ดูเหมือนว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่ ทางฝั่งข้างบ้าน 3 นาฬิกา จัดเต็มด้วยการส่งรถถัง พร้อมอาวุธหนัก เข้ามาประชิดชายแดนไทย ….แหม! นี่คงได้กำลังหนุน ดีสินะ เลยเกิดความผยอง ได้ขนาดนี้ พูดถึง ประเด็นนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 1-2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกัน ระหว่าง จีน และ กัมพูชา ภายใค้ รหัส “โกลเด้น ดรากอน” ที่นอกจากมีกำลังพลกัมพูชากว่า 3,000 นาย และทหารจีน 200 นาย เข้าร่วมฝึกซ้อมแล้ว ….เรียกว่า ยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะ รถถังของจีนที่ถูกส่งเข้ามาปฏิบัติงานในภารกิจนี้ด้วยถึง 300 คัน…. แค่นี้ ก็ดูจะมากพอ ที่ทำให้ ประเทศข้างบ้าน 3 นาฬิกา รู้สึกกร่างมากขึ้นแล้ว เพราะคิดว่า ประเทศใหญ่อย่าง จีน คงจะช่วยเหลือตนแบบเต็มกำลังแน่นอน ก็เลย งัดกำลังพล […]
คงต้องยอมรับกันเป็นเอกฉันท์ว่า น้ำมันขาดแคลน เลวร้ายกว่าแน่นอน น่าจะแค่ดีกว่าน้ำมันหมดเกลี้ยงไปเลย(ซึ่งคงไม่ถึงขนาดนั้น)และเหตุการณ์นี้ กำลังเกิดขึ้นกับรัสเซีย ประเทศที่เคยมีน้ำมันอย่างมหาศาลเป็นระดับต้นๆ ของโลก เหมือนอย่างจะเปรียบว่าประเทศไทยไม่มีข้าวจะกิน หรือข้าวกำลังขาดแคลน ซึ่งคงจะไม่เกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กำลังสู้รบกันอยู่จนเข้าเป็นปีที่5แล้ว จะไปต่อหรือจะยุติกันแค่นี้ ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อได้เลยว่าทั้งคู่อยากจะยุติ เพราะการชนะสงคราม แทบจะเอาอะไรมาตัดสินไม่ได้เลย ว่าไครชนะ เพราะก็บอบช้ำด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะฝั่งรัสเซีย ฝั่งที่มีกำลังรบมากกว่ายูเครนหลายสิบเท่า พร้อมที่จะเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้น ที่ตายและบาดเจ็บก็เป็นล้านไปแล้ว แต่จะแค่เอามาแบบไม่ได้ซ้อมรบกันบ้างเลยหรือ ได้มาเท่าไหร่ก็ส่งไปรบเลย ทำไมถึงไม่ซ้อมกันมาเป็นเดือนแล้วส่งเข้ามาทีละรอบ ยิ่งนานวันเข้ายิ่งเป็นไปยาก(มาก) เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับสาเหตุของสงคราม มันปกปิดไม่อยู่แล้ว และถ้าโดนเกณท์ไปรบก็ไม่อยากจะไปกัน หนีไปตายเอาขา้งหน้าดีกว่า เผื่อรอด มันเป็นสงครามที่คนรัสเซียหาเหตุผลว่าทำไปเพื่อสิ่งไดไม่ได้เลยโดยเฉพาะการที่รัสเซียเพลี่ยงพล้ำตลอดมาตั้งแต่เริ่ม ปูตินเป็นรัฐบุรุษสุดเปรียบปรานเมื่อเกือบ 9 ปี แล้วที่บุกเข้าไปยึดไครเมีย ดินแดนที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของชาวรัสเซี่ยน ถามว่าคนรัสเซียยังสนใจไหม คงจะคิดเหมือนกันหมดณ.ตอนนี้ว่าช่างมันเถิด เอาคืนไปแล้วให้สงครามมันจบๆ ไปเสียที เพราะแม้แต่กรุงมอสโคว์เองก็ทำท่าว่าจะไม่ปลอดภัย เดี๋ยวจะเข้าตำราเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ตอนนี้ยูเครนโฟกัสไปที่ยึดไครเมียกลับคืนมาให้ได้อย่างเดียว ระเบิดไปหลายสะพาน และโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้น้ำมันขาดแคลน นี่ถ้าทำลายน้ำสะอาดที่มีไว้ใช้จนเกิดปัญหา ไม่สะอาดอีกต่อไปจะทำกันอย่างไร คนรัสเซี่ยนที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในไครเมีย ลงทุนปลูกบ้านราคาแพงๆ หลังจาก สะพานเคิช(Kerch Bridge) ถูกสร้างขึ้นมาทั้งสวยทั้งแพง [&อ่านต่อ...
