“เป็นเหตุ เป็นผล” ตกลงเรื่องความสำเร็จของเนเน่ เป็นที่ยอมรับเป็นวงกว้าง นับวันก็ยิ่งกว้างออกไปเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงชนิดได ถึงแม้ว่าเธอจะเล่นStyle hard rock เป็นส่วนมาก ที่ไม่เป็นที่นิยมเหมือนสมัยผมเป็นTeenage แต่คนที่เห็นฝีมือของเธอ ยอมรับแน่นอนเลยว่า เธอเล่นได้ทุก Style ของเพลง ยิ่งประวัติของความเป็นมา ที่เริ่มเล่นกีร์ต้าแต่เยาว์วัย (7ขวบ) มันแทบจะเป็นอะไรที่ยากที่จะเกิดขึ้น กับฝีมือที่เยี่ยมยอดที่เธอมีอยู่ ผมเองมาวิเคราะห์ดู แล้วถามตัวเองว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร บางสาเหตุคงจะเป็นการพิสูจน์และเป็นการทำให้เยาวชน ทั่วโลก มีความเชื่อมั่นว่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ช่างเป็นกลไกที่ผสมผสานกันจนทำให้เธอประสพความสำเร็จ คำตอบของผมขอยกมาเป็นสาเหตุตามความเข้าใจแบบนี้ครับ 1.เธอเป็นเด็กที่เกิดที่ภูเก็ต เมืองยอดนิยมของคนทั่วโลก ที่มาเที่ยวกัน มันเกี่ยวกันกับเธอตรงที่โอกาสที่เธอ ได้แสดงฝีมือที่เราเรียกว่าการเล่นแบบเปิดหมวก ตั้งแต่เยาว์วัย เพราะมีนักทัศนาจร แต่ละปีมาภูเก็ตกันอย่างมากมาย ที่ผมยกให้เป็นสาเหตุแรก เพราะการเกิดมันเป็นสิ่งแรกของมนุษย์ทุกคน 2.การสนับสนุนของพ่อแม่เธอ ไม่ได้เกี่ยงว่าลูกจะต้องมีอาชีพอื่นๆ เช่นเป็น หมอ เป็นทนายความ เป็นนักวิชาการ หลายๆสาขาอาชีพ หากีร์ต้าให้และเธอก็ฝึกฝน มาด้วยใจรัก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีไม่เหมือนเด็กทั่วๆไป 3.การย้ายโรงเรียนจากเทศบาลบ้านบางเหนียว มาเป็นโรงเรียนขจรเกรียตินานาชาติภูเก็ต(KIS) ด้วยการได้ทุนจากฝีมือการเล่นกีร์ต้าของเธอ ผมว่านี่เป็นสาเหตุที่สำคัญมากๆสาเหตุหนึ่ง ทำให้เธอเก่งภาษาอังกฤษ และเข้าใจกับสังคมอินเตอร์ไม่น้อย […]
การสมคบคิดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลโจมตีอิหร่านด้วยข้ออ้างโครงการอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ไม่มีใครเชื่อว่าจะจบลงได้อย่างรวดเร็วเหมือนอย่างที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคุยโม้ในวันแรกๆ เพราะแม้ผู้นำทางจิตวิญญาณของอิหร่านจะถูกเด็ดหัว โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ ระบบเศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ประเทศก็ยังไม่ล่มสลาย รัฐบาลเตหะรานยังสามารถตอบโต้คู่สงครามได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เมื่อสงครามทางทหารไม่สามารถปิดเกมได้อย่างที่คาด วอชิงตันจึงหันกลับไปหยิบอาวุธที่ตนถนัดที่สุดขึ้นมาใช้อีกครั้งนั่นคือ “สงครามทางเศรษฐกิจ” โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯได้ ประกาศใช้ “Economic D-Day” หรือการทำสงครามเศรษฐกิจขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณไปยังนานาชาติว่า การค้าหรือการทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่านอาจต้องเผชิญผลตอบโต้จากสหรัฐฯ เป้าหมายของสหรัฐฯนั้นชัดเจนมากคือการตัดอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจโลก ลดช่องทางหารายได้ ปิดเส้นทางการเงิน และทำให้ประเทศขาดทรัพยากรเพียงพอที่จะดำเนินสงครามต่อไป หรืออีกนัยหนึ่งคือการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ของอิหร่านจากจีน รัสเซีย ที่ยังค้าขายอย่างเปิดหน้า หรืออีกหลายประเทศที่แอบค้าขายอยู่หลังร้าน ซึ่งทำให้อิหร่านมีทุนมาสู้ศึกได้ยาวนาน แต่สงครามเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหม่นี่ เพราะสหรัฐฯใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ อิหร่านถูกจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ ถูกคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน ถูกปิดกั้นการลงทุนเพราะสหรัฐฯประกาศข่มขู่บริษัทหรือนานาประเทศไม่ให้ทำธุรกิจกับเตหะรานมาตั้งนานแล้ว ดังนั้นการแสดงท่าทีขึงขังจะดีเดย์อิหร่านเที่ยวนี้จะมีผลอะไร คำตอบอาจอยู่ที่ความจริงว่า เป้าหมายของ อ่านต่อ...
