นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรม ทางการเงินการธนาคาร) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 กรมสรรพากรร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมที่ดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและตำรวจสันติบาล ได้บูรณาการแผนปฏิบัติการร่วมของหน่วยงานภาครัฐ โดยได้เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายพร้อมกันรวม 3 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย กระทำการอื่นใดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม และอาจกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยในเบื้องต้นพบข้อมูลกลุ่มนิติบุคคลประมาณ 600 บริษัท ที่อาจมีความเสี่ยงที่จะเสียภาษีไว้ไม่ครบถ้วน” ในการดำเนินการดังกล่าว เป็นการบูรณาการร่วมกัน โดยให้แต่ละหน่วยงานตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การบูรณาการข้อมูลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยง การกำหนดมาตรการ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญและจริงจังกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรม ทางการเงินการธนาคาร) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “การดำเนินการธุรกิจในประเทศไทยของผู้ประกอบการทุกกลุ่มรวมถึงชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด การไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตการประกอบธุรกิจในประเทศไทย และหากพบว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ก็จะมีความผิดอาญาซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท […]
กรมสรรพสามิตเปิดเผยผลการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต รอบ 12 เดือน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จับกุมผู้กระทำผิดรวม 39,305 คดี ค่าปรับรวมกว่า 1,069 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับกว่า 5,420 ล้านบาท โดยยาสูบยังเป็นสินค้าที่พบการกระทำผิดสูงสุด รองลงมาคือสุรา และน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน พร้อมยกระดับการปราบปรามเชิงรุกด้วย Data Driven อ่านต่อ...
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เดินหน้ายกระดับความสะดวกสบายในการออมเงินเพื่ออนาคตให้กับสมาชิก เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด “สมัครหักบัญชีอัตโนมัติรายเดือน” (Direct Debit) ผ่านแอปพลิเคชัน กอช. เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถสร้างวินัยทางการเงินได้อย่างสม่ำเสมอ หมดกังวลเรื่องลืมส่งเงินออมสะสม และไม่พลาดสิทธิ์ในการรับเงินสมทบจากรัฐบาลเพิ่มตามช่วงอายุ สูงสุด 100% หรือไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี การบริการออมเงินรูปแบบใหม่นี้ สมาชิก กอช. สามารถเลือกหักเงินออมสะสมจากบัญชีเงินฝากเป็นประจำทุกเดือน โดยระบบจะดำเนินการหักบัญชีโดยอัตโนมัติในวันที่ 5 ของทุกเดือน (หากวันที่ 5 ตรงกับวันหยุดทำการของธนาคาร ระบบจะทำการหักบัญชีในวันทำการถัดไป) ซึ่งสมาชิกสามารถกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึงสูงสุด 2,500 บาทต่อเดือน ให้สอดคล้องกับสภาพคล่องของตนเอง ทั้งนี้ หากธนาคารไม่สามารถหักบัญชีเงินฝากได้ติดต่อกันเกิน 6 เดือน ระบบจะดำเนินการยกเลิกการหักบัญชีเงินฝากให้โดยอัตโนมัติทันที สำหรับสมาชิกที่สนใจ สามารถทำรายการได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน กอช. ได้ทั้งระบบ อ่านต่อ...
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน อ่านต่อ...
ธ.ก.ส. จัดโปรโมชันพิเศษ พร้อมเสิร์ฟบริการทางการเงินครบวงจรในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 Money Expo อ่านต่อ...
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมธนารักษ์ แถลงข่าวการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ในโอกาสประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดทำขึ้น จำนวน 2 ประเภท ประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 30,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญละ 700 บาท และเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม […]อ่านต่อ...
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้รับนโยบายจากรัฐบาล ให้เป็นผู้ทำหน้าที่โอนจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามข้อมูลที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำส่งให้ธนาคารวันต่อวัน ล่าสุด ธนาคารได้เร่งดำเนินการโอนจ่าย เงินเยียวยาแก่ประชาชนแล้ว ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามทะเบียนรายชื่อผู้ประสบภัยที่ทาง ปภ. นำส่งให้ธนาคาร จำนวน 27,320 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 246 ล้านบาท จากงบประมาณที่ ปภ. จัดสรรเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย รวม 4,700 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลของผู้มีสิทธิบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องโดย ปภ. ซึ่งธนาคารได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งรัดการดำเนินการ โดยเมื่อธนาคารได้รับข้อมูลรายชื่อจาก ปภ. ในแต่ละรอบ ธนาคารสามารถดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยได้ทันที สำหรับผู้มีสิทธิที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักกับบัญชีธนาคารออมสิน จะสามารถรับเงินเยียวยาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากธนาคารสามารถดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยตรงทันทีหลังได้รับข้อมูลจาก ปภ. ขณะที่การโอนเงินเข้าบัญชี PromptPay ของสถาบันการเงินอื่น อาจต้องใช้ระยะเวลาในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างธนาคาร โดยปกติจะใช้เวลาการโอนภายใน 1 วัน ธนาคารจึงแนะนำประชาชนที่อยู่ระหว่างรอรับเงินเยียวยา ตรวจสอบการผูกบัญชี อ่านต่อ...
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “อ่านต่อ...
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง 1. มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมี ข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสิน ทุกสาขา หรือ อ่านต่อ...
กบข. เชื่อโลกยุค AI ภูมิรัฐศาสตร์ สังคมสูงวัย และ Climate อ่านต่อ...
