ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงรุก การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสืบสวนขยายผลและสกัดกั้นขบวนการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่มิได้เสียภาษี ซึ่งนอกจากส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐแล้ว ยังสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 อธิบดีกรมสรรพสามิตได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต และนายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนขยายผลบริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 และพื้นที่ใกล้เคียง จากการสืบสวนพบว่า อาคารพาณิชย์บริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บและแพ็กสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเตรียมกระจายจำหน่ายทางออนไลน์ โดยตรวจพบสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ก่อนขยายผลเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์อีกแห่งในพื้นที่แขวงบางลำภูล่างเขตคลองสาน ซึ่งพบของกลางเพิ่มเติม แสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้สถานที่เป็นแหล่งพักและกระจายสินค้า ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในส่วนของสินค้ายาสูบ โดยดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบ IQOS จำนวน 6,050 ซอง ในความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี […]
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายให้ กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเงินตราไทย เงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือ ออกไปนอก หรือเข้ามาในประเทศ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเงินตราข้ามประเทศ รวมถึงการกระทำที่อาจเกี่ยวข้องกับ การฟอกเงินระหว่างประเทศ ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและสกัดกั้นการลักลอบนำเงินตรา ออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะการซุกซ่อนเงินตรามากับผู้โดยสารที่เดินทางผ่านทางท่าอากาศยาน นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตรวจค้น จับกุม ผู้โดยสารชาวต่างชาติ จำนวน 2 ราย ซึ่งเดินทางมาจากกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ผลการตรวจค้นพบ ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มูลค่ากว่า 56 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสาร การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุม การแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 6) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งหรือนำเงินตรา เงินตราต่างประเทศ […]อ่านต่อ...
นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เดินหน้าขยายฐานการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เจาะตลาดกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง รับเทรนด์เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว หลังพบพฤติกรรมการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเติบโตต่อเนื่อง โดยช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดดังกล่าวขยายตัว 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบัญชีบัตรหลักต่อเดือนเพิ่มขึ้น 10% และความถี่การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2% พร้อมตั้งเป้ายอดใช้จ่ายหมวดสัตว์เลี้ยงแตะ 1,000 ล้านบาทภายในปีนี้ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการขยายตัวของตลาดสัตว์เลี้ยงจากเดิมที่เน้นค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ไปสู่การใช้จ่ายที่หลากหลายและมีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งอาหารเกรดพรีเมียม การรักษาพยาบาล บริการด้านสุขภาพและสุขอนามัย ประกันภัย เสื้อผ้า ของเล่น การท่องเที่ยว ตลอดจนเทคโนโลยีสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น อุปกรณ์ให้อาหารและน้ำ และเครื่องฟอกอากาศ สำหรับปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม ทั้งการแต่งงานช้าลง อัตราการเกิดลดลง และจำนวนคนโสดเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการมีเพื่อนทางใจ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาเลี้ยงสัตว์และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในหมวดนี้มีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายประจำและมีโอกาสขยายตัวในระยะยาว และเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรในตลาดสัตว์เลี้ยงมากกว่า 50 ราย ครอบคลุมกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงพยาบาลและคลินิกสัตว์เลี้ยง ร้านจำหน่ายอาหารและอุปกรณ์ […]อ่านต่อ...
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุม (Command and อ่านต่อ...
คณะอนุกรรมการพิจารณารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2569 ประเภทรางวัลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (อ่านต่อ...
บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าและสามารถต่อยอดทางการเงินได้มากกว่าการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่เจ้าของบ้านต้องการเงินก้อนเพื่อหมุนเวียนธุรกิจ ปรับปรุงบ้าน หรือจัดการภาระค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ สินเชื่อบ้านแลกเงินจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำบ้านที่มีกรรมสิทธิ์มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงินจากสถาบันการเงิน โดยเจ้าของบ้านยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การมีบ้านไม่ได้หมายความว่าควรนำบ้านมาขอสินเชื่อทุกครั้งที่ต้องการเงิน สิ่งสำคัญคือการพิจารณาวัตถุประสงค์ ความสามารถในการผ่อนชำระ และความคุ้มค่าของเงินก้อนที่ได้รับ เพื่อไม่ให้ภาระทางการเงินเพิ่มขึ้นเกินความจำเป็น สินเชื่อบ้านแลกเงินคืออะไร ต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร ? สินเชื่อบ้านแลกเงิน คือ สินเชื่อที่ผู้กู้นำอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่สถาบันการเงินกำหนด มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ จุดแตกต่างจากสินเชื่อส่วนบุคคลคือ การมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันอาจช่วยให้ผู้กู้เข้าถึงวงเงินที่สูงขึ้นและมีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวกว่า ทั้งนี้ วงเงินจริง อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับราคาประเมินทรัพย์ รายได้ ภาระหนี้เดิม อายุผู้กู้ และหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร ก่อนสมัครจึงควรเปรียบเทียบทั้งอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการประเมินหลักประกัน รวมถึงยอดผ่อนต่อเดือน ไม่ควรพิจารณาจากวงเงินที่ได้รับเพียงอย่างเดียว 4 สถานการณ์ที่สินเชื่อบ้านแลกเงินอาจตอบโจทย์ 1. ต้องการเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ เจ้าของกิจการที่มีบ้านปลอดภาระหรือมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของธนาคาร อาจใช้ สินเชื่อบ้านแลกเงิน เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับเพิ่มสภาพคล่อง เช่น ซื้อวัตถุดิบ เพิ่มสินค้าในสต๊อก ปรับปรุงหน้าร้าน หรือรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ควรคำนวณให้ชัดเจนว่าเงินที่นำไปลงทุนมีโอกาสสร้างกระแสเงินสดกลับมาเพียงพอกับค่างวดหรือไม่ […]อ่านต่อ...
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้เม็ดเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และหน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี เงินงบประมาณ และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ครอบคลุมทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณให้สอดคล้องกับเป้าหมายในภาพรวมของประเทศ โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีเม็ดเงินภาครัฐ จำนวน 4.31 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 2.44 แสนล้านบาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 3.79 ล้านล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 2.79 แสนล้านบาท โดยกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า ร้อยละ 98 รายจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 93 และการใช้จ่ายงบประมาณ (ก่อหนี้) รายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำ […]อ่านต่อ...
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เชิญชวนประชาชนกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) (โครงการฯ) ซึ่งเริ่มให้ใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันแรก โดยประชาชนและร้านค้าที่มีคุณสมบัติตามโครงการฯ 30.71 ล้านคน จะพบแบนเนอร์โครงการฯ ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เพียงกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมก็จะสามารถใช้จ่ายหรือรับชำระเงินตามโครงการฯ ได้ 1. การเตรียมความพร้อมก่อนการยืนยันสิทธิ ประชาชนสามารถติดตั้งและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมทั้งสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ (G-Wallet) ได้ด้วยตนเอง หรือรับบริการอำนวยความสะดวกได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2. การยืนยันสิทธิ 2.1 ประชาชน สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2569 2.2 ผู้ประกอบการ สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 […]อ่านต่อ...
ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการความรู้ หัวข้อ “อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานสรรพสามิตในการออกตรวจปราบปราม และประสบการณ์พี่สอนน้อง” โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมฯ การอบรมดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และแนวทางการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปราม ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมสรรพสามิต ทั้งการคุ้มครองรายได้ของรัฐ สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนคุ้มครองประชาชนจากสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐาน โดยเน้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทั้งนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตได้เน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ด้านการใช้อำนาจหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย ระเบียบ และขอบเขตอำนาจหน้าที่ รวมถึงมีทักษะในการประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้านการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ประเมินความเสี่ยง และวางแผนการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อสถานการณ์มีความเสี่ยง และ ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อแลกเปลี่ยนกรณีศึกษา ปัญหา อุปสรรค และข้อควรระวังจากการปฏิบัติงานจริง โดยได้รับเกียรติจาก นายประพันธ์ คงเอียด นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายภาษีสรรพสามิต สำนักกฎหมาย เป็นวิทยากรบรรยายและถ่ายทอดความรู้ โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตเข้าร่วมการฝึกอบรม การฝึกอบรมจัดขึ้น ณ อาคารหอประชุมกรมสรรพสามิต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569อ่านต่อ...
ธ.ก.ส. เปิดตัว เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) เพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณอายุให้สามารถเกษียณอายุได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท รับดอกเบี้ยรายเดือน ทุกเดือนเป็นขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 4 ปี เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เดินหน้าส่งเสริมการออมเงินระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประชาชนที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณอายุ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)” เพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินของผู้ที่เตรียมเกษียณอายุให้สามารถเกษียณอายุได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนเงินรับฝากสูงสุดต่อราย พร้อมรับผลตอบแทนแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือน […]อ่านต่อ...
