พอไปถึงเขาก็เอ่ยปากถามผู้ใหญ่บ้านว่า “ชาวบ้านที่นี่มีปัญหาอะไรที่อยากให้ผมช่วยเหลือบ้างไหมครับ?” ผู้ใหญ่บ้านก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “พวกเรามีปัญหาหลักๆ อยู่ 2 เรื่องครับท่าน” “ว่ามาเลยครับ ผมพร้อมช่วยเต็มที่” นักการเมืองรับคำอย่างหนักแน่น “เรื่องแรกคือ ที่หมู่บ้านเรามีสถานีอนามัยอยู่แล้วครับท่าน แต่เราไม่มีหมอประจำอยู่เลย” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว พอได้ยินแบบนั้น นักการเมืองท่านนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที เขาขยับไปยืนห่างๆ แล้วกดโทรออก พูดสายอยู่นานสองนานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันกลับมาบอกผู้ใหญ่บ้านด้วยรอยยิ้มว่า “เรียบร้อยครับ! ผมจัดการให้แล้ว เดือนหน้าหลังเลือกตั้งเสร็จ คุณหมอจะเดินทางมาประจำการที่นี่แน่นอน” นักการเมืองท่านนั้นยืดอกอย่างภาคภูมิใจแล้วถามต่อว่า “แล้วเรื่องที่สองล่ะครับ คืออะไร?” ผู้ใหญ่บ้านมองหน้านักการเมืองครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับไปว่า… “เรื่องที่สองก็คือ… ที่หมู่บ้านเรายังไม่มีสัญญาณมือถือเลยครับท่าน!”
การเลือกตั้งที่จะมีในวันที่8 คนไทยคงมีความคิดเห็นที่จะเลือกไครต่างกันบ้าง ตามเหตุผลที่เขาคิดเอง เดาเอง ผมไม่รู้ว่าความคิดของผมมันผลุดมาจากไหน จากอเมริกา เมืองไทย ประสบการณ์ที่ได้มา จากครอบครัวหรือเพื่อน หรือสังคมวงกว้าง วงแคบ หรือหนังสือที่เราอ่าน แน่นอน ความคิดของมนุษย์ มันมีอะไรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หรือเหมือน กันเปี๊ยบ คงขึ้นอยู่กับ หลายๆปัจจัย แต่ที่พอจะเข้าใจ แยกแยะได้ มันขึ้นกับนิสสัยส่วนตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นคนชนิดไหน เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ หรือเราเป็นคนที่ยุตติธรรม โอบอ้อมอารี เป็นเหตุเป็นผล ทั้งหมดที่กล่าวมาคือพื้นฐานความคิดที่เราพึงมี แต่ทุกคนไม่ว่าจะแตกต่างกันขนาดไหน จะพยายามเข้าใจว่าความคิดของเขา ถูกต้องที่สุด ยากที่จะเปลี่ยน วันที่8 ที่เราจะมีการเลือกตั้ง คนจำนวนหลายสิบล้านคน มีอย่างเดียวที่ต้องคิดเหมือนกันที่จะต้องยอมรับการตัดสินที่สิ้นสุุดลง บางคนรับได้ หรือรับไม่ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นFair Game ก็สามารถอ่านต่อ...
ช่วงปลายปีที่ผ่านมาซึ่งดูเหมือนบรรยากาศต่างๆจะเริ่มคลี่คลาย หลายคนคาดหวังว่าปีมะเมียจะเป็น “ปีม้าทอง” ที่โลกจะกลับมาแจ่มใส เศรษฐกิจการค้าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่แค่เปลี่ยนศักราชไปได้ไม่เท่าไรความหวังกลับกลายเป็นความหวาดระแวงว่าโลกอาจจะยังไม่ฟื้นเพราะเจอ “ม้าพยศ” ที่นอกจากไม่ยอมให้ขี่ง่ายๆแล้วอาจจะพาวิ่งเตลิดเข้าป่าลงเหวเสียด้วยซ้ำ ทรัมป์นำอเมริกาป่วนโลก ต้นปี 2026 โลกไม่ได้อยู่ในภาวะสงบหรือสมดุลตามที่นักวิชาการเคยคาดการณ์ไว้เมื่อปลายปี 2025 แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือ “บุรุษป่วนโลก” ทำตัวเป็นคาวบอยขึ้นหลังม้าท้ายิงกับทุกคนที่ขวางทาง สร้างแรงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การส่งกองกำลังเข้าจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรแห่งเวเนซุเอลา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของแหล่งน้ำมันสำคัญ และยิ่งตอกย้ำภาพของสหรัฐว่าเป็นอำนาจเดียวที่มุ่งหวังผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์มากกว่าจะสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริง หลังบุกยึดเวเนซุเอลาเสร็จยังไม่สะเด็ดน้ำ ผู้นำวอชิงตันก็ประกาศจะควบรวม “เกาะกรีนแลนด์”จากรัฐบาลเดนมาร์กโดยอ้างความมั่นคงขอสหรัฐฯและยุโรปจากอิทธิพลของจีนและรัสเซีย ซึ่งก่อให้เกิดการพร้อมใจกันส่งเสียงคัดค้านจากเหล่าพันธมิตรนาโต้ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย ฝ่ายทรัมป์ก็เล่นแรงอย่างไม่ไว้หน้าว่า “ถ้าไม่ขายกูจะยึด” และถ้าหน้าไหนขวางกูจะเจอภาษีการค้า อย่างที่รู้กันว่าเรื่องกรีนแลนด์กลายเป็นประเด็นร้อนในการประชุม World Economic อ่านต่อ...
