจ่ายบุคลากรให้ไม่เกินร้อยละ 35 ภายในปี 2575 โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทำงานแทนที่คน เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังสำหรับการลงทุนพัฒนาประเทศในระยะยาว,. นอกจากนี้ รายจ่ายในการชำระหนี้สาธารณะยังพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 12.21 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินการคลังในอนาคต
“ไชยชนก” แจงงบดีอีเพิ่ม 31% ลุยคลาวด์กลางรัฐ-ประหยัดงบ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกรณีงบประมาณกระทรวงเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.18 ว่า เป็นผลจากการ จัดซื้อจัดจ้างแบบรวมศูนย์ โดยเฉพาะโครงการ คลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งช่วยให้รัฐสามารถซื้อบริการได้ในราคาที่ถูกลงถึงร้อยละ 30 และประหยัดรายจ่ายบุคลากรและกระบวนการจัดจ้างได้เกือบ 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังเตรียมเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport ซึ่งจะมอบสิทธิให้ประชาชน 5 ล้านคนได้ใช้งาน AI 31 โมเดลฟรีเป็นเวลา 1 ปี โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสและผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐาน TOR เดิมอย่างมาก
ยกระดับความมั่นคง: ย้าย DGA คืนอ้อมอกดีอี-ปราบสแกมเมอร์
ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการปรับโครงสร้างหน่วยงานดิจิทัล โดยมีมติ ครม. ให้โยก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กลับมาสังกัดกระทรวงดีอี เพื่อสร้างเอกภาพในการทำงานและลดความซ้ำซ้อน. นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ระบุว่านี่คือการวางรากฐาน Digital Ecosystem ที่สมบูรณ์ภายใต้นโยบาย “ไม่เพิ่มคน และต้องไม่ซ้ำซ้อน”,.
ในด้านการปราบปรามภัยออนไลน์ รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล 5 หน่วยงานหลัก (ตำรวจ, DSI, ปปง., ธปท., ก.ล.ต.) ในการไล่ล่า “สแกมเมอร์”
นายไชยชนก เผยว่า มาตรการนี้สามารถลดมูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ลงได้ถึงร้อยละ 74.89 ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา.
นวัตกรรมเตือนภัย: รับมือ Rain Bomb และแผ่นดินไหว
งบประมาณของกรมอุตุนิยมวิทยาที่เพิ่มขึ้น 1,209 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ในโครงการสำคัญคือ ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ยกตัวอย่างความสำเร็จจากกรณีน้ำท่วมกระบี่ที่ผ่านมา ซึ่งระบบสามารถตรวจพบกลุ่มเมฆฝนรุนแรงหรือ Rain Bomb ตั้งแต่อยู่ในทะเล และแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพได้ทันท่วงที ทำให้มีผู้เข้าศูนย์อพยพเพียงไม่กี่สิบคนและกลับบ้านได้ในวันเดียว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหวเพิ่มเติม แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีเทคโนโลยีพยากรณ์ล่วงหน้าได้นานนัก แต่การแจ้งเตือนได้เร็วกว่าเดิมเพียงไม่กี่นาทีก็ถือว่ามีคุณค่ามหาศาลต่อการรักษาชีวิตประชาชน
จับตาแก้ พ.ร.บ.คอมพ์: ดึง OTT เข้าสู่ระบบภาษีและกฎหมาย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการเร่งแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ให้ชัดเจนขึ้น เป้าหมายคือการจัดประเภทเนื้อหาให้เหมาะสมกับอายุ และการดึงผู้ให้บริการต่างชาติที่มีรายได้มหาศาลในไทยเข้าสู่ระบบภาษีและกติกาการแข่งขันเดียวกับผู้ประกอบการไทย,. ETDA ยังตั้งเป้าหมายใหญ่ในปี 2570 ว่าจะดันสัดส่วน เศรษฐกิจดิจิทัลให้แตะร้อยละ 30 ของ GDP และพาประเทศไทยขึ้นสู่อันดับ 30 ของโลกด้านความสามารถทางการแข่งขันดิจิทัล
ภารกิจพลิกโฉม “ดิจิทัลไทยแลนด์”
แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงดีอีในปี 2570 มุ่งเน้นไปที่ 5 ยุทธศาสตร์หลัก คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่, การสร้างสังคมแห่งอนาคตลดความเหลื่อมล้ำ, การให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ การพัฒนากำลังคนดิจิทัล 90,000 คน และการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยทางไซเบอร์
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มั่นใจว่าภายใต้การบริหารจัดการงบประมาณที่ “ตรงเป้า แม่นยำ” และการนำเทคโนโลยีมาเป็นแกนกลางในการบริหารรัฐกิจ จะทำให้ประเทศไทยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมภายใน 4 ปี เพื่อมุ่งสู่การเป็น “รัฐบาลเปิดที่โปร่งใสและคล่องตัว” อย่างแท้จริง
