ลดขั้นตอน – ลดกระดาษ – ลดต้นทุนโลจิสติกส์ วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร่วมกับกรมศุลกากร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT สมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย และสมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ (BSAA) เปิดใช้งาน “ใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-D/O (Electronic Delivery Order) ผ่านแพลตฟอร์มกลาง THAI NSW (Thailand National Single Window) ณ ท่าเรือกรุงเทพ นายแถมสิน ศรีบางพลีน้อย รองผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ กล่าวว่า “วันนี้เราเริ่มเปิดให้บริการระบบ NSW e-D/O ร่วมกับสายเรือนำร่อง 5 สาย ได้แก่ CMA CGM, SITC, ESL, Heung-A Line และ […]
รัฐบาลเดินหน้าปรับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) ครั้งใหญ่ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วันสำหรับ 93 ประเทศและดินแดน พร้อมปรับระยะเวลาพำนักใหม่เหลือ 30 วัน และ 15 วัน ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ ภายใต้หลักการ “1 ประเทศ 1 สิทธิ” เพื่อลดช่องโหว่การใช้สิทธิเข้าประเทศผิดวัตถุประสงค์ ควบคู่กับการยกระดับระบบคัดกรอง Thailand Digital อ่านต่อ...
รัฐบาลเดินหน้าปรับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) ครั้งใหญ่ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วันสำหรับ 93 ประเทศและดินแดน พร้อมปรับระยะเวลาพำนักใหม่เหลือ 30 วัน และ 15 วัน ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ ภายใต้หลักการ “1 ประเทศ 1 สิทธิ” เพื่อลดช่องโหว่การใช้สิทธิเข้าประเทศผิดวัตถุประสงค์ ควบคู่กับการยกระดับระบบคัดกรอง Thailand Digital อ่านต่อ...
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน (สทช.) จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สร้างความร่วมมือพัฒนาเครือข่ายการผลิตงานหัตถกรรมชุมชนที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะ” ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน ในการยกระดับกระบวนการผลิตงานหัตถกรรมชุมชนให้ได้มาตรฐาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและร่วมกันผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานเปิดงาน และ นางอาภาพร สินธุสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน กล่าวรายงาน ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ดร.พจมาน ท่าจีน กล่าวว่า ปัจจุบันมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางการค้าและการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก การพัฒนางานหัตถกรรมชุมชนจึงต้องก้าวไปไกลกว่าการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมุ่งยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในฐานะหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการวิจัย การทดสอบ การตรวจสอบ และการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม […]อ่านต่อ...
ฉะเชิงเทรา, หลังจากบริษัทยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด เปิด ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตรยันม่าร์ (Yanmar Solution อ่านต่อ...
กรมศุลกากร ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ผนึกกำลังปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ยกระดับมาตรการคุมเข้ม สกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายทุกช่องทางทั่วประเทศ เผยผลงานรอบ 9 เดือน ประจำปีงบประมาณ 2569 ตรวจยึดของกลางน้ำหนักรวมกว่า 13.7 ล้านกิโลกรัม มุ่งสร้างสมดุลกลไกตลาดและปกป้องผลผลิตของเกษตรกรไทย พร้อมเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย กรมศุลกากรจึงได้ขานรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในทุกช่องทาง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้หลักการ Zero Tolerance ต่อสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องเกษตรกรไทย ผู้บริโภค และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศ ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ พืชผัก และผลไม้ รวมถึงการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าประเภทผลไม้และสินค้าเกษตรควบคุม โดยในปีงบประมาณ 2569 (1 ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) สามารถตรวจยึดสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย น้ำหนักรวมถึง 13.70 ล้านกิโลกรัม โดยมีสถิติการตรวจยึดที่สำคัญ [&อ่านต่อ...
กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2569: บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง (INDECA LIVING) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ อ่านต่อ...
14 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้ง ภายใต้แนวคิด “Nuclear Technology อ่านต่อ...
กรุงเทพฯ – Signify Commercial (อ่านต่อ...
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำเสนอวาระสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติแนวทางการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภาครัฐครั้งใหญ่ โดยการแยกภารกิจด้าน “การท่องเที่ยว” และ “กีฬา” ออกจากกันอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า การแยกกระทรวงในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับโครงสร้างทางธุรการ แต่เป็นการ “ปลดล็อก” และติดปีกให้วงการกีฬาไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้โครงสร้างของ “กระทรวงการกีฬา” รูปแบบใหม่ที่จะมุ่งเน้นนโยบายเชิงรุก ซึ่งแตกต่างและเข้มข้นกว่าการดำเนินงานในอดีต โดยกระทรวงการกีฬาเตรียมผลักดันภารกิจใหม่ให้มีกลไกและหน่วยงานรองรับอย่างเป็นรูปธรรมใน 2 แกนหลักสำคัญ ได้แก่: 1. การยกระดับวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งชาติ: รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการกีฬา มาใช้วิเคราะห์ ฟื้นฟู และพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาไทยอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานสากล ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับอาชีพ 2. นโยบายกีฬาเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: พลิกโฉมกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Sports Economy) ส่งเสริมการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกเพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ควบคู่ไปกับการใช้กีฬาเพื่อพัฒนาสังคม ส่งเสริมการเข้าถึงกีฬาในระดับภูมิภาค และขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการกีฬาตามแนวพระราชดำริ เพื่อสร้างรากฐานด้านกีฬาให้แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับชุมชน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการประกาศจุดยืนและความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลไทยในเวทีโลก กระทรวงการกีฬาเตรียมผลักดันการจัดตั้งหน่วยงานระดับชาติเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ได้แก่: 1. หน่วยงานที่ดูแลด้าน “มวยไทย” [&อ่านต่อ...
