นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี พ.ศ. 2569” พร้อมมอบโล่รางวัลแก่หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ดีเด่น ระดับภาค เพื่อเชิดชูเกียรติ ชรบ. ผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ดูลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน โดยมี ชรบ. กว่า 1,200 คน จากทั่วประเทศ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ชรบ. เป็นกำลังหลักภาคประชาชนที่ทำงานเคียงข้างฝ่ายปกครองในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของหมู่บ้านมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยจิตอาสา ความเสียสละ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างหมู่บ้านเข้มแข็ง อันเป็นรากฐานของความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ ในห้วงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่ผ่านมา ชรบ. ยังเป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ช่วยเหลือประชาชน ทั้งการอพยพผู้สูงอายุ เด็ก สตรี ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงการดูแลทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงของผู้ที่ต้องอพยพ สะท้อนบทบาทของ […]
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มอบหมายให้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีปฐมนิเทศและมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วม หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (หลักสูตร ป.ย.ป.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับสูงจาก 16 หน่วยงานเข้าร่วม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนานโยบายสำคัญของประเทศผ่านกระบวนการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเชิงระบบที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องปรับแนวคิดจาก “การบริหารหน่วยงาน” สู่ “การบริหารประเทศร่วมกัน” โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมย้ำว่า “การทำงานแบบบูรณาการไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคที่ความท้าทายมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน” สำหรับหลักสูตร ป.ย.ป. ปี 2569 ได้กำหนด 3 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรร่วมกันพัฒนาต้นแบบนโยบาย (Policy Prototype) ผ่านกระบวนการ อ่านต่อ...
“เอกนัฏ” ผ่าทางตันค่าไฟ! ล้างบาง “ไฟสาธารณะ” หมื่นล้านพ้นบิลบ้าน-บี้ดาต้าเซ็นเตอร์จ่ายจริง ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบแนวทางปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน โดยมุ่งปรับระบบการคิดค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ลดภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน และแยกต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากค่าไฟของประชาชน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหาสะสมของระบบไฟฟ้าไทย ทั้งการจัดการต้นทุนที่ซ่อนอยู่ การกำหนดอัตราค่าไฟที่เป็นธรรม และการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดยยึดหลักว่า ผู้ก่อให้เกิดต้นทุนต้องเป็นผู้รับภาระ ไม่ผลักภาระไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ระบบไฟส่องสว่างบนถนน ออกจากการคำนวณค่าไฟฟ้าฐานของประชาชน หลังพบว่าที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่าราว 17,000-18,000 ล้านบาทต่อปี ถูกนำไปรวมอยู่ในรายการความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค และสะท้อนอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานที่ประชาชนต้องชำระ โดยแนวทางดังกล่าวทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องรับภาระค่าไฟสาธารณะโดยไม่รู้ตัว คิดเป็นประมาณ 10อ่านต่อ...
ไทยพร้อมต้อนรับ 191 ประเทศ สู่การประชุม IMF–World อ่านต่อ...
มูลนิธิโพธิฆเนสโร ร่วมกับ สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ เปิดโครงการจาริกศึกษา พุทธภูมิ ‘อินเดีย-เนปาล’ ปี ๒๕๖๙ มุ่งพัฒนาศาสนทายาทและยกระดับการศึกษาคณะสงฆ์ • ผสานการศึกษาจากคัมภีร์สู่การเรียนรู้ภาคสนาม หนุนพระสงฆ์ทั่วไปและพระบวชใหม่ ปฏิบัติธรรมตามรอยพระศาสดา เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาขับเคลื่อนและเผยแผ่ศีลธรรมสู่สังคมไทย กรุงเทพฯ : นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการส่งเสริมการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อ มูลนิธิโพธิฆเนสโร โดยมี พระพิฆเนศร์ โพธิฆเนสโร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับ สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิง ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย คุณสุพิชชญา สาคร นายกสมาคมฯ ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส ประกาศดำเนินงาน “โครงการศึกษาพระพุทธศาสนา ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย–เนปาล ประจำปี พ.ศ. 2569” อย่างเป็นทางการ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องระหว่าง เดือนมิถุนายน – ธันวาคม พ.ศ. 2569 โดยเปิดรับสมัครทั้งพระสงฆ์ทั่วไปและพระบวชใหม่ เพื่อเข้าร่วมกระบวนการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติธรรมภายในประเทศไทย ซึ่งจะเดินทางไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ก่อนเดินทางไปศึกษาภาคสนาม (Field อ่านต่อ...
นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสาโรจน์ เหง้าพรหมมินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน และหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2569โดยมี นายสมบูรณ์ สุธีระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ในการนี้ได้ลงพื้นที่ สถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ตำบลบ้านยาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมตรวจสอบสภาพอาคารชลประทาน อาคารระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งช่วงฤดูฝน และฤดูแล้ง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ต่อมาเวลา 13.00 น. นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ นำคณะ ลงพื้นที่ ฝายตะโกสิงห์ลำปะเทีย ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง และคลองเชื่อมลำปะเทีย-อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ตำบลอิสานเขต อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสำรวจสภาพเส้นทางการไหลของน้ำรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น พร้อมปรับแผนการกักเก็บ การระบายน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง โครงการชลประทานบุรีรัมย์ จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงทีอ่านต่อ...
นายวัลลพ กรรณิการ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 6 มอบหมายให้ นายจิตติพงษ์ ภูผาลัย หัวหน้าฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคารชลประทาน นายพิษณุ ศรีศุภอรรถ วิศวกรชลประทานชำนาญการ ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยหินลับมีด และอ่างเก็บน้ำลำช่อระกา พร้อมด้วย นายกิรพัฆน์ พชรพิชชากร หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฯ โครงการชลประทานชัยภูมิ จากการตรวจสอบเก็บน้ำห้วยหินลับมีด และอ่างเก็บน้ำลำช่อระกา โครงการชลประทานชัยภูมิ ตามแผน ค่าศึกษา สำรวจ ออกแบบ งานจัดการด้านความปลอดภัยเขื่อน สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา พ.ศ.2569 จากการตรวจสอบสภาพตัวเขื่อนหลัก อาคารท่อส่งน้ำ อาคารระบายน้ำล้นใช้งาน ฯ ของอ่างเก็บน้ำฯ สามารถใช้งานได้อ่านต่อ...
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.ภาสกร ประถมบุตร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ depa และคณะทำงานฝ่ายส่งเสริมแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัล สานต่อความเข้มข้นของ หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (อ่านต่อ...
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ซับน้ำตา เยียวยา ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจา โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุดังกล่าวได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดเหตุ นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย อาสาสมัคร เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที พร้อมออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในด้านการจัดโลงบรรจุร่างผู้เสียชีวิตพร้อมรถเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาฟรี รวมถึงการมอบเงินค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงการมอบเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บ โดยตลอดทั้งวัน ตั้งแต่วานนี้ (วันที่ 13 กรกฎาคม 2569) มูลนิธิฯ ได้จัดทีมเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ […]อ่านต่อ...
โครงการสุดพิเศษ “เนรมิตเมือง สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” ประจำปี 2569 ที่ทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จับมือกับจังหวัดเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 เพื่อปลุกปั้นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เราไม่ได้มาเพียงเพื่อชมความงามฉาบฉวย แต่เราจะก้าวเข้าไปซึมซับรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย โดยไฮไลต์สำคัญในวันที่ 11อ่านต่อ...
