สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

KTX รุกหนัก Wealth-Offshore ชู “Asia Behind the Screen” มั่นใจแกร่งสวนกระแสตลาดหุ้นผันผวน

 KTX รุกหนัก Wealth-Offshore ชู “Asia Behind the Screen” มั่นใจแกร่งสวนกระแสตลาดหุ้นผันผวน

กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) กางแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมธุรกิจหลักทรัพย์ เลิกพึ่งพิงค่าคอมมิชชั่น หันรุกผลิตภัณฑ์ใหม่-ตลาดต่างประเทศเต็มสูบ ชูจุดแข็ง “แม่แกร่ง” ทั้งธนาคารกรุงไทยและกลุ่มเอ็กซ์สปริง หนุนผลงานกำไรต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน พร้อมเปิดมุมมองการลงทุน “Asia Behind the Screen” ชี้เป้า 4 ตลาดศักยภาพ เกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน-เวียดนาม ขุมกำลังสำคัญขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลก

ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า บริษัทได้มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุน ทั้งในส่วนของระบบงานและบุคลากร เป้าหมายสำคัญคือการสร้างรายได้ที่หลากหลายและลดการพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือปริมาณการซื้อขายในตลาดเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสภาพการแข่งขันในปัจจุบันมีความท้าทายสูงและมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งผลจากการปรับตัวทำให้ KTX สามารถรักษาระดับผลประกอบการให้มีกำไรสุทธิต่อเนื่องมาได้ประมาณ 4-5 ปีติดต่อกัน แม้ในช่วงปี 2022-2023 ที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยจะเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นจากกรณีหุ้น MORE และ STARK ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมความมั่นใจของนักลงทุนอย่างรุนแรง ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งต้องเผชิญกับสภาวะขาดทุน แต่ KTX ยังคงเดินหน้าเติบโตได้ภายใต้ขนาดธุรกิจที่เหมาะสม

โดยปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของ KTX คือการมี “แม่ที่แข็งแรง” โดยมีธนาคารกรุงไทยถือหุ้น 50% และมีกลุ่ม XSpring เข้ามาเสริมทัพ ความแข็งแกร่งนี้ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อระบบเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” ซึ่งช่วยให้มียอดเปิดบัญชีใหม่พุ่งสูงถึงเดือนละ 3,000-4,000 บัญชี ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนบัญชีผู้ซื้อขายรายย่อยในตลาดทุนไทยที่มีอยู่เพียงประมาณ 3 ล้านบัญชี จากประชากรทั้งประเทศกว่า 70 ล้านคน

นอกจากนี้ ในด้านผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ KTX สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยมียอดขายในตลาดรองเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาทต่อปีในปี 2018 ก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 1,400 ล้านบาทต่อปีในปัจจุบัน รวมถึงการรุกตลาดลูกค้าสถาบันจนสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จากประมาณ 1% ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5% ได้สำเร็จ

สำหรับก้าวต่อไป บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสมหาศาลจากการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียภายใต้แนวคิด “Asia Behind the Screen” เนื่องจากปัจจุบัน GDP ของเอเชีย (รวมจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และเวียดนาม) มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาที่มี GDP ประมาณ 29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

ขณะที่ Market Cap ของตลาดหุ้นเอเชียคิดเป็นเพียง 30% ของโลก เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่ครองสัดส่วนถึง 50% จึงยังมีโอกาสให้เติบโตได้อีกมาก KTX จึงเตรียมขยายบริการด้าน Offshore Product เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ 4 ตลาดหลักในเอเชีย ได้แก่

เกาหลีใต้: ชูความโดดเด่นเรื่อง Memory Chip และการที่รัฐบาลผลักดัน “Value-up Program” เพื่อแก้ปัญหา Korea Discount มุ่งเน้นการจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น ญี่ปุ่น: พลิกโฉมจากเจ้าพ่ออุตสาหกรรมรถยนต์ สู่ผู้นำเครื่องผลิตชิป ในยุค AI โดยดัชนี Nikkei เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 30 ปี จากการปรับปรุง ROE ของบริษัทจดทะเบียน

จีนและฮ่องกง: ฮ่องกงกำลังก้าวขึ้นเป็น Wealth Hub ของโลก โดยคาดว่าจะมี AUM แซงหน้าสวิตเซอร์แลนด์ภายในปี 2030 ขณะที่จีนมุ่งหน้าสู่ “New Economy” เร่งการผลิตชิปและเทคโนโลยี AI ในประเทศให้ได้ 80% ภายในปี 2030 เวียดนาม: ตลาดที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสร้างวิศวกรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 50,000 คนภายในปี 2030 และเพิ่งได้รับการยืนยันการเลื่อนชั้นสู่ Emerging Market

“จากสถิติพบว่าคนไทยกว่า 74% มีเงินออม แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่นำเงินไปลงทุนต่อยอด KTX จึงมุ่งหวังที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และช่องทางการลงทุนใหม่ๆ เพื่อช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของเทคโนโลยีโลก”ม.ล.ทองมกุฎ กล่าว

อย่างไรก็ตามในปีนี้ KTX ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 1,300 ล้านบาท เติบโต 30% และมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 2.4% จากเดิมที่มีสัดส่วน 2% โดยปีนี้บริษัทมีการปรับโครงสร้างรายได้ครั้งใหญ่ ด้วยการลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ เป็น 50% และเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่นายหน้า เป็น 50% จากเดิมที่มีโครงสร้างรายได้เป็น 60:40

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