‘กฤต’ จำนนต่อหลักฐาน! เปิดหน้ารับคลิปฉาวเสียงจริง ไม่ใช่เอไอ ยกมือไหว้ท่วมหัวขอขมา ‘ทรงศักดิ์’ แต่อ้างข้างๆ คูๆ แค่ ‘ล่อซื้อ’ แฉทุจริตสอบท้องถิ่น-มท.3 ลั่นคำขอโทษไร้ค่า เดินหน้าฟ้องกู้ศักดิ์ศรี ยันต้องล้างบาง ‘ผลไม้มีพิษ’ มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่นสะเทือนเลื่อนลั่น! “พงศกรณ์” หรือ “กฤต” อดีตคณะทำงานรัฐมนตรีฯ โผล่พบตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ยอมรับสิ้นไส้เสียงในคลิปเจรจาวิ่งเต้นตำแหน่ง 1,500 อัตราเป็นของจริง ไม่ใช่ AI ตามที่เคยอ้าง ยกมือไหว้ขอโทษ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ปมแอบอ้างชื่อทำเสื่อมเสีย แต่ยังปากแข็งอ้างทำไปเพราะต้องการ “ล่อซื้อ” ขบวนการทุจริต ด้าน “มท.3” ไม่จบง่ายๆ ยันเดินหน้าฟ้องถึงที่สุด ชี้ความเสียหายกระจายไปทั่วสังคมแล้ว คำขอโทษหักล้างไม่ได้ ขณะที่ “หนูนาถ” สั่งเชือดทิ้งทั้งพวงตามทฤษฎีผลไม้มีพิษ พบเงินสะพัดขบวนการนี้สูงถึง 4,500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเมื่อ นายพงศกรณ์ เสาร์ทน [&อ่านต่อ...
สหรัฐอเมริกาเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเพราะเชื่อข้อมูลจากอิสราเอลว่ารู้พิกัดซ่อนตัวของผู้นำอิหร่าน แค่ยิงขีปนาวุธใส่ไม่กี่ลูกก็สามารถกำจัดแกนนำได้ สามารถปลุกการปฏิวัติจากภายในอิหร่านเพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองเดิมได้และจะจบสงครามได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทฤษฎีสมคมคิดนั้นไม่ง่ายเมื่อลงมือปฏิบัติ เพราะอิหร่านนั้นเตรียมตัวมาดียาวนาน4ทศวรรษสำหรับการทำศึกกับภายนอก ยิ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯแสดงความฮึกเหิมในช่วงแรกประกาศจะล้างอารยธรรมอิหร่าน ก็ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟในใจให้กองทัพอิหร่านยอมสู้อย่างถวายหัวทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีวันชนะสองกองทัพที่สุมหัว แต่ก็สามารถตอบโต้ตีกลับสร้างความเสียหายให้กับศัตรู ทำให้สงครามมีความยืดเยื้อกว่าซึ่งหมายถึงการเพิ่มต้นทุนแก่เศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯและอิสราเอล ในทางประวัติศาสตร์ อิหร่านเป็นประเทศที่มีประสบการณ์การรับมือกับแรงกดดันจากภายนอกมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สงครามอิหร่าน-อิรักในทศวรรษ 1980 การถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมถึงการลอบสังหารบุคคลสำคัญทางทหารและวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ความกดดันเหล่านี้กลับสร้างวัฒนธรรมแห่งการพึ่งพาตนเองและทำให้สังคมอิหร่านพัฒนาเครือข่ายป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง