กลายเป็นข่าว ดัง ที่มากลบกระแสข่าว “การเมือง” ที่กำลังพีคสุดๆ อย่างเรื่อง ความขัดแย้งกัน ระหว่าง พรรคสีแดง และพรรคสีน้ำเงิน รวมไปถึง กรณี ชั้น 14 ไปได้เลยก็ว่าได้ ….ซึ่งข่าวที่เป็นกระแสดัง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ กรณีของเจ้าอาวาสวัดดัง ในจังหวัดนครปฐม ทุจริตเงินวัดไปกว่า 300 ล้านบาท…. และที่ดูจะพีค และพีคไปกว่านั้น เพราะนี่ไม่ใช่แค่ การทุจริต ธรรมดา แต่มีเรื่องของการพนันออนไลน์ และสีกา ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเว็บพนันออนไลน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง …ยิ่งไปกว่านั้น นายหน้าสาวคนดังกล่าว ยังแอบส่งคลิปสยิว ในขณะที่ตัวของเธอ กำลังอาบน้ำ ให้กับเจ้าอาวาส รูปดังกล่าว ดูอีกด้วย…. โอ้ย….สะเทือนวงการแครอท กันไปเลยจ้า… งานนี้ ก็ต้องขอบพระคุณ คุณตำรวจ ที่ยอมอุตส่าห์ ปลอมตัว ไปเป็นเด็กวัด สืบหาความจริง ออกมาตีแผ่ จนชาวบ้าน ได้รู้ความจริง เพราะ เงินมากกว่า 300 […]
ปี 2568 กลายเป็นปีที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ “นักท่องเที่ยวจีน” ที่เคยเป็นกำลังหลักของภาคการท่องเที่ยวไทย เดินทางมาเที่ยวไทยน้อยลงอย่างน่าตกใจ จากอดีตที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามามากกว่า 10 ล้านคนต่อปี นอกจากสร้างรายได้มหาศาลยังมีผลต่อการสร้างงานช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างคึกคัก แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับตรงกันข้าม ตัวเลขลดฮวบจนหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดนักท่องเที่ยวจากแดนมังกร เกิดอะไรขึ้นกับปีทองแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีไทย-จีน ซึ่งการท่องเที่ยวน่าจะบูมอย่างท่าตอนนี้คนไทยแห่ไปเที่ยวจีน แต่คนจีนกลับหดหาย การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนจึงมิใช่เพียงตัวเลข แต่เป็นสัญญาณอันตรายเป็นความผิดปกติที่คนในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะรัฐบาลไทยต้องหาคำตอบที่ชัดเจนเพื่อเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถามฝ่ายจีน คำตอบที่เหมือนกันอันดับแรกคือ “ความไม่มั่นใจในความปลอดภัย” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนในไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีลักพาตัว การโกงทัวร์ การรีไถนักท่องเที่ยว ข่าวลือเรื่องค้าอวัยวะ ที่เป็นเรื่องคนจีนเล่นงานคนจีนกันเอง หรืออุบัติเหตุซ้ำซากที่เกิดกับนักท่องเที่ยว ซ้ำเติมด้วยภาพยนตร์จีนที่ทำลายภาพพจน์ไทย การขยี้ซ้ำด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีนที่ชอบขายข่าวร้ายจึงไม่ต่างกับการสร้างไวรัลทำลายท่องเที่ยวไทยในหมู่ชาวจีน […]อ่านต่อ...
“ปาก” ถือเป็นอวัยวะชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของร่างกาย โดยหน้าที่ของ “ปาก” นอกจากการเป็นช่องทาง ในการบดเคี้ยวอาหารเพื่อผ่านลงไปสู่กระเพาะแล้ว …..“ปาก” ยังทำหน้าที่ในการสื่อสาร พูดคุย ตอบโต้ กับฝ่ายตรงข้าม บางครั้ง ยังทำหน้าที่ช่วยจมูก หายใจ ในยามที่ จมูก ไม่สามารถรับหน้าที่หายใจได้ทัน ตามที่ร่างกายต้องการ ในส่วนนี้ ปาก จึงเข้ามามีบทบาท เป็นเหมือนผู้ช่วยสำคัญกับการนำออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย… อย่างที่บอก หนึ่งในหน้าที่หลักของปาก คือ การสื่อสาร แต่ในส่วนนี้ ก็มีบางครั้ง ที่คำบางคำ ที่ออกจากปาก อาจจะสื่อสารไปยังฝ่ายตรงข้าม อาจมีความผิดพลาด ทั้งโดยที่ตั้งใจ และ ไม่ตั้งใจ เราอาจจะได้เห็นข่าว หลายๆ เรื่อง ที่มีต้นเหตุมาจาก “ปาก” ไม่ว่าจะเป็น การทะเลาะเบาะแว้ง ตบตี ทำร้ายกันระหว่างคน 2 คน หรือ เป็นกลุ่ม นั่นเพราะสิ่งที่พูดออกจากปากไป อาจไม่ถูกหู หรือ ทำให้ฝ่ายตรงข้าม รู้สึกไม่พ่อใจ จึงกลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งได้ […]อ่านต่อ...
“สัปปายะสภาสถาน” คือชื่อทางการของอาคารรัฐสภาไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลักคิดในการออกแบบก่อสร้างคือ “การเมืองต้องมีศีลธรรม” ประชาธิปไตยควรมีศีลธรรมเป็นเสาหลัก รัฐสภาคือสถานที่ประกอบกรรมดี ว่ากันว่าปัจจุบันเป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 424,000 ตารางเมตร แทนที่คนไทยทั้งประเทศจะภาคภูมิใจแต่เชื่อว่าส่วนใหญ่กลับรู้สึกเศร้าใจ เพราะสิ่งก่อสร้างที่ควรจะเป็นสัญญลักษณ์เชิดหน้าชูตาของประเทศ กลับทำให้นานาชาติมองไทยด้วยความสมเพชว่า “จนแล้วไม่เจียม” สมแล้วกับ “ประชาธิปไตยเทียม” กลายเป็นผลงานการผลาญงบประมาณครั้งมโหฬารที่ไม่มีใครเชื่อว่าสมราคาและไม่มีเงินทอน ระยะเวลาการก่อสร้างอันยาวนาน 10 ปีนับแต่ลงเสาเข็มต้นแรกในปี 2556 โดยมีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) เดิมจะต้องเปิดใช้งานปี2558 แต่ได้รับการขยายสัญญาถึง 4 ครั้ง ถึงได้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 และเพิ่งรับมอบงาน 100% เมื่อวันที่ […]อ่านต่อ...
ขณะที่ ได้ยินรายงานข่าวเศรษฐกิจ ทุกวันเผยให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจของไทย วันนี้ เรียกว่า ไม่ต่างจากลูกผี ลูกคน ถ้าถามว่า จะฟื้นตัวหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ คงมีแค่ จะฝัง หรือ จะเผา เท่านั้น แต่ในอีกด้าน ของรายงานข่าวที่มีการชี้แจงของทางสำนักเลขาสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ในการประชุมคณะกรรมาฝิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และ การสื่อสารมวลชน ต่อกรณี การตั้งงบฯ ของทางสภาฯ ที่ทำเอาหลายคนที่ได้ยิน ได้ฟัง แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ ไม่ใช่เพราะความดีใจ หรอกนะ ….แต่ เป็นน้ำตา ที่ไหลออกมาจากข้างใน พร้อมกับคำกร่นด่า แบบหยาบคาย ที่มีสิ่งมีชีวิต คลาน 4 ขา มาประกอบ อยากรู้จัง …คนเหล่านี้ เขาคิดอะไรกัน กับการตั้งงบฯ แสนแพง โดยไม่สนสี่ สนแปด กับสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในเวลานี้ นึกอย่างไร ถึงอยากเรียน ภาษาจีน กับราคา 2.3 […]อ่านต่อ...
