จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 20 มกราคม 2568 แต่ถูกเลื่อนเร็วขึ้นเป็นวันที่ 17 มกราคม 2568 เพื่อให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคิ๊กออฟโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ที่อยู่อาศัยราคาประหยัดเพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี บ้านเพื่อคนไทยเป็นโครงการที่รัฐบาลแพทองธารโดยกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยบริษัทลูก บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด(SRTA) ดำเนินการก่อสร้างบ้าน 100,000 หน่วยบนที่ดินของการรถไฟฯ ซึ่งว่ากันว่ากำที่ดินแปลงงามเอาไว้กว่า 3.3 หมื่นไร่ทั่วประเทศ โครงการนำร่อง 4 ทำเลที่รัฐบาลบอกว่าจะทำบ้านดีราคาถูกมาช่วยคนจน ได้แก่ 1.บริเวณ กม.11 ใกล้สำนักงานใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บนเนื้อที่ 15 ไร่ ซอยวิภาวดี […]
กลายเป็นกระแส ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปแล้ว เมื่อ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.รด.) ได้ออกมาเสนอแนวคิด หากชายไทย คนใดไม่อยากเกณฑ์ ก็แค่จ่ายเงินสมทบ เข้ากองทุน สำหรับนำไปใช้เพิ่มเงินเดือนให้กับทหารเกณฑ์ งานนี้ บอกเลยว่า คนที่ได้ยินข่าวนี้ ต้องร้อง อื้อฮือ! ไปตามๆ กันเลยทีเดียว จะไม่ให้อื้อฮือ! ได้อย่างไร เพราะหากแนวคิดนี้ ถูกนำไปใช้ได้จริง ก็จะทำให้เกิดข้อดี และ ข้อเสีย กันมาอีกไม่น้อยทีเดียว หากจะย้อนกลับไปในสมัยอดีต เมื่อครั้งก่อตั้งราชธานี กรุงศรีอยุธยา ก็เรียกได้ว่า เคยมีการใช้แนวคิดแบบเดียวกันนี้ มาแล้ว นั่นคือ การเกณฑ์ไพร่ หรือ ประชาชนระดับรากหญ้า ในสมัยนั้น เข้าไปประจำการ เป็นทหาร เพื่อทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง จากอริราชศัตรู ไพร่ที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ปกป้องบ้านเมือง หรือ ใช้แรงงาน ไปจนถึง การรับราชการ จะถูกเรียกว่า ไพร่สม ส่วน ไพร่ส่วย […]อ่านต่อ...
วันแรกของการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของแคนาดาในปี 2558 จัสติน ทรูโด คือนักการเมืองดาวรุ่งอันเป็นที่คาดหวังว่าจะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศ เขาเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่จนเกิดกระแส Trudeaumania เหมือนในสมัยของปิแอร์ ทรูโด บิดาของจัสตินที่เคยได้รับความนิยมเมื่อสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของแคนาดา แม้เขาจะสามารถนำพรรคเสรีนิยมคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งสองครั้ง และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ต่อเนื่อง 9 ปี แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นตัวฉุดคะแนนนิยมของพรรค สถานการณ์บีบให้ทรูโดจำใจต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระหลังจากถูกกดดันมานาน ทั้งจากกระแสสังคมและกระแสในพรรคเสรีนิยมของตนเอง เพราะชาวแคนาดาเริ่มหมดศรัทธา คะแนนนิยมตกต่ำลงทุกวันและมีโอกาสพ่ายแพ้สูงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป วันที่ 6 มกราคม 2568 ทรูโดประกาศลาออกทั้งจากหัวหน้าพรรคเสรีนิยม และนายกรัฐมนตรี เพราะล้มเหลวบริหารเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง เงินเฟ้อ คนตกงาน ประเทศไม่มีความสามารถทางการแข่งขัน […]อ่านต่อ...
ก่อนอื่น ต้อง ขอ”สวัสดีปีใหม่” พุทธศักราช 2568 กับผู้อ่าน “บางกอกทูเดย์” ทุกท่าน ที่ติดตาม “สาธยาย” มาอย่างต่อเนื่อง …..จะว่าไปแล้ว ตลอดระยะเวลา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สุดช็อก! มากมาย ทั่วโลก ที่สร้างความสูญเสีย และความหวาดกลัว ให้กับผู้คน …. ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ ในประเทศญี่ปุ่น จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 คน และส่งผลให้ถนนถูกตัดขาดและอาคารกว่า 200 หลังถูกไฟไหม้ โดยเฉพาะบนถนนอาซาอิจิ ย่านตลาดยอดนิยมของเมืองวาจิมะ รวมถึง มีประชาชนกว่า 27,700 คนต้องอพยพ ไปพักอยู่ในศูนย์อพยพ 336 แห่ง หรือ จะเป็น เหตุการณ์ แผ่นดินไหว ใกล้กับเมืองฮวาเหลียน ในไต้หวัน ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยเฉพาะ มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ กว่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเหตุการณ์ลอบยิง […]อ่านต่อ...