เรียกว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ อย่างสุดขีด สำหรับเหตุการณ์ ที่ถูกเปิดเผยล่าสุดว่า มีคนนำรายชื่อ คนต่างด้าว เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของคนไทย โดยที่ เจ้าบ้านตัวจริง ไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย ….เรื่องราวทั้งหมดนี้ อาจเรียกได้ว่า เป็นภาคต่อจากประเด็นข่าว “การยัดชื่อเด็กต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน” ก็ว่าได้ ยังไม่ทัน ที่เรื่องของ การยัดชื่อเด็กต่างด้าว เข้าทะเบียนบ้าน จะจางหาย หรือ คลี่คลาย ก็มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นมาให้รู้สึก น่ากังวลใจอีกแล้ว เพราะล่าสุด มีข่าวใหม่ มาสร้างความกังวลใจ เมื่อมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ได้โทรศัพท์ รวมไปถึง ส่งหนังสือ (เอกสาร) เรียกตัวเจ้าบ้าน หลายหลัง ให้มาเอาชื่อ ของคนต่างด้าว ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ออก ขณะที่ทางเจ้าบ้านเอง ก็เกิดความ งงงวย สุดฤทธิ์ เพราะในทะเบียนบ้านตัวจริง ไม่มีชื่อคนต่างด้าว ตามที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต แจ้งแม้แต่น้อย …เรื่องนี้ แปลก! เพราะพอ เจ้าของบ้าน ที่เป็นข่าว ถามกลับไปที่ […]อ่านต่อ...
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน จีนได้เผยแพร่ข่าวสองเรื่องใหญ่ออกไปสู่สายตาชาวโลก เรื่องแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “นายสวี่ เจียอิ้น” หรือ Hui Ka อ่านต่อ...
ช่วงนี้ หากใครได้รับชมข่าว กันเป็นประจำ จะได้เห็น บรรดารัฐมนตรี และ ผู้คนในพรรคร่วมรัฐบาล หลายต่อหลายท่าน กำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้น ลงพื้นที่รับผิดชอบกันอย่างต่องเนื่อง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ….ไม่ว่าจะเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่าง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญอยู่แค่งานวิชาการด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ ให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ในการลงพื้นที่บัญชาการ ช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดภาคเหนือ แทบทุกวัน หลังเกิดภัยพิบัติขึ้น หรือจะเป็น นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ขี่จักรยานยนตร์วิบาก ด้วยตัวเอง ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วม ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนนพื้นที่ จากเหตุการณ์อุทกภัย เช่นเดียวกับ ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่แม้จะไม่ได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แต่ก็ได้มอบมหมายให้ นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เดินทางลงพื้นที่แทน […]อ่านต่อ...
หากพูดถึงธุรกิจค้าปลีกจีนในวันนี้ ชื่อ “พ่างตงหลาย” (Pang Dong อ่านต่อ...
