สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

กรุงศรี กำไรครึ่งปีโต 6.8% แตะ 1.69 หมื่นล้าน

 กรุงศรี กำไรครึ่งปีโต 6.8% แตะ 1.69 หมื่นล้าน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกเป็นไปตามยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ แม้เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว

ทั้งนี้ สินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 1.94 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งขยายตัว 6% และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนที่เติบโต 5.1% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ด้านเงินรับฝากอยู่ที่ 1.69 ล้านล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2568 ตามแผนบริหารโครงสร้างเงินฝาก โดยลดสัดส่วนเงินฝากประจำต้นทุนสูง และเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสภาพคล่อง

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 4.60% จาก 4.14% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนสินเชื่อ โดยเฉพาะการรวมพอร์ตสินเชื่อผลตอบแทนสูงของ TIDLOR และการเติบโตของธุรกิจในอาเซียน ประกอบกับการบริหารต้นทุนเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.4% เป็นผลจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน หนี้สูญรับคืน รวมถึงกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 45.5%

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 3.08% จาก 3.26% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 137.9% และธนาคารยังคงมีฐานเงินกองทุนแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 20.20%

นายเคนอิจิกล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพสูง ขณะที่ธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนยังรักษาการเติบโตได้ดี สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคของกรุงศรี

อย่างไรก็ตาม ธนาคารประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ การชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชน ผลกระทบจากสภาพอากาศ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยยังคงประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 ที่ 1.9% ลดลงจาก 2.4% ในปี 2568

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กรุงศรีมีสินทรัพย์รวม 2.59 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.69 ล้านล้านบาท สินเชื่อรวม 1.94 ล้านล้านบาท และมีเงินกองทุนของธนาคาร 332,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 20.20% ซึ่งยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง รองรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