เชื่อเถอะว่าชะตากรรมของโลกในปี 2025 ขึ้นอยู่กับบุรุษสองคน หนึ่งคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในวันที่ 20 มกราคม เป็นผู้นำโลกตะวันตก อีกหนึ่งคือ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ครองตำแหน่งผู้นำโลกตะวันออกมายาวนาน และคือคู่แข่งขันที่สมน้ำสมเนื้อกับการทำ “สงครามการค้า”รอบใหม่ที่ไม่อาจหลีกพ้นระหว่างสองมหาอำนาจ ซึ่งดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนจะมาวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าพญามังกรในยุคนี้จะยอมให้พญาอินทรีขี่หลังหรืออย่างไร ดร.ไพจิตรกล่าวว่า จีนมีความชัดเจนนับตั้งแต่เปิดประเทศเมื่อ 45 ปีที่ผ่านมาในเรื่องการค้าขายระหว่างประเทศทำให้มีความเจริญเติบโตและพัฒนาไปมาก นอกจากนี้จีนยังผลิตสินค้าเก่งส่งไปจำหน่ายทั่วโลกจนมีแนวโน้มเกินดุลการค้าจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าในปี 2024 จีนจะเกินดุลการค้าประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจีนคงพอใจแต่หลายประเทศที่เป็นคู่ค้าอาจไม่สบายใจโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เพราะยุคก่อนหน้านั้นสหรัฐฯขาดดุลการค้าญี่ปุ่น พอภาพของญี่ปุ่นหายไปจีนโผล่ขึ้นมาแทนแบบพุ่งทะยาน แล้วตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาสหรัฐฯขาดดุลการค้าจีนมากยิ่งกว่าตอนที่ขาดดุลการค้าญี่ปุ่น มีความพยายามจะลดการขาดดุลในหลายส่วนหลายคราว โดยภาพที่ชัดเจนมากที่สุดและดูจะก้าวร้าวจริงจังคือสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 1(ค.ศ.2017-2020) ที่พยายามกีดกัดทางการค้าหลายรูปแบบ พยายามกดดันสให้จีนซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ก็นำมาสู่คำว่า […]อ่านต่อ...
ในช่วงตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา เชื่อว่า ทุกคนน่าจะได้ยินข่าว “ปิดโรงงาน” หรือ “ย้ายฐานการผลิต” ของบรรดานักลงทุนต่างชาติ รวมไปถึง การเลย์ออฟ พนักงานของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ หลายแห่ง กันอย่างต่อเนื่อง …..ยิ่งช่วงสิ้นปี 2567 ก็จะได้เห็น คนตกงานอีกกว่า หลักร้อยคน จากสื่อดังยักษ์ใหญ่ของไทย ที่จะมีผลในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้….. ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า อัตราการว่างงาน น่าจะมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน…. แต่ความวิตกกังวล ทั้งหมดนี้ กำลังจะคลี่คลายไป เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี มีทางออกให้คนไทย ได้มีอาชีพใหม่กัน ที่เชื่อว่าน่าจะสร้างรายได้ และความร่ำรวย ขึ้นมาได้ ซึ่งอาชีพที่ว่านั้น ก็คือ “ขุดดินโคลน ในคลอง” ไปขาย …..ห๊ะ! ….อาชีพอะไรนะ!…. หูฝาดไปหรือเปล่าคะเนี่ย! ฟังไม่ผิด หรอกค่ะ …ท่านนายกฯ พูดแบบนั้น จริงๆ ….แหม! ช่างน่าทึ่งจริง ซึ่งไม่แน่ว่า นี่จะเป็นอาชีพใหม่ที่พาให้คนไทย ได้ร่ำรวยกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว แถม ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ….แอบปลื้ม กับความคิดของท่านนายกฯ […]อ่านต่อ...
การจะได้เห็นภาพ ของ 3 นายกฯ พร้อมเพรียงมาอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยนัก หากไม่ใช่ งาน สัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เกิดขึ้นในอำเภอ หัวหิน ที่จัดขึ้นครั้งล่าสุด นอกจากประเด็น การรวมตัวกันของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” และ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาล ในปัจจุบันแล้ว ….ทุกสายตา ยังคงจับตามองไปที่ หนึ่งในคนสำคัญของพรรค ซึ่งก็คือ “ท่านทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และ เป็นคุณพ่อของ นายกรัฐมนตรีหญิง คนปัจจุบัน …ประเด็นสำคัญที่ คุณทักษิณ พูดในงานสัมมนา ก็คือ การขอเวลา 17 ปี ที่หายไปกลับคืนมา จากพระเจ้า …รวมถึง ความห่วงใยในเศรษฐกิจของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพูดถึงเรื่องของ คริปโต ที่คาดว่า น่าจะนำมาช่วยสร้างการหมุนเวียนเศรษฐกิข ของประเทศได้ดีขึ้น ในอนาคต (หากเป็นไปได้) ตลอดจน วิธการสร้างการเติบโตให้กับ จีดีพี ของประเทศไทยด้วย ไม่เพียงแค่นั้นในระหว่างการพูดบนเวทีสัมมนาของพรรค คุณทักษิณ […]อ่านต่อ...
