จากประเด็น การโพสต์ขายทุเรียน ลูกละ 100 บาท จนกลายเป็นประเด็นดราม่า “ทุเรียน ไม่ตรงปก” ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองนายกรัฐมนตรี อย่างคุณ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ อย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา …ไม่ใช่แค่ ประเด็นดราม่า แต่ทว่า เธอ ยังถูก สส.พรรคร่วมรัฐบาล จี้ให้ลาออกจากตำแหน่งอีกด้วย… นี่ขนาด ยังไม่ได้ทำงานอะไรที่เป็นชิ้น เป็นอัน ซูเปอร์ จี ของใครหลายๆ คน ยังโดนขนาดนี้ โถ! น่าเห็นใจจริงๆ เมื่อย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอย่างเต็มตัว อย่างทุกวันนี้ ก็เรียกว่า ซูเปอร์ จี มีผลงานที่เข้าตากรรมการหลายประเด็น เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การเจรจาขายข้าว ให้กับทางซาอุดิอาราเบีย รวมถึง การขยายตลาดไปยังประเทศพันธมิตรในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ซูเปอร์ จี คนนี้ ยังไปเจรจากับทาง ลูลู ไฮเปอร์มาร์เก็ต เพื่อเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากไทย โดยเฉพาะ ผลไม้ […]
การเดินสายเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน 2026 ซึ่งครอบคลุมทั้งกัมพูชา ไทย และเมียนมา ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางการทูตตามปฏิทิน แต่เป็นภาพสะท้อนของการขยับตัวเชิงยุทธศาสตร์ของจีนในจังหวะเวลาที่สหรัฐอเมริกากำลังติดหล่มสงครามกับอิหร่าน “หวัง อี้”มิใช่บุคคลระดับธรรมดาเพราะเทียบเท่าหมายเลข 2 ของจีนรองจาก สี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุด ดังนั้นการแวะเยือนกัมพูชาแบบโฉมเฉี่ยวประเทศละ 1 วัน กับการใช้เวลาในไทย 3 วัน หรือการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงขั้นทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไฟฟ้า(จีน)พาหวัง อี้ จากทำเนียบรัฐบาลไปทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีนชั้นเลิศกลางกรุงเทพฯ ย่อมแสดงนัยสำคัญว่างานนี้ไม่ธรรมดา ในมุมของจีนการเลือกเยือน3ชาติอาเซียนในทริปเดียวกันย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนการจัดวาง “ห่วงโซ่ยุทธศาสตร์” ของจีนในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นระบบ การเชื่อมทั้ง3ประเทศที่มีความเปราะบางด้านชายแดนเข้าด้วยกัน และเป็น3ประเทศที่สหรัฐอเมริกาในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้บ้าคลั่งพยายามกลับเข้ามาสร้างอิทธิพลทางการเมือง อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการตีฆ้องร้องป่าวให้โลกรู้ว่าจีนไม่ยอมปล่อยมืออาเซียนแน่โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กำลังเกิดการ “จัดระเบียบโลกใหม่” แกนกลางของยุทธศาสตร์นี้จีนยังคงผูกอยู่กับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายไหมยุคใหม่ (Belt and อ่านต่อ...
เป็นข่าว ที่ไม่แน่ใจว่า ระทึก! ขวัญคนทั้งโลก หรือไม่ หลังจากที่มีการรายงานข่าวว่า มีเสียงปืนดังขึ้น ในระหว่างการจัดงานเลี้ยงอาหารสื่อมวลขนประจำทำเนียบขาว (White House อ่านต่อ...
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางจาก “สงคราม 3 อ.” ระหว่างอเมริกา + อิสราเอล vs อิหร่าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น หนึ่งในรายงานที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกของ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” ( International อ่านต่อ...