เห็นป้ายหาเสียง ของหลายๆพรรคกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่8นี้ ผมอดไม่ได้ที่จะคิดไปว่า นี่เราอยู่ในประเทศที่ย่ำแย่ถึงขนาดนี้เลยหรือ ข้อความหาเสียงต่างๆนาๆ เช่น พรรคเราไม่โกง มีเราไม่มีเทา ไม่จนไม่จม ทำมากกว่าพูด เลือกพรรครักชาติ อีกมากมายหลายอย่างที่มีแต่ความหมายที่เป็น Negative ผมอายคนต่างชาติ ถ้าเขาแปลออก และรู้ความหมายของแต่ละป้ายหาเสียง ที่พอรับได้ก็ขอชมป้ายพรรคเพื่อไทย ที่มีแต่ให้นโยบาย เป็นส่วนมาก เป็นที่รู้กันว่าการเลือกตั้งคราวนี้ ทำท่าจะมีอุปสรรค ถึงขนาดพูดกันว่ามีอยู่พรรคหนึ่งถ้าไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล อาจจะถึงกับมีรัฐประหาร หรือมีพรรคหนึ่งที่ถ้าได้เป็นรัฐบาล และมีนายกเป็นผู้นำพรรคก็อาจจะไม่ได้รับความยินยอมจาก ผู้มีอำนาจบารมีบางท่านทำนองนั้น ถึงจะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือ ก็น่าอดสูใจแทนประชาชนไทยทุกคน ผมขอชมเชยCandidate นายกของพรรคเพื่อไทย ที่หาเสียงได้ชัดเจน ที่ไม่พาดพิงไคร ไม่ต่อว่าไคร เสนอนโยบายที่ประชาชนไทย ไม่ค่อยจะได้เจอะเจอมาก่อน ผมรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน เป็นรุ่นลูกหลาน อยู่อ่านต่อ...
ช่วงนี้ กระแสข่าว “ประกันสังคม” เรียกว่า มาแรงแซงโค้ง ยิ่งกว่า ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ของดาราอักษรย่อ ทั้งหลาย ….งานนี้ เรียกว่า แฉ กันสนั่นหวั่นไหว คุ้ยกันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่….เงินบำนาญชราภาพ เงินชดเชยกรณีตกงาน ไปจนถึงการปรับขึ้นเงินสมทบฯ หรือแม้แต่ เงินที่ทาง ประกันสังคมนำไปลงทุน ในโครงการต่างๆ แม้กระทั่ง เงินค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้น เฟิร์สคลาส ของรัฐมนตรีแรงงาน และ เงินที่นำไปใช้ตัดสูท 35 ล้านบาท แต่ละเรื่องที่ถูกแซะ ถูกคุ้ย ทำให้ บรรดาผู้ประกันตน ที่ได้ยิน ต่างรู้สึกเจ็บแปร๊บ…..บบบ ที่หัวใจ ทันที ….ที่เจ็บหัวใจ ก็คือ เงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่พวกเรา จ่ายไปนั้น ถูกนำไปใช้ อย่างสุรุ่ยสุร่าย และตามอำเภอใจ จะมาอ้างว่า เงินที่นำไปใช้ ตัดสูทมูลค่าสูง เป็นหลัก […]อ่านต่อ...
โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความสนใจ “เกาะกรีนแลนด์” มาตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยแรกด้วยการเสนอซื้อแต่รัฐบาลเดนมาร์กไม่ขาย เมื่อได้กลับมานั่งคุมทำเนียบขาวสมัยที่สอง หลังจากเปิดศักราชใหม่ 2026 ด้วยปฏิบัติการฉาวโลกบุกลักพาตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยา ทรัมป์ประกาศจะล่าแต้มกรีนแลนด์เป็นรายต่อไป โดยอ้างว่า “เพื่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาและยุโรป” เพราะตอนนี้กรีนแลนด์มีเรือของรัสเซียและจีนแล่นอยู่ทั่วเกาะ และถ้าไม่ยอมขายก็อาจจะต้องใช้กำลัง รัฐมนตรีที่เป็นลิ่วล้อของทรัมป์เคยออกมาพูดสนับสนุนเจ้านายว่า สหรัฐฯต้องควบคุมเกาะกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จเพื่อความปลอดภัยของโลก เนื่องจากมีความสำคัญในทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อต่อกรกับรัสเซียและจีนที่คิดจะฮุบขั้วโลกเหนือ ลำพังรัฐบาลเดนมาร์กไม่มีปัญญาปกป้องกรีนแลนด์ด้วยตัวเอง การแสดงออกอย่างชัดเจนดังกล่าว ประกอบกับความไม่เชื่อว่าสหรัฐฯคิดจะยึดกรีนแลนด์เพียงเพื่อความมั่นคงดังอ้าง เพราะกรีนแลนด์ยังมีทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินอีกมหาศาลที่โลกปัจจุบันต้องการ ทั้งน้ำมัน ก๊าซ ทองคำ ยูเรเนียม และแร่หายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านไปทั้งยุโรปว่าวอชิงตันกำลังลุแก่อำนาจและกำลังจะละเมิดอธิปไตยชาติอื่นอีกแล้ว รัฐบาลเดนมาร์กซึ่งเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ออกมาต่อต้านการยึดครองดินแดนโดยทันที ยืนยันในหลักการอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และแสดงจุดยืนแข็งกร้าวว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” เช่นเดียวกับรัฐบาลท้องถิ่นกรีนแลนด์ประกาศว่าเป็นเขตปกครองตนเอง ไม่ยอมรับการถูกครอบครอง และชาวกรีนแลนด์ออกชุมนุมแสดงพลังว่าไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ เดนมาร์กได้จัดประชุมกับชาติพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(NATO) เพื่อแสดงพลังต้านทาน โดยเดนมาร์กเสริมกำลังทหารไปยังกรีนแลนด์จัดการซ้อมรบร่วมกับ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน นอรเวย อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เพื่อแสดงจุดยืนทางการทหารว่าหากสหรัฐฯใช้กำลังบุกกรีนแลนด์ก็จะเจอการต่อต้านด้วยกำลังเช่นกันเพราะเป็นการคุกคามชาติพันธมิตรNATO แรงต้านจากกลุ่มยุโรปที่เคยเชื่อฟังสหรัฐฯสร้างความโกรธแค้นต่อทรัมป์ ถึงกับประกาศออกมาทันทีว่าจะใช้มาตรภาษีนำเข้า 10%ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 กับ 8 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก สวีเดน [&อ่านต่อ...
นับตั้งแต่เหตุการณ์ บุกเข้าจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซูเอลา ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้คำสั่ง ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงต้นปี ที่ผ่านมา ….ดูเหมือนว่า ความห้าวเป้ง ของผู้นำสหรัฐฯ ก็ยังไม่เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย …แถมยังข่มขู่ ประเทศคู่อริ และคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแบบไม่หยุดหย่อน…. การประกาศบุก “กรีนแลนด์” เพื่อยึดเอาแผ่นดิน มาเป็นของตัวเอง…ก็เป็นอีกหนึ่งท่าที ที่ทำให้ หลายๆ ประเทศมองดูสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้คุมกฎของโลก อีกต่อไป….เพราะสิ่งที่ พญาอินทรีย์ ทำอยู่นี้ ไม่ต่างจากนักเลงหัวไม้ ที่กำลังพยายามแผ่อำนาจ ให้ทุกคนเกรงกลัว ถามว่า คนทั่วทั้งโลก กลัว “พญาอินทรีย์” ตัวนี้หรือไม่ …คำตอบคือ ไม่เลย แม้แต่น้อย โดยเฉพาะ ฝั่งรัสเซีย และจีน เรียกว่า หากใช้กำลังแรงมา รับประกันได้ว่า จะมีการใช้กำลังแรงปะทะกลับแบบสุดๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่การแสดงท่าที ห้าว แบบไม่เกรงใจใคร ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนนี้ ที่ทำให้หลายประเทศเริ่มไม่พอใจ […]อ่านต่อ...
การลงประชามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูน เป็นการพิสูจน์ให้ประชาชนโชว์ความเป็นห่วงเป็นไยบ้านเมือง ถ้าทุกท่านมีความบริสุทธิ์ใจที่จะเห็นประเทศไทยก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ ต้องช่วยกันลงมติให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูนฉบับปัจจุบัน ที่ไม่มีใครไม่รู้ที่มาที่ไปของมันว่ามันไม่สมบูรณ์ เป็นการทดสอบว่าท่านทั้งหลายมีความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่การเป็นพลเมืองที่มีคุณสมบัติ ที่ทำให้การรวมไทยอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเกรียติเป็นศักดิ์ศรี ที่เราไม่ละเลยหน้าที่ ที่จะรับผิดชอบกับอนาคตของประเทศ หลังจากเราช่วยกันให้มันผ่าน การที่จะต้องแก้ไขอย่างไร เราก็ไปทำหน้าที่พึงมี ที่จะใช้วิจารณญาณของเรา ตามสิทธิ์เสรี ว่าเราจะต้องแก้ไขข้อไหนอย่างไร อันนี้ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ร้อยคนร้อยความเห็นหรือร้อยคนเห็นร่วมกัน ไม่มีไครห้าม ออกมาเถิดครับกาบัตรที่เป็นประชามติ สนับสนุนให้มีการแก้ไข อย่างน้อยที่สุดก็อย่าให้ชาวโลกเขาประนามสติปัญญาของเราว่า คนไทยไม่เดือดร้อนที่จะใช้รัฐธรรมนูญ “ฉบับเผด็จการ” อำนาจ สุนทรวัฒน์อ่านต่อ...
เหตุการณ์วันที่ 3 มกราคม 2026 จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา และลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภริยา ส่งตัวไปยังนครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีในศาลสหรัฐฯ ภายใต้ข้อกล่าวหาก่อการร้ายด้านยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองและความมั่นคง หากยังตั้งคำถามอย่างรุนแรงต่อหลักอธิปไตยรัฐชาติและกติกาสากลที่โลกยึดถือมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกติกาดังกล่าวสหรัฐฯคือตัวตั้งตัวตีในการยกร่างขึ้นมา รัฐบาลวอชิงตันอธิบายปฏิบัติการนี้ว่าเป็นความจำเป็นด้านความมั่นคง และเป็นการนำผู้นำ “รัฐอาชญากร” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่สำหรับประชาคมโลกจำนวนมาก เหตุผลดังกล่าวกลับฟังไม่ขึ้นเพราะไม่ต่างจากวาทกรรมเดิมที่อดีตผู้นำสหรัฐฯเคยใช้มาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอิรักในปี 2003 ลิเบียในปี 2011 หรือซีเรียในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งสุดท้ายล้วนทิ้งคำถามค้างคาไว้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือความมั่นคงของโลก หรือคือผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกากันแน่ “เวเนซุเอลา”ไม่ใช่ประเทศธรรมดาในสมการภูมิรัฐศาสตร์โลก เพราะเวเนซุเอลาครองปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก เคยเป็นชาติที่ร่ำรวยและมั่งคั่งในฐานะผู้ส่งออกพลังงานรายสำคัญของซีกโลกตะวันตก […]อ่านต่อ...
เปิดปีใหม่ มาได้ไม่นาน ก็พลันมีเรื่องให้โลกทั้งโลก ได้ตื่นเต้นกันรับศักราชใหม่ ,,,เมื่อ สหรัฐอเมริกา โดย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปฏิบัติการโจมตีแบบสายฟ้าแลบถล่ม “เวเนซูเอล่า” จนย่อยยับคาตา ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้จับกุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร และภรรยา ที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างว่า เป็นผู้นำองค์กรค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ อีกด้วย พร้อมๆ กับการประกาศเข้าควบคุมการบริหารงาน “เวเนซูเอลา ในเวลาเดียวกัน การกระทำของ ผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เผยให้เห็นว่า คำพูดที่เคยพ่นเรื่อง “สันติภาพ” อาจเป็นเพียงแค่ลมปาก ที่เป่าออกมาเท่านั้น ไม่ได้มีความจริงใจ แม้แต่น้อย ….จะว่าไปแล้ว การที่ ผู้นำสหรัฐฯ คนนี้ เคยเรียกร้อง ให้ประเทศไทย และ กัมพูชา หันหน้าเข้าหากัน และเจรจา เพื่อนำไปสู่การหยุดยิง และสร้างสันติภาพ ในพื้นที่ ก็เป็นแค่การแสดงละครฉากหนึ่ง ที่หลอกตาชาวโลก แค่นั้น …เพราะพอถึงคราวที่ตัวเอง โดนเข้าบ้าง […]อ่านต่อ...