สภาพทั่วไปขณะนี้คนไทยไม่เชื่อมั่นต่ออนาคต ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลผสมที่รวมเสียงได้มากแต่มีแต่ข่าวกัดกันเอง มีแต่ข่าวปรับครม. สะท้อนความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้นในคณะรัฐมนตรีก็ล้วนอุดมไปด้วย “นักกินเมือง” ที่คิดแต่แสวงหาประโยชน์เข้าตนเอง มองไปทางข้าราชการยุคนี้แทนที่จะตั้งใจทำงานบริการประชาชน หรือหน่วยงานอิสระที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ทำหน้าที่ได้โดยไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก ล้วนหันไปสมทบนายทุนจ้องเก็บเงินทอนเรียกค่าคอมมิชชั่นจากการใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย วันนี้ประชาชนคนไทยจึงต้องพึ่งตนเองด้วยการประหยัด ใช้จ่ายให้น้อยเท่าที่จำเป็น พาครอบครัวไปเดินห้างสรรพสินค้าเพื่ออาศัยแอร์เย็นๆประหยัดค่าไฟฟ้าที่บ้านแต่ลดการช็อปปิ้ง รายได้ร้านค้าจึงลดลงทั่วหน้า รายไหนสู้ค่าเช่าไม่ไหวก็ต้องปิดตัว ร้านห้องแถวปิดป้ายขาย/ให้เช่าเต็มไปทุกหัวระแหง แม้แต่ร้านค้าริมถนนที่จ่ายแค่เทศกิจก็ยังเจ๊ง ยุคตกต่ำ หนี้สินเพิ่ม บางคนหมดหนทางดิ้นรถเอาชีวิตรอดด้วยการจี้ปล้นร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร กลายเป็นข่าวรายวัน รัฐบาลที่เคยคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แค่แจกเงินหัวละหมื่น จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ ผลาญเงินไปหลายแสนล้านแบบเปล่าประโยชน์ เมื่อรู้ว่าไม่ได้ผลก็คิดใหม่จะเอาโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ แทรกด้วย “บ่อนกาสิโน” มาหวังปั่นหัวว่าจะบูมเศรษฐกิจหลอกลวงประชาชน แต่สมัยนี้คนรู้ทันเยอะกระแสต่อต้านสูง เลยคิดใหม่จะกู้เงินอีก 5 แสนล้าน จะเพิ่มเพดานหนี้ทะลุ 70% ซึ่งยังไร้แผนขาดความชัดเจนว่ากู้แล้วจะเอาไปผลาญยังไงต่อ […]อ่านต่อ...
ถึงแม้วันนี้ การขุดค้นซากอาคาร สตง. จะไม่พบผู้รอดชีวิตแล้วก็ตามที แต่ยิ่งขุดเท่าไร ก็จะยิ่งเจอกับความจริง มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสุภาษิตที่ว่า …ยิ่งขุด ตอยิ่งผุด… เอ๊ะ! หรือ “น้ำลด ตอผุด” กันแน่นะ ไม่ว่า จะเป็นน้ำลด หรือ จะขุดอะไร ก็แล้วแต่ …..ทว่า สิ่งหนึ่งที่เริ่มปรากฎให้เห็นภาพ ของสาเหตุของการถล่มของอาคาร สตง. ก็ยิ่งเป็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น ก็เห็นจะเป็น การออกมาเปิดเผยว่า ตัวของวิศวกรรายหนึ่ง ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารรับรองการสร้างตึก สตง. ได้เข้าแจ้งความกับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับ เปิดเผยด้วยว่า ตัวของเขาไม่ได้เป็นผู้เซ็นหนังสือรับรอง ในเอกสารแก้ไชแบบอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมาแต่อย่างไร ขณะที่ ลายเซ็นที่เห็นในเอกสารนั้น เขาก็ยังอ้างว่า ถูก “ปลอมแปลง” ทั้งหมด และถูกปลอมมานานกว่า 5 ปีแล้วด้วย …..อ้าว! งานนี้ ยังไงกันละนี่…. ลายเซ็นปลอม แล้วแบบนี้ ใครจะต้องรับผิดชอบกับ […]อ่านต่อ...
“ตึกสตง.ถล่ม” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินสยามทำให้คนทั้งประเทศหูตาสว่าง องค์กรอิสระที่เชื่อว่าทำหน้าที่ปราบโกง ช่วยตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรของประชาชน กลายเป็นองค์กรที่เน่าเฟะ เพราะยิ่งขุดยิ่งพบว่าการสร้างอาคารหลังนี้ผิดปกติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เน่าทุกชั้นและน่าจะมีเงินทอนทุกกระบวนการ องค์กรที่สังคมเคยให้เกียรติแต่วันนี้พบว่าธาตุแท้ทำตัวเป็น “เทวดา”อยู่เหนือข้าราชการทั้งประเทศ เห่อเหิมว่าถือกฎหมายและอยู่เหนือกฎหมาย ทำตามอำเภอใจได้ไม่ผิดด้วยการอ้างกฎระเบียบ ต้องการสร้างสำนักงานใหม่แทนที่จะประหยัดงบประมาณใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเหมือนเวลาไปตรวจสอบข่มขู่ข้าราชการตัวเล็กๆ แต่งานของตัวเองกลับฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย คิดสร้างสวรรค์วิมาน 30 ชั้น ผลาญงบกว่า 2,500 ล้านบาทจนฟ้าดินลงโทษให้กลายเป็นซากอิฐซากปูนที่ประจานความผิดและสร้างความอับอายไปทั่วโลก ความจริงถ้าระบบราชการเข้มแข็งและการเมืองไม่แทรกแซง ตึก30ชั้นของสตง.ไม่ควรจะถูกก่อสร้าง เพราะขุดข้อมูลย้อนไปปี 2551 มีโครงการก่อสร้างสถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติ ด้วยงบประมาณ 338 ล้านบาท ผ่านไป 10 ปีสร้างได้แค่อาคารอำนวยการด้วยงบ 58 ล้านบาท มีจ่ายค่าออกแบบก่อสร้าง 12 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม 1.2 ล้านบาท […]อ่านต่อ...
