กสิกรไทยกำไรครึ่งปีโต 6.2% แตะ 2.79 หมื่นล้าน
ธนาคารกสิกรไทย เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยแต่ยังได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกจากแรงกดดันของปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงกระทบต้นทุนการผลิตเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังส่งผ่านเข้าสู่ระบบได้ไม่เต็มที่ ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวต่ำกว่าคาด และแม้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเติบโตได้ดี แต่สินค้าส่งออกกลุ่มอื่นเริ่มชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี ธนาคารมีกำไรสุทธิ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,635 ล้านบาท หรือ 6.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมรายได้พิเศษจากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 26,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25% สะท้อนผลการดำเนินงานหลักที่ยังเติบโตได้แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 63,390 ล้านบาท ลดลง 9.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) ลดลงมาอยู่ที่ 2.91% จาก 3.36% ในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจประกันภัย และรายได้จากการลงทุน ช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงได้บางส่วน
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 2.02% เหลือ 40,030 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 40.33% จากการเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) ทั้งการบริหารทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการนำเทคโนโลยีรวมถึง AI มาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
ในด้านการบริหารความเสี่ยง ธนาคารยังคงตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวัง จำนวน 19,842 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยอัตราผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.58% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ธนาคารกำหนดไว้สำหรับปีนี้
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 13,247 ล้านบาท ลดลง 9.68% จากไตรมาสแรก เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายได้พิเศษจากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุน แต่หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรสุทธิลดลงเพียง 0.98% สะท้อนผลการดำเนินงานที่ยังทรงตัว โดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรเครื่องมือทางการเงินและธุรกิจบริหารกองทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการตลาด ส่วนการตั้งสำรองยังอยู่ในระดับสูงที่ 10,019 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารกสิกรไทยมีสินทรัพย์รวม 4.57 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปีที่ผ่านมาโดยมีการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ตามกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่ออย่างมีคุณภาพภายใต้การพิจารณาผลตอบแทนตามความเสี่ยง
ขณะที่อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 3.18% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย เพิ่มขึ้นเป็น 173.90% ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 19.24% สะท้อนฐานะเงินกองทุนที่ยังแข็งแกร่งรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้
สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐแต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ราคาพลังงานมาตรการภาษีของสหรัฐฯสภาพอากาศและข้อจำกัดด้านการใช้จ่ายภาครัฐ
ธนาคารจึงยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3+1 และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์และดูแลลูกค้าให้ผ่านความผันผวนทางเศรษฐกิจไปได้อย่างต่อเนื่อง