ตอนนี้ สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่า คนทั่วโลก “ปวดหัว” และต้อง “กุมขมับ” กัน ก็คือ ปัญหาช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ที่ถือเป็น เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก… …ปวดหัว ก็เพราะ ช่องแคบที่ว่านี้ เดี๋ยวปิด เดี๋ยวก็เปิด ไม่มีความแน่นอนอะไรเลย แม้แต่อย่างเดียว เมื่อวาน อิหร่าน เพิ่งประกาศเปิด แต่พอผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง อิหร่าน ก็สั่งปิดอีกแล้ว….. ด้วยเพราะความกังวลกับการปิดล้อมพื้นที่ทางทะเล ของกองทัพสหรัฐฯ พร้อมกล่าวอ้างว่า สหรัฐฯ กำลังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า เลยทำให้ต้องปิดช่องแคบ เป็นการเร่งด่วน ….ทำเอา เรือขนส่งน้ำมัน หลายร้อยละ ต้องติดแง่ก อยู่ภายในพื้นที่อ่าว เปอร์เซีย แบบไปไหนไม่ได้ เลยเป็นสาเหตุ ให้ ราคาน้ำมันในตลาดโลก ถีบตัวสูงขึ้นไปอีก ในเวลานี้ ความไม่แน่นอน และสถานการณ์ ที่พลิกผัน อยู่ตลอดเวลา ระหว่าง สหรัฐฯ และ อิหร่าน ไม่ใช่แค่จะส่งผลกระทบ […]อ่านต่อ...
แย่งกันนักหนา ช่องแคบฮอร์มุข ความเป็นเจ้าของ ไครจะได้ไป ใครจะสูญเสีย ขอถามสักนิด ว่าความต้องการสิ่งนี้ ถ้าไม่มีความเห็นแก่ตัวสักนิด กับการได้มา หรือสูญเสียไป ต้อองพูดได้เลยว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของ อะไรกันเล่าที่อยู่ในความเหมาะสม กับการยึดครองช่องแคบนี้ ถ้าอิหร่านจะเก็บค่าผ่านทางและคิดว่าต้ฝัวเองเป็นเจ้าของ ต้องถามว่า เอาอะไรมาคิด เพื่อชาวโลกทั้งมวลอเมริกากำลังทำสิ่งที่ต้องทำแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเปล่า ช่องแคบฮอร์มุช มันเหมาะสมที่จะเป็นของไครไม่ได้ช่องแคบฮอร์มุชคือช่องแคบสากล ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของใครแต่ผู้เดียว ก่อนสงครามโลกครั้งแรกด้วยซ้ำ ถ้าผมไม่เข้าใจผิด เอาหัวแม่ตีนเท้าไหนก็ได้ คิดแทนหัวสมอง คำตอบจะออกมา 1000% ว่าไม่มีเจ้าของ บ้าๆบอๆวันหนึ่งมีคนมาอ้างกรรมสิทธิ์ของ Oxygen ที่เราต้องใช้หายใจ ว่ามันมีค่าใช้จ่าย ถ้าคุณคิดว่ามันเหลวไหล การเก็บค่าผ่านทาง อิหร่านต่อช่องแคบฮอร์มุช มันคือเรื่องเดียวกัน มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดเยี่ยงนั้น สงครามยังไม่จบ ถ้ามันจะจบแบบปรกติ เหมือนที่เคยเป็นมา มันจะเป็นอะไรที่ถูกต้องที่สุด ในขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้อยู่ ทำท่าว่าอิหร่านจะเพลี่ยงพล้ำ และถ้า Trump คิดสกปรก จะหาผลประโยชน์กับ การได้มาครั้งนี้ เขาจะเป็นคนที่โง่ที่สุด และเศร้าที่สุด ที่ทำให้วงตระกูลและลูกเมียเขาเสียหาย และความถูกต้องที่จะปราบอิหร่าน มันจะเป็นผลลบ ที่อเมริกาจะกู่ไม่กลับ [&อ่านต่อ...