ดังนั้นแนวคิดที่ว่าการโจมตีทางทหารเพียงระยะสั้นจะสามารถทำให้รัฐบาลเตหะรานล่มสลายได้ จึงอาจเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ตื้นเขินเกินไป เมื่อต้องรบแบบไม่รู้จบ สุดท้ายทรัมป์ผู้ทำตัวใหญ่คับโลกต้องยอมรับว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรบต่อไป เพราะไม่อาจเข้าครอบครองทรัพยากรของอิหร่านได้อย่างที่หวัง ไม่ได้ทั้งน้ำมัน ไม่ได้ยูเรเนียม ไม่ได้ช่องแคมฮอร์มุซ แถมยังเจอแรงกดดันจากการเมืองภายในสหรัฐฯเองกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่ใกล้เข้ามา ทำให้ต้องหาทางลงจากอิหร่านด้วยการเร่งทำข้อตกลงยุติสงคราม ตอนแรกออกข่าวใหญ่โตว่านัดจะลงนามกันที่กรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2026 แต่สไตล์ทรัมป์ชอบแหกกฎเล่นใหญ่โชว์พราว รื้อกำหนดการเดิมรีบลงนามอิเล็กทรอนิกส์กลางโต๊ะอาหารมื้อค่ำของสมาชิก G7 ที่พระราชวังแวร์ซาย กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 18 มิถุนายน ให้เหล่าผู้นำโลกชาติพันธมิตรเห็นว่า “ข้าเป็นผู้ยุติสงครามแล้วนะ” ข้อตกลง 14 ข้อ มีอะไรบ้าง เช่น ยุติการปฏิบัติการทางทหารอย่างถาวรทุกแนวรบ(รวมถึงเลบานอน) การเคารพไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ขยายกรอบเวลาการหยุดยิงเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 [&อ่านต่อ...
จากประเด็นที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกมาชี้แจงต่อกรณี ที่มีการเปรียบเทียการดำเนินบนโยบายเศรษฐกิจของไทย อย่าง โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่เป็นการแจกเงินให้กับประชาชน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ นโนยายของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังถูกมองว่า ในอนาคต อาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ การคลังของประเทศไทย เหมือนที่อินโดนีเซีย กำลังประสบอยู่ในเวลานี้ ก็ไก้ แม้นโยบาย ของอินโดนีเซีย จะเน้นไปที่ โครงการอาหาร ฟรี สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย แต่นั่น ก็เรียกว่าใช้งบประมาณสูงถึง 335 ล้านเหรียญรูเปียห์ หรือราว 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ แจก ไป แจกมา เจ๊งบ๊ง จ้า! เพราะล่าสุด อินโดนีเซีย กำลังเผชิญหน้ากับ วิกฤตความเชื่อมั่น หรือ วิกฤตศรัทธาในประเทศค่อนข้างรุนแรงทีเดียว ….ซึ่งส่งผลกระทบ อย่างหนักเวลานี้ ทั้งเรื่องของ การทำให้เงินทุนในประเทศไหลทะลักเป็นท่อประปาแตก กันแล้ว แต่ก็ยังทำให้ ค่าเงินรูเปียห์ ของอินโดนีเซีย ดิ่งเหวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรียกว่า ร่วงลงทะลุกันไปถึง […]อ่านต่อ...