ก่อนที่แอดมิน จะเขียน หรือ พูดอะไรออกไปในคอลัมน์นี้ ก็ต้องขอเสียงปรบมือดังๆ รัวๆ ให้กับ ท่าน พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) กันหน่อย …เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านเอาจริงเอาจัง กับการลุยกวาดล้างบรรดา กลุ่มคนต่างด้าว ที่เข้ามาแสดงอาการกร่าง อ้างสิทธิ์ดินแดนของประเทศไทย ไปเป็นของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ไม่ว่าจะเป็นที่ พะงัน สมุย หรือภูเก็ต จนทำเอาชาวบ้านในพื้นที่ ต้องอกสั่น ขวัญหาย จนไม่เป็นอันทำมาหากิน … เอาล่ะ! ชื่นชมกับผลงาน ของท่าน มท.2 กันไปแล้ว ก็มาเล่าเรื่องราว ของท่านทูต ประเทศ อ.ร.อ. ที่ออกมาบอกว่า คนของประเทศนี้ ล้วนเป็นคนดี พูดมาถึงตรงนี้ ก็ทำให้รู้สึก ขำในใจ …ว่า ท่านช่างกล้าพูด กล้าบอก ว่า คนประเทศของท่าน ล้วนเป็นคนดี ถามหน่อยค่ะ คนดีที่ไหน เขาจะมาประกาศ ยึดแผ่นดินของประเทศอื่น ไปเป็นของตัวเอง […]อ่านต่อ...
ในวันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของมนุษย์แทบทุกด้าน คำถามหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเกิดขึ้นในแวดวงการศึกษาก็คือ เรายังจำเป็นต้องเรียนภาษาต่างประเทศกันอีกหรือไม่โดยเฉพาะ “ภาษาจีน” ซึ่งเป็นภาษาที่มีผู้เรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เหตุผลที่เกิดคำถามนี้ขึ้นมาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะวันนี้การสื่อสารระหว่างคนที่พูดกันคนละภาษาง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก เพียงมี “สมาร์ทโฟน”เครื่องเดียวก็สามารถเดินทางเที่ยวจีนได้อย่างสาย ต้องการอ่านภาษาจีนบนป้ายร้านอาหาร เมนูสินค้า หรือข้อความในเว็บไซต์ ก็สามารถใช้กล้องโทรศัพท์ส่องแล้วให้ระบบแปลออกมาเป็นภาษาไทยได้ในเวลาไม่กี่วินาที ขณะเดียวกันก็มีหูฟังอัจฉริยะที่ช่วยแปลภาษาระหว่างการสนทนา รวมทั้งเครื่องแปลภาษาเฉพาะทางที่สามารถทำหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้กำแพงทางภาษาเตี้ยลงอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ภาษาจีนสามารถเดินทางไปจีนได้ง่ายขึ้น นักธุรกิจสามารถติดต่อคู่ค้าเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องพูดภาษาจีนเป็น และคนที่กำลังเรียนภาษาจีนเองก็มีเครื่องมือช่วยตรวจสอบคำศัพท์ การออกเสียง การเขียน และการสนทนาอยู่ในมือแทบตลอดเวลา ประสิทธิภาพของระบบแปลภาษาในปัจจุบันดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ยังไม่ควรคิดว่าเครื่องสามารถแปลได้ถูกต้องสมบูรณ์ทุกสถานการณ์ แต่สำหรับการสื่อสารทั่วไป เครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยให้คนที่ไม่รู้ภาษาจีนเอาตัวรอดได้ดีขึ้นมาก นี่จึงนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ถ้าเรามีเครื่องแปลภาษาอยู่แล้ว จะเสียเวลาเรียนภาษาจีนไปทำไม คำตอบอาจต้องเริ่มจากการมองให้เห็นว่า “การแปลภาษา” กับ “การรู้ภาษา” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ดังนั้นแม้โลกจะมี AI ช่วยแปลภาษาจีน แต่คนเรียนภาษาจีนกลับไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด ลองนึกภาพนักธุรกิจไทยคนหนึ่งเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ เขาอาจไม่รู้ภาษาจีนแม้แต่คำเดียว แต่มีโทรศัพท์ที่สามารถแปลเมนู แปลป้าย และช่วยสนทนากับคนจีนได้ เขาสามารถเดินทาง ซื้อสินค้า เรียกรถ และติดต่อธุรกิจเบื้องต้นได้ นี่คือข้อดีมหาศาลของเทคโนโลยี อ่านต่อ...