แม้จะเป็นข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพียง 2 สัปดาห์ แต่ทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างก็เคลมว่าเป็นชัยชนะของแต่ละฝ่าย สำหรับสงครามใหญ่ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เอ่ยวาจาหลังจากประกาศหยุดยิงกับอิหร่านว่า ไม่มีข้อสงสัยใดๆเลยว่าสหรัฐฯได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด แถมยังโม้ด้วยว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมภายใต้ข้อตกลงนี้ ไม่เพียงเท่านั้นสหรัฐฯจะช่วยสนับสนุนการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ ข้างฝ่ายอิหร่านที่เคยปฏิเสธการหยุดยิงชั่วคราวเพราะมองว่าเป็นการพักรบเพื่อสะสมอาวุธใหม่ของศัตรู แต่กลับยอมทำข้อตกลงเพราะอิหร่านได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ สามารถบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับแผน 10 ข้อของอิหร่าน แล้ว “อิสราเอล”ที่เป็นผู้ดึงสหรัฐฯมาร่วมกินโต๊ะรุมยำอิหร่าน เป็นตัวจุดชนวนสงครามครั้งนี้แม้ว่านายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู จะไม่ปฏิเสธหรือชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว แต่ก็ยังยืนยันสิทธิ์ในการป้องกันตนเองล่วงหน้าจากภัยนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในขณะที่โลกมองว่าสหรัฐฯกำลังทิ้งให้อิสราเอลต้องรบอย่างโดดเดี่ยวหากยังกระหายสงครามที่ไม่มีวันชนะ มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯที่เคยหลับหูหลับตาหนุนหลังอิสราเอลมาตลอดกำลังถอยห่างลูกรักอย่างอิสราเอล เหมือนที่ชาวโลกเริ่มตาสว่าง เริ่มรังเกียจ ไม่อยากคบหาอิสราเอลกระนั้นหรือ ทำไมโลกจึงปฏิเสธอิสราเอล เป็นคำถามใหญ่ของยุคสมัยที่สะท้อนความย้อนแย้งของประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างเจ็บปวด เพราะชาวยิวซึ่งเคยเป็น “เหยื่อ” ของการกดขี่และความรุนแรงมายาวนาน กำลังกลายเป็น“ผู้กระทำ”เสียเอง ภาพจำของชาวยิวในอดีตคือผู้เคยทุกข์ยาก เคยเร่ร่อน เคยเผชิญกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ยุค “นาซี”ภายใต้ระบอบของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่คร่าชีวิตชาวยิวไปกว่า 6 ล้านคน เหตุการณ์นั้นสร้างความเห็นอกเห็นใจจากนานาประเทศ และกลายเป็นแรงผลักสำคัญให้เกิดการก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปี 1948 เพื่อเป็นบ้านของชาวยิวทั่วโลก แต่การแบ่งดินแดนปาเลสไตน์เพื่อจัดตั้งรัฐยิวโดยการสนับสนุนของสหรัฐฯ ได้สร้างความขัดแย้งกับชาวอาหรับในพื้น […]อ่านต่อ...