ถึงแม้ “เทศกาลสงกรานต์” จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ก็เชื่อว่า ความสุขจากเทศกาล จะยังอวลกลิ่นอาย อยู่ในหัวใจของหลายๆ คน อย่างไม่จางหายไป จากภาพของงานสงกรานต์ ที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าผู้คนมากมาย ที่ไม่ใช่แค่คนไทย จะมาสนุกสนานกันในเทศกาลอย่างเดียว แต่วันนี้ ยังมีคนต่างวชาติจำนวนไม่น้อย พากันเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลสาดน้ำ ไปแล้ว ภาพของวันสงกรานต์ในอดีต นับตั้งแต่จำความได้ และเห็นจนเจนตานั้น ก็เป็นเพียงแค่ หนึ่งในประเพณี ที่แสนจะธรรมดาของคนไทย ตื่นเช้า เดินไปวัด ทำบุญ สรงน้ำพระ ก่อนที่จะออกไปเล่นสาดน้ำตามประสา กับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันฃ ทว่า ภาพของสงกรานต์ วันนี้ กำลังเปลี่ยนไปจากเดิม ตามการแปรเปลี่ยนของกาลเวลา …. เพราะคำว่า “สงกรานต์” ในวันนี้ อาจไม่ได้หมายถึงแค่ ประเพณี ที่เกิดขึ้นเฉพาะ ในประเทศไทย อย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเทศกาล ที่หลอมรวมความรัก ความเข้าใจ และความรู้สึกดีๆ …โดยไร้ซึ่งเงื่อนไขใดๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาสนา เชื้อชาติ …ไม่มีการแบ่งชนชั้น […]อ่านต่อ...
ถ้าสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน เลิกคุยบนโต๊ะ เลิกค้าขายด้วยการตั้งกำแพงภาษีใส่กันเช่นสถานการณ์ในขณะนี้ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของการค้าโลก จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลง เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯกับจีนมีความเชื่อมโยงกันในมิติของการพึ่งพาทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี การศึกษา ฯลฯ นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าแค่สองฝ่ายขึ้นภาษีต่อกันในระดับ 54% การค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ–จีน ก็แทบจะไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีสินค้าตัวใดที่มีกำไรระดับ 50% หรือมีก็น้อยมาก แต่ที่ขึ้นมาถึงระดับ 125 – 245 % นั้นเป็นเรื่องของการแสดงท่าทีและการรักษาหน้าในทางการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น การที่สำนักงานกับภาพยนตร์แห่งชาติจีน แถลงว่ามาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯจะมีผลต่อความต้องการเสพสื่อภาพยนตร์ของสหรัฐฯในจีนลดน้อยลง หรือว่ากันตรงๆคือจีนจะคุมการนำเข้าหนังจากฮอลลีวู้ดซึ่งเป็นภาคบริการของสหรัฐฯที่ได้ดุลจากจีน ถือเป็นหนึ่งในการตอบโต้ที่เขย่าอุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐฯได้พอสมควร แต่ที่แรงและกระตุ้นต่อมเดือดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้พุ่งปรี๊ดคือการที่รัฐบาลกลางของจีน มีคำสั่งให้สายการบินในประเทศ ระงับการรับมอบเครื่องบินจากบริษัทโบอิ้ง รวมถึงอุปกรณ์การบินจากสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อมูลว่าสายการบินชั้นนำ […]อ่านต่อ...