ไม่เชื่อเลยว่า แค่กลุ่ม “ซาแซง” เล็กๆ กลุ่มหนี่งที่ไปป่วนภายในสายการบิน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ใหญ่โต จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ทูตของทางการจีน ท่านหนึ่ง ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ออกมาแสดงอาการปกป้อง กลุ่มซาแซง แบบไม่ลืมหูลืมตา แม้ว่า กลุ่มซาแซง จะกระทำความผิดแบบ ไม่น่าให้อภัยด้วยซ้ำ ท่าที ที่แสดงนั้น เรียกว่า กร้าวร้าว เกินกว่าจะยอมรับได้ เพราะท่านเล่นกดดัน เจ้าหน้ราที่ หรือ สื่อของประเทศไทย ให้ปฏิบัติตามความต้องการของท่าน ….ไม่รู้ว่า ตัวของท่าน ลืมไปหรือเปล่าว่า ท่านอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้อยู่ที่ประเทศจีน นะเจ้าคะ มิหนำซ้ำ ท่านยังแสดงอาการหยาบคาย ด้วยการสั่งจี้ให้มีการตรวจสอบ ประเทศเจ้าบ้าน โดยที่ท่าน ไมได้ดูเลยว่า คนในประเทศของท่าน กำลังเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย และที่ยิ่งไปกว่านั้น จากกระแสข่าว ที่ว่า ทูตจีน รายดังกล่าว มีการเรียกรัฐมนตรีไทย เข้าพบเพื่อเคลียร์ประเด็นที่เกิดขึ้น ยังถือเป็น การกระทำ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ มีที่ไหน กับการที่แขก […]อ่านต่อ...
โลกธุรกิจในปี 2569 ไม่เหมือนเมื่อ 20 ปีก่อน และยิ่งไม่เหมือนเมื่อ 40-50 ปีก่อน หากยังใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนจีนแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นภาพของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทย เปิดร้านโชห่วย ร้านทอง ร้านอาหาร หรือค้าส่งในย่านสำเพ็ง ก็คงไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อีกต่อไป เพราะ “จีนยุคใหม่” คือคนละโลกกับจีนในอดีต พวกเขาไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศเพียงเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ แต่เพื่อขยายธุรกิจ ย้ายฐานการผลิต ครอบครองตลาด และสร้างเครือข่ายระดับโลก ผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยยังมองว่าคนจีนที่เข้ามาในประเทศไทยคือนักลงทุนต่างชาติที่เหมือนคนชาติอื่น แต่ในความเป็นจริงพ่อค้าแม่ค้าจีนในยุคนี้มีความพร้อมมากกว่านั้น พวกเขาไม่เพียงพกเงินหยวนที่ทรงพลัง แต่ยังมีเทคโนโลยี ซัพพลายเชน แพลตฟอร์มดิจิทัล และเครือข่ายคู่ค้าติดตัวมาด้วย เมื่อรวมกับความรวดเร็วฉับไวในการตัดสินใจและการสนับสนุนจากภาครัฐจีน จึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของคนจีนอยู่เหนือนานาประเทศ ภาพสะท้อนดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในไทยสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ ขณะที่บริษัทจีนขนาดใหญ่จำนวนมากเลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อรองรับตลาดอาเซียนและลดผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา คำว่า “จีนยุคใหม่” จึงไม่ได้หมายถึงเชื้อชาติ แต่หมายถึงคนรุ่นใหม่ของจีนที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในประเทศซึ่งมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน การแข่งขันในตลาดจีนถูกเปรียบว่าเป็น Red อ่านต่อ...