เข้าเดือน มิถุนายน แล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ ก็คือ การเลือกตั้ง ผู้ว่าาราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ที่กำลังมาสร้างความคึกคัก ให้กับ เมืองหลวงแห่งนี้ อาจบอกได้ว่า หลายพรรคการเมือง หลายผู้สมัครอิสระ ต่างก็พยายามนำเอานโยบาย และแนวคิด ในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้ตรงตามโจทย์ ที่บรรดาชาวกรุงเทพฯ อยากเห็น และอยากให้เป็น …แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นในช่วงระหว่างการหาเสียง ก็คือ Discredit ฝ่ายตรงข้าม นั่นเอง บอกเลยว่า จัดใหญ่ จัดเต็ม กันแน่นอน…มิหนำซ้ำ ยังมีการขุด ขุด แล้วก็ ขุด เรื่องราวที่ลึกลับ ซ้อนเร้น เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ ดูด้อยค่า หรือ ลดความน่าเชื่อถือกันลงไป จนเรียกว่า ไม่ให้เหลือความน่าเชื่อถือกันเลยก็มี ….ยิ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ทุกคน จะได้เห็นความเข้มข้นของการหาเสียง มากขึ้น แบบน่าใจหายเลยทีเดียว แต่ไม่ว่า พวกท่านๆ ผู้สมัครฯ จะใช้กลเม็ดเด็ดพราย อะไร มาเพื่อเรียกคะแนนเสียง เพื่อการก้าวขึ้นเป็น […]อ่านต่อ...
ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นข่าวที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดข่าวหนึ่ง ก็คือ การช่วยเหลือ 7 ชีวิตชาว สปป.ลาว ที่ติดอยู่ในถ้ำ หลังจากที่เข้าไปขุดหาแร่ทองคำ มานานกว่า 11 วัน ก่อนที่ทีมกู้ภัยของไทย จะได้รับการร้องขอ และเดินทางเข้าไปช่วยเหลือ …..ขณะที่ ความช่วยเหลือ ทั้งจากทีมกู้ภัยไทย และ อีกหลายประเทศ ที่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือ ผู้ที่ติเอยู่ในถ้ำอย่างทุ่มเท เต็มกำลัง นั้น มองมาที่ อีกฟากฝั่งหนึ่ง หรือ ที่พวกเราเรียกว่า ประเทศ 3 นาฬิกา กลับเห็นว่า คอมเม้นท์ ประหลาด ๆ จากอินฟลูฯ ท่านหนึ่ง ออกมาให้เห็น โดยบอกว่า …การที่ทีมกู้ภัยไทย ไปช่วยคนติดถ้ำในลาว ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เป็นเพราะ อยากไปถ่ายคอนเทนต์ เท่านั้น… โอ้ย! ….ช่างคิด นะคะ กับ อินฟลูฯ คนดังกล่าว เรียกว่า […]อ่านต่อ...
ถ้าเปรียบกับคำโบราณต้องเรียกว่า “หัวบันไดไม่แห้ง”จริงๆสำหรับกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ต้องให้การต้อนรับผู้นำจากนานาประเทศที่ตั้งใจเดินทางไปพบ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุดแบบไม่ว่างเว้นในช่วงเวลา 2 เดือนกว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเมืองจากการที่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา สุมหัวกับอิสราเอลไปรุมกินโต๊ะอิหร่านจนบานปลายกลายเป็น “สงครามตะวันออกกลาง” ที่แม้จะพักรบแต่ยังไม่จบจนถึงวันนี้ ในยามปกติจีนให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองซึ่งเป็นบุคคลสำคัญจากทั่วโลกอยู่แล้ว แต่ทำไมปีนี้ถนนทุกสายดูเหมือนมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง มีอะไรที่ไม่ธรรมดา มีอะไรที่ต้องจับตา หากย้อนกลับไปสักสองทศวรรษ สหรัฐอเมริกายังเป็นมหาอำนาจที่แทบไม่มีใครท้าทาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทหาร และอิทธิพลทางการเมือง โลกหลังสงครามเย็นถูกกำหนดโดยวอชิงตันเป็นหลัก ไม่ว่าปัญหาใดในโลก สุดท้ายสายตาของทุกประเทศก็มักมองไปที่ทำเนียบขาว แต่ในปี 2026 ภาพเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และจีนกำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ที่หลายประเทศต้องหันเข้าหา ผู้นำคนสำคัญล่าสุดที่เดินทางเยือนจีนในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2026 คือ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย หรือเพียงแค่ไม่กี่วันหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางกลับหลังเยือนจีนในวันที่ 13-15 พฤษภาคม การพบกันของสองผู้นำมหาอำนาจโลกในช่วงเวลาที่ใกล้กันมากเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่สะท้อนว่าจีนกำลังกลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกฝ่ายเข้าหาเพื่อการเจรจา ต่อรอง และรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ ย้อนกลับไปก่อนหน้าทรัมป์และปูติน ยังมีผู้นำจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา ฟินแลนด์ [&อ่านต่อ...