ความใกล้ชิดทางด้านวัฒนธรรมไทย-จีน มีผลต่อภาษาไทยหลายๆคำที่ใช้รากภาษาจากจีนมาอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นคำว่า“ตงฉิน”กับ“กังฉิน” “ตงฉิน” (忠臣) หมายถึงขุนนางผู้จงรักภักดีหรือคนดีของแผ่นดิน เป็นผู้ที่ยึดมั่นในความถูกต้อง ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองและประชาชน กล้าพูดความจริง แม้จะขัดใจผู้มีอำนาจก็ไม่หวั่น ในยุคนี้คำว่าตงฉินจึงหมายรวมถึงนักการเมือง ข้าราชการ หรือบุคคลใดก็ตามที่ทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว “กังฉิน” (奸臣) หมายถึงขุนนางชั่วหรือคนโกงบ้านกินเมือง เป็นผู้ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เห็นแก่ตัว เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงและที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจถึงขั้นทำตัวเป็นไส้ศึกขายชาติขายแผ่นดินให้กับศัตรูภายนอก สองคำนี้จึงเป็นที่รู้จักและนำมาใช้อย่างเข้าใจในสังคมไทยทุกแวดวงซึ่งมีทั้งคนดีและคนชั่ว คนที่ยอมทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวมและคนที่ยอมขายวิญญาณเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหาก ประเทศไทยที่ลุ่มๆดอนๆมีทั้งประชาธิปไตยและเผด็จการสลับกันเป็นระยะ มีทั้งรัฐบาลเลือกตั้งและแต่งตั้ง มีนักการเมืองที่ยึดมั่นอุดมการณ์และ“นักกินเมือง”ที่จ้องเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งและโอกาส มีข้าราชการที่ทำงานบริการประชาชนและ “คนในเครื่องแบบ”ที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม พร้อมๆกับใช้อำนาจในมือเรียกรับสินบน ประเทศไทยบนภูมิศาสตร์ที่เรียกว่าสุวรรณภูมิแทนที่จะเจริญรุ่งเรืองอย่างขีดสุด แต่กลับไม่ ก้าวหน้าอย่างแท้จริง ภาพตึกสูงระฟ้า ทางด่วนที่เชื่อมเมือง รถไฟฟ้าที่แล่นฉิว และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าเป็นชาติที่พัฒนาแล้ว แต่เมื่อมองลึกลงไปกลับพบความจริงอีกด้านเมื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังถดถอย ความสุขเล็กๆที่เคยมรกลับกลายเป็นทุกข์เพราะหนี้สินครัวเรือนที่พอกพูน ในขณะที่คนรวยกลับรวยยิ่งขึ้น ช่องว่างในสังคมถูกถ่างกว้างขึ้นอย่างน่าตกใจ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าประเทศไทยพัฒนาไหม แต่คือใครได้ประโยชน์จากการพัฒนา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือใครกันแน่ที่ฉุดรั้งประเทศเอาไว้? หากย้อนมองไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เคยลำบากไม่ต่างจากไทย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน จะพบว่าพวกเขาเคยเผชิญปัญหาแทบทุกอย่างที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ […]อ่านต่อ...
“รวยไม่ไหวแล้ว” เรียกว่า เป็นวลีเด็ด ที่กลายเป็นไวรัล ดัง ไปทั่วทั้งประเทศเวลานี้ เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นภายในข้ามคืน แบบไม่ให้ใครได้ตั้งตัว …และยังมีแววอีกด้วยว่า ราคาน้ำมัน อาจจะปรับเพิ่มขึ้นอีก ในเร็วๆ นี้…. หากย้อนกลับ เมื่อครั้งหาเสียง เลือกตั้ง คนที่พูดวลีเด็ด ที่ว่านี้ ไม่ใช่ใคร ที่ไหน นั่นคือ ท่านนายกฯ หนู หรือ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อคราวหาเสียงเลือกตั้ง ที่จังหวัดหนองคาย วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ….ก็เพื่อ อ้อนขอคะแนนเสียง จากประชาชน ในจังหวัดหนองคาย นั่นเอง…. มาวันนี้ ท่านทำให้ประชาชนในประเทศ ร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันจริงๆ “โอ้ย! รวยไม่ไหวแล้ว” เพราะราคาน้ำมันปรับพรวดพราด ขึ้นมาถึง 6 บาท / ลิตร ในคืนเดียว …จะไม่ให้ร้องได้อย่างไรไหว ก็แหม! […]อ่านต่อ...
ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งและความเปลี่ยนแปลงของการเมืองระหว่างประเทศ ที่ยังคงความรุนแรง เข้มข้นและซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลไม่มากก็น้อยต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนและความร่วมมือทุกด้านของสองประเทศในระยะยาว “สมาคมสื่อมวลชนไทยอ่านต่อ...
