สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

สภาล้างผลาญชาติ นิติบัญญัติเงินทอน

 สภาล้างผลาญชาติ นิติบัญญัติเงินทอน

            สัปปายะสภาสถาน” คือชื่อทางการของอาคารรัฐสภาไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  หลักคิดในการออกแบบก่อสร้างคือ “การเมืองต้องมีศีลธรรม” ประชาธิปไตยควรมีศีลธรรมเป็นเสาหลัก  รัฐสภาคือสถานที่ประกอบกรรมดี  ว่ากันว่าปัจจุบันเป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 424,000 ตารางเมตร  

          แทนที่คนไทยทั้งประเทศจะภาคภูมิใจแต่เชื่อว่าส่วนใหญ่กลับรู้สึกเศร้าใจ  เพราะสิ่งก่อสร้างที่ควรจะเป็นสัญญลักษณ์เชิดหน้าชูตาของประเทศ  กลับทำให้นานาชาติมองไทยด้วยความสมเพชว่าจนแล้วไม่เจียมสมแล้วกับประชาธิปไตยเทียม  กลายเป็นผลงานการผลาญงบประมาณครั้งมโหฬารที่ไม่มีใครเชื่อว่าสมราคาและไม่มีเงินทอน  

           ระยะเวลาการก่อสร้างอันยาวนาน 10 ปีนับแต่ลงเสาเข็มต้นแรกในปี 2556  โดยมีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)  เดิมจะต้องเปิดใช้งานปี2558 แต่ได้รับการขยายสัญญาถึง 4 ครั้ง ถึงได้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564  และเพิ่งรับมอบงาน 100% เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567  ผลคืองบก่อสร้างบานจาก 1.2 หมื่นล้านบาท เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท  น่าจะเป็นอาคารรัฐสภาที่แพงที่สุดในโลกด้วย 

          แต่ยังมีคำร้องจำนวนมากเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส  หรือข้อพิรุธในการก่อสร้าง  ที่คาอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

          เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจข้าราชการ นักการเมืองกับผู้รับเหมา  อาคารรัฐสภาเปิดใช้งานมาแค่ 4 ปี ไม่ทันไร ยังจะล้างผลาญงบประมาณกันอีกเพื่อปรับปรุง สร้างใหม่ เพิ่มเติม ซ่อมแซม  อ้างของเดิมยังไม่สมบูรณ์  เหมือนมีการวางยาเอาไว้เพื่อใช้งบต่อเนื่อง 

          เช่นห้องประชุมใหญ่ไม่มีระบบเสียง ของบ 118 ล้านบาท  พิพิธภัณฑ์เตรียมแค่พื้นที่ 5,000-6,000 ตารางเมตร เป็นห้องเปล่าๆของบ 44 ล้านบาท  ห้องสัมมนาของบปรับปรุงระบบไฟฟ้า 117 ล้านบาท   ห้องครัวที่ใช้หุงหาอาหารให้เหล่าเทวดายังไม่ดีพอของบปรับปรุบ 117 ล้านบาท  ห้องสารนิเทศจะทำระบบ 4D แบบเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์หรือไง ของบ 180 ล้านบาท 

           ที่ไม่สมเหตุสมผลคือ สระมรกต จะใช้งบถม 150 ล้านบาท  อ้างเป็นดำริของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ที่เห็นว่าน้ำเน่าเสีย ยุงเยอะ มีเหี้ยลงไปว่ายน้ำเล่น  ควรจะถมสร้างห้องสมุด  ห้องรับรอง  ห้องพัก รวมถึงปลูกพันธุ์ไม้ใหม่แทนต้นไม้ที่ยืนต้นตาย

             หรือการของบปรับปรุง “ศาลาแก้ว” 2 หลัง จำนวน 123 ล้านบาท อ้างว่าร้อนมากจากที่ออกแบบหลังคากระจก ไม่ได้ใช้ประโยชน์  ทั้งที่ความจริงศาลาแก้วคือออกแบบงานศิลปะ  เป็นเจตนาสร้างสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างแกนสมมาตรและลดทอนสัดส่วนอันสูงใหญ่ของอาคารรัฐสภา  เพื่อความรู้สึกที่อบอุ่น เป็นมิตร ไม่ข่มผู้มาเยือน  

           แต่โครงการใหญ่ที่มีคนเลียริมฝีปากรออยู่คือสร้างอาคารจอดรถหลังใหม่  แอบแฝงมาก  ทั้งๆที่ที่จอดรถใต้ดินเดิมมีปัญหาน้ำรั่วซึมจากใต้ดินกว่า 100 จุด  มีการร้องให้ชะลอการตรวจรับงาน  ยังแก้ไขไม่ตก  แต่กลับมีการตรวจรับงานไปแล้ว   

          ปัญหาเดิมไม่แก้ไข คนข้างในยังคิดสร้างใหม่อีก  เอางบที่เหลือของสภาไปจ้างบริษัทเอกชนมาออกแบบทำที่จอดรถใต้ดินเพิ่มอีก 104.5 ล้านบาทเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว  โดยมีการประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างออกแบบก่อสร้างอาคารจอดรถของอาคารรัฐสภาใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2568     มีการของบปี 2569 ก่อสร้าง 1,529 ล้านบาท แต่จริงๆวางแผนผูกพัน 3 ปีถึงปี 2571 งบก่อสร้างรวม 4,593 ล้านบาท

         รูปอาคารจอดรถที่กำหนดไว้มีลักษณะเป็นอาคารจอดรถใต้ดินลึกประมาณ 13 เมตร จำนวน ไม่น้อยกว่า 3 ชั้น มีพื้นที่การก่อสร้างรวมไม่น้อยกว่า 165,000 ตารางเมตร โดยจะได้พื้นที่จอดรถยนต์ ไม่น้อยกว่า 4,600 คัน  ที่จอดรถบัสบนดินได้ไม่น้อยกว่า 19 คัน และพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ซึ่งสามารถจัดสรรเป็นพื้นที่อาคารสำนักงาน ระบบสาธารณูปโภค และวัสดุครุภัณฑ์สำหรับรองรับบุคลากรจำนวนกว่า 500 คน

          ยิ่งไปกว่านั้นพบว่าก่อนหน้านี้มีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักสวัสดิการข้าราชการรัฐสภา อ้างเพื่อธรรมาภิบาลและความผาสุกในการปฏิบัติงาน  เป็นอาคาร 30 ชั้น จำนวน 545 ห้อง บนที่ดิน 9 ไร่เศษย่านถนนประดิพัทธ พญาไท  สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ของบปี 2566 ไว้ 998 ล้านบาท มีเนอร์เซอรี่ ห้องฟิตเนส ห้องโยคะ ที่จอดรถยนต์ 330 คัน  จะเริ่มก่อสร้างต้นปี 2569 ใช้เวลา 2 ปี  มีประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงออกมาประท้วงว่าไม่มีการทำประชาพิจารณ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

          พวกเมิงกำลังปล้นประชาชน  ปล้นกลางแดดแบบเอากันอย่างเห็นๆอย่างหน้าด้านๆ  อ้างทำตามระเบียบกฎหมาย  ไม่เกรงใจประชาชนเพราะเสือกโง่เลือกพวกมันเข้าไปนั่งในสภาแล้ว  ผลาญงบประมาณไปกว่า 2 หมื่นล้านบาทจนฐานะการคลังย่ำแย่อย่างทุกวันนี้  ของเดิมหรูหราหมาเห่ายังไม่พอ  จะเอางบไปสร้างเสริมแสงสีเสียง  จะเนรมิตจิตกรรมฝาหนังหลังประธานสภาของฝั่งสส.อีก  ยังไม่รู้ว่าฝั่งสว.ที่ฮั้วกันเข้ามาจะเสนออะไรเข้ามาอีก

          อาคารสตง.ที่ถล่ม  อาคารกสทช.ที่สร้างแล้วปล่อยทิ้งร้าง  อาคารสำนักงบประมาณที่สร้างค้างคา  ล้วนสะท้อนพฤติกรรมหน่วยงานราชการที่ทุ่มใช้งบประมาณแผ่นดินด้วยความฟุ่มเฟือยจนกลายเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมราชการ   ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี  สร้างความน่าเกรงขามแก่สาธารณะ  แต่ซ่อนไว้ด้วยผลประโนชน์ทับซ้อนและเงินทอน  ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน  ล้างผลาญงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศโดยประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลย

          อาคารรัฐสภายิ่งใหญ่  ประชาธิปไตยยิ่งเล็ก  ประเทศที่ประชาธิปไตยสูง  อาคารรัฐสภาจะเรียบง่าย  เพราะสส.กับสว.เขาจะคิดถึงการทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าการยึดติดห้องทำงานกับห้องประชุม  แต่ที่นี่ประเทศไทยสร้างให้ใหญ่ยิ่งดีเพราะมีเงินทอนเยอะ   

—————————

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