จากเหตุการณ์ รถไฟชนกับรถเมล์โดยสาร ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นโศกนาฎกรรม ที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย …แต่ ท้ายที่สุด ก็เกิดขึ้น….. และกลายเป็นเรื่องเศร้าเสียใจ ของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะ ญาติของผู้เสียชีวิต บนรถโดยสาร ทั้ง 8 ราย จะว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ หรือ ความเลินเล่อ …อันนี้ แอดมิน เอง ก็ไม่อยากลงความเห็นได้ในเวลานี้ ….คงต้อง อ้างอิงจากผลการตรวจพิสูจน์ ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เผยให้เห็นว่า มีหลักฐานหลายอย่าง ที่พอบอกได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มี “คน” เป็นต้นเหตุอย่างแน่นอน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบ สารเสพติดในตัวของ คนขับรถไฟ รวมถึง จากภาพกล้องวงจรปิด ที่ซูมเข้าไปใกล้ๆ บริเวณหน้าต่างห้องควบคุมรถไฟ ก็ไม่เห็น คนขับรถไฟอยู่ในนั้น ….อ้าว! แล้วคนขับ หายไปไหนกันล่ะ! …เรื่องนี้ ไม่ธรรมดา อย่างแน่นอน เพราะมีเรื่องของ สารเสพติด เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การสูญเสีย […]อ่านต่อ...
สงครามที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นสงครามโลก แต่คู่สงคราม ที่เกี่ยวข้องต้องยอมรับว่าเป็นรุ่นใหญ่ไม่เบา เคยสังเกตไหมว่า ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามด้วย ก็ได้แต่เฝ้ารอดูว่า มันจะกลายพันธ์ไปทางไหนไม่เหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ผ่านๆมา ด้วยเพราะเหตุใดหรือ ผมว่าอาวุธสงครามชั่วโมงนี้ มันมีแต่ของหนัก แต่ละทุ่นแต่ละดอก มันแสวงหาศัตรูได้แบบหนีไม่ออก ในสมัยโบราณกองทัพประเทศไหนที่สู้ไม่ได้ ไม่ขุดรูหนี ก็ย้ายข้ามเขากันไปเลย โลกมันเปลี่ยนไปแบบไม่น่าเชื่อ อาวุธที่น่ากลัวที่สุดกลายเป็นมันสมองของมนุษย์ ที่จะไม่มีการหยุดยั้ง วันข้างหน้า มันอาจจะเป็นอะไรได้อีกร้อยแปด อาจจะเป็นแค่อากาศที่เราหายใจเข้าไป ก็ทำลายกันได้ใครจะรู้ได้ว่าอาจจะเป็นแสงอาทิตย์ ที่มาถึงในภาคส่วนของเรา อาจจะแผดเผา จนเรามอดไหม้ไปจนสิ้นชีวิต คิดแล้วก็ดีใจที่คนรุ่นผมไม่ต้องอยู่กันอีกนานถึงตอนนั้น ไม่เชื่อลองกลับไปคิดดูสงครามสมัยเจ็งกีสข่าน และเปรียบกับตอนนี้ดูสิครับ มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ผมรอดูว่าสงครามระหว่างอเมรกา+อิสราเอล VS อิหร่าน เมื่อไหร่จะจบลงกันเสียที เบื่อค่าสินค้าราคาแพง ที่จะซื้อหรือจะขาย ปวดใจกันไปหมด ผมขอหยุดวิจารณ์เรื่องตรงนี้ไว้ก่อนรออีกสักสองอาทิตย์ ว่าจะลงเอยแบบไหน มาคุยกันถึงรัสเซียกันดีกว่า ว่ามันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร Putinกำลังจะกลายเป็นอ่านต่อ...