จากการที่ รัฐบาลออกมาเปิดเผย ก่อนหน้านี้ว่า อาจจะมีแผนการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 15% ทั้งเรื่องของ VAT และ ประกันสังคม …แต่ต่อมา ได้มีการถอนแผนดังกล่าวออกไป หลังจากที่พบว่า เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนัก แหม! จะไม่ให้คัดค้านได้ยังไง คะ ….จู่ ๆ ก็จะมาโพร่ง ขอปรับภาษี แบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่แค่ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา อย่างเดียว แต่ยังจะมาเรียกเก็บ เงินประกันสังคมแต่ละเดือน ที่พุ่งพรวดจาก 750 บาท เป็น 1000 บาท แบบนี้ ก็บอกได้คำเดียวว่า ตาย แน่นอน…โดยเฉพาะ คนทำมาหากิน ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ค่ารถ ค่าสาธารณูปโภค ค่ากิน ในแต่ละวัน ก็ปาเข้าไป กี่ร้อยบาทแล้ว….เงินที่เหลือแต่ละเดือน ยังแทบไม่พอยาไส้ ต้องทำตัวกระเบียดกระเสียน กันไป จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้าที่จะก้าวมาเป็นรัฐบาล ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พวกท่าน เคยบอกว่า จะทำให้ประชาชน อยู่ดีกินดีไม่ใช่หรือ ? […]อ่านต่อ...
ขณะที่เรื่องของ เกาะกูด ที่หลายฝ่าย ยังคงวิตกกังวลกับการออกมาอ้างกรรมสิทธิ์ ในการครอบครอง ของประเทศเพื่อนบ้านรายหนึ่ง ยังไม่ทันได้คลี่คลาย อะไร ยิ่งไปกว่านั้น ทุกฝ่าย ยังมึนงง เมื่อมีกระแสข่าวว่า รมว.กลาโหม หลังมีคำสั่งให้กองทัพเรือ ยกเลิกการลาดตระเวน ในพื้นที่เกาะกูด จ.ตราด …..เอ๊ะ! ยังไงเนี่ย กลิ่นชักทะแม่ง ๆ….. แต่ยังไม่ทัน ที่เรื่องราวนี้ จะคลี่คลายลงไป หรือมีความชัดเจนออกมามากขึ้น…..ก็ดันมีเรื่องใหม่ มาให้ปวดหัว กุมขมับกันอีก เรื่องที่ว่า ก็เป็นปัญหาในทำนองเดียวกัน นั่นคือเรื่องการรุกล้ำ น่านน้ำทางทะเล ระหว่าง ไทย และ เมียนมา ต้นเหตุและเรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้น เมื่อมีการรายงานว่า ทหารพม่ายิง เรือประมงไทย ขณะกำลังหาปลา อยู่บริเวณ เกาะพยาม จ.ระนอง จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และถูกจับกุมอีก 31 ราย รวมถึง ถูกยึดเรือประมงอีกด้วย …ก็ไม่รู้ว่า เกิดการรุกร้ำน่านน้ำ หรือไม่ […]อ่านต่อ...
ข่าว “ช่อง 3 เลิกจ้างพนักงาน 300 คน” เป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับคนในองค์กร และแฟนคลับที่ติดตามข่าวช่อง 3 ว่าจะมีผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าว หรือพิธีกร ที่เขารักเขาชอบจะต้องตกงานไปด้วยหรือไม่ สาเหตุหลักคือยังขาดทุน ผลประกอบการไม่ดีขึ้น ฝ่ายบริหารของช่องแจ้งว่าการปลดพนักงานครั้งนี้มีความจำเป็นเพื่อลดค่าใช้จ่ายโดนตั้งเป้าไว้ที่ 30% เนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ และการปรับลดพนักงานครั้งนี้ไม่ได้เปิดให้พนักงานยื่นลาออกโดยสมัครใจหรือเออลี่รีไทร์ แต่เป็นการประเมินผลงานของแต่ละแผนกทุกตำแหน่งตั้งแต่บรรณาธิการจนถึงพนักงานทั่วไปเกือบ 300 ราย มีผล ณ สิ้นปี2567 โดยมีการจ่ายชดเชยตามกฎหมาย การลดจำนวนพนักงานถือเป็นมาตรการลดภาระเพื่อซื้ออนาคต ยังดีกว่าการปิดสถานีซึ่งหนักกว่านี้ก็เคยปรากฏมาแล้ว ทีวี ดิจิทัล ช่องข่าว SD ปิดไปแล้ว 4 ช่องได้แก่ […]อ่านต่อ...
