วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้พิจารณาโอนการสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม รับผิดชอบดำเนินการแทน ดร.ณัฐวุฒิ ระบุถึงเหตุผลในการยื่นหนังสือครั้งนี้ว่า คดีดังกล่าวมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการเงิน ซึ่งเห็นว่าหน่วยงานสอบสวนส่วนกลางอาจมีบุคลากร เครื่องมือ และศักยภาพในการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่สามารถสนับสนุนการสอบสวนให้เป็นไปอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่พนักงานสอบสวนแล้ว รวมถึงหลักฐานการโอนเงินบางรายการ โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนใดต่อไปหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังขอให้ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาความคืบหน้าของกระบวนการสอบสวน ตลอดจนขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน การพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน และการดำเนินการอื่นตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ขอ ผบ.ตร.พิจารณาความเหมาะสมในการโอนคดี สำหรับการขอให้โอนคดีมายังกองบังคับการปราบปรามนั้น ดร.ณัฐวุฒิ ย้ำว่า ต้องการให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือเฉพาะด้านเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นทางการเงิน ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับบุคคลหลายฝ่าย ทั้งนี้ การจะโอนคดีหรือมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบต่อไป ย่อมเป็นอำนาจพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ส่วนข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สน.ทองหล่อ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ต้องการให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบกระบวนการดำเนินคดีและพิจารณาว่าเป็นไปอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และครบถ้วนหรือไม่ […]
ตอกย้ำสถานีข่าวคุณภาพที่ยืนหนึ่งในใจผู้ชม TNN ช่อง 16 พร้อมสานต่อปณิธาน “ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง” จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญแห่งปี “TNN อ่านต่อ...
การันตีคลีน 100% ไร้สารพิษตกค้าง บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) และ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) (AKP) ร่วมสนับสนุนภาครัฐใน “พิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ประจำปี 2569” จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (อ่านต่อ...
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ/สมาคมจีนต่างๆ มอบเงินสดพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยชุมชนรุ่งมณีพัฒนา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ รวมมูลค่ากว่า 1.8 แสนบาท มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท วันนี้ (วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัยและแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบเงินสดพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนรุ่งมณีพัฒนา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 […]อ่านต่อ...
”สส.ปรีติ “เปิดงบสถาบันพระปกเกล้า แฉกลางสภา ปมฉาว! สะเทือนวงการ ผู้บริหารระดับสูง แชตหลุดซื้อโควตาเรียน ปปร. วันที่ 13 ก.ย.2569 นายปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุถึงการพิจารณางบประมาณของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภา งบประมาณรวมประมาณ 562 ล้านบาท โดยเน้นย้ำว่าเป็นแหล่งรวมตัวของทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และสมาชิกพรรคการเมืองในการศึกษาเพื่อต่อยอดความรู้และสร้างคอนเนกชัน นายปรีติกล่าวว่า มีงบประมาณ 2 ส่วนที่ตั้งข้อสงสัยเนื่องจากไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสังคม คือ งบประมาณเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างจิตสำนึกเพื่อป้องกันการทุจริตในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมากลับปรากฏข่าวในแง่ลบของสถาบันมาโดยตลอด -เปิดไทม์ไลน์ปมเงินใต้โต๊ะ แลกโควตาเรียน ปปร.30 จากการสืบค้นข้อมูลปมการแจ้งจับผู้บริหารระดับสูงเรื่องการเรียกรับเงินแลกโควตาเข้าเรียน ในฐานะที่ตนเป็นหนึ่งในนักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 จึงต้องการความชัดเจน โดยพบไทม์ไลน์และตัวละครสำคัญ 2 คน คือ ดร.ก ผู้ต้องการฝากเพื่อนเข้าเรียน และ ดร.บ ผู้รับประสานงาน ซึ่งคำกล่าวอ้างระบุว่า มีการฝากเข้าเรียนและจ่ายเงินมาตั้งแต่ปี 2563, […]อ่านต่อ...
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดพิธีมอบตรารับรอง “EEC อ่านต่อ...
วันที่ 13 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG เปิดเผยว่า เตรียมยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. เพื่อขอให้พิจารณาโอนสำนวนคดีที่ตนเป็นผู้กล่าวหา จากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปให้หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแทน ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษบุคคลหลายราย รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร และบุคคลอื่น โดยกล่าวหาว่าอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดหลายฐาน อาทิ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับการเรี่ยไร และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในชั้นสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้พิจารณากระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาบางรายอาจหลบหนี ขณะที่วันที่ 10 กันยายน 2569 ได้ยื่นหนังสือต่อผู้กำกับการ [&อ่านต่อ...
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดนิทรรศการ “ต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative อ่านต่อ...
กรณีล่าสุดของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในคดีเกี่ยวกับการเบียดบังเงินวัดและฟอกเงิน โดยมีรายงานความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีหลักฐานเกี่ยวกับการเสพเมถุนกับหญิงคนสนิทภายในกุฏิ ก่อนถูกนำไปลาสิกขาในวันเดียวกัน กรณีนี้สะท้อนปัญหาเก่าที่ยังวนกลับมาเกิดซ้ำในวงการสงฆ์ไทยอย่างเจ็บปวด สิ่งที่น่าคิดคือ ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกิดจาก “พระรูปหนึ่งรูปใด” เท่านั้น แต่เกิดจากช่องโหว่เชิงระบบที่เปิดโอกาสให้พระบางรูปสามารถครอบครองทั้ง “อำนาจทางศาสนา” และ “อำนาจทางการเงิน” ไว้ในมือเดียว หากไม่มีระบบตรวจสอบที่แข็งแรง ความศรัทธาของประชาชนก็อาจกลายเป็นเกราะกำบังให้การกระทำผิดดำเนินต่อไปได้นาน ปัญหาข้อแรก คือ “เงินวัด” ยังพึ่งพาความไว้ใจมากกว่าระบบบัญชี วัดจำนวนไม่น้อยมีเงินบริจาค เงินทำบุญ รายได้จากวัตถุมงคล งานบุญ ที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่นเป็นจำนวนมาก แต่ระบบบัญชี การเปิดเผยรายรับรายจ่าย และการตรวจสอบยังไม่เข้มแข็งเท่ากับองค์กรสาธารณะประเภทอื่น เมื่อคนหนึ่งคนสามารถรับเงิน ตัดสินใจใช้เงิน และควบคุมเอกสารได้พร้อมกัน ความเสี่ยงจึงสูงมาก ทางแก้ไม่ใช่เพียง “จับคนผิดให้ได้” แต่ต้องทำให้เงินวัด ตรวจสอบได้แบบ real-time หรืออย่างน้อยตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย เช่น บังคับใช้บัญชีเดียวของวัด ลดการรับเงินสด เปิดเผยรายรับรายจ่ายรายไตรมาส และให้มีคณะกรรมการการเงินที่ไม่ขึ้นกับเจ้าอาวาสเพียงคนเดียว ปัญหาข้อที่สอง […]อ่านต่อ...
กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้บริหารยุคใหม่ด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านโครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 และหลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” (อ่านต่อ...

