บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PUEAN เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อรายย่อย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.90% ต่อปี เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 22 และ 26-27 ตุลาคม 2569 กำหนดออกหุ้นกู้วันที่ 28 ตุลาคมนี้ นำเงินรองรับการขยายธุรกิจและชำระคืนหุ้นกู้เดิม ด้าน APM มั่นใจศักยภาพธุรกิจและวินัยทางการเงิน หลังหุ้นกู้ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีและชำระคืนตรงตามกำหนด นายวุฒิศิลป์ จรัสบวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด หรือ PUEAN เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการทำกำไร แม้เศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือนยังเป็นความท้าทาย แต่ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบอาชีพและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนยังมีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ได้จำกัด บริษัทเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำโฉนดที่ดิน พร้อมพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และคุณภาพหลักประกันอย่างรอบคอบ เพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว การออกหุ้นกู้ครั้งนี้จึงเป็นอีกช่องทางเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนสำหรับขยายพอร์ตสินเชื่อ […]
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ กรรมการธนาคาร และ นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมการประชุมวิชาการโลกมุสลิม ประจำปี 2569 จัดโดยศูนย์นโยบายโลกมุสลิม (CMP) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องพาวิลเลียน A ชั้น 8 โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น โดยมี รศ.ดร.มนชยา อุรุยศ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายโลกมุสลิม กล่าวต้อนรับ และ รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ในการนี้ นางนุจรีร่วมเสวนาในหัวข้อ “อ่านต่อ...
ขณะที่ “เวชสำอาง” โตแซงตลาด 3 เท่า สินค้าดูแลการนอนพุ่ง 30% ชี้เทรนด์ 3S เขย่าตลาดบิวตี้ โดยปี 70 พร้อมงัด Data–อ่านต่อ...
ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 29,981 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยธนาคารมุ่งบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มด้วยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ควบคู่การรักษาความแข็งแกร่งด้านเงินกองทุนและสภาพคล่อง สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดโลก รวมถึงภาคบริการที่ได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอจากภาระค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังต่ำกว่าคาด และสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อาจซ้ำเติมแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในส่วนของผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 ของธนาคารกรุงเทพได้รับผลกระทบหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.47 อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น จากธุรกิจประกันผ่านธนาคาร บริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมในตลาดทุน ด้านการบริหารจัดการต้นทุน ธนาคารสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ร้อยละ 4.6 ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 48.2 ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อรวม 2,692,861 ล้านบาท […]อ่านต่อ...
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 33 (The 33rd อ่านต่อ...
ทีทีบีโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 3 แตะ 5,457 ล้านบาท ดันงวด 9 เดือนแรกปี 2569 ทำได้ 16,139 ล้านบาท คุมหนี้เสียลดเหลือ 2.88% พร้อมเพิ่มสำรองรับความเสี่ยง ดัน Coverage Ratio ขยับขึ้น 159% เดินหน้าช่วยลูกค้าน้ำท่วมผ่านโครงการ “ตั้งหลัก” นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือทีทีบี เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2569 ว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท และ 16,139 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนการรักษาแนวโน้มผลประกอบการได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำและความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ 27,524 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 27,476 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 50,862 [&อ่านต่อ...
เปิดแผนพัฒนา QOL @วิมุต เจาะตลาดสุขภาพกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เพิ่มทางเลือกบริการทางการแพทย์ใกล้บ้าน รองรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังและความต้องการดูแลระยะยาวของสังคมสูงวัย บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด สนับสนุนแผนขยายธุรกิจ Healthcare ของ บริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ อ่านต่อ...
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 33 (The 33rd อ่านต่อ...
EXIM BANK ออกมาตรการ “เติมเงินฉุกเฉิน” ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วงเงินสินเชื่อสูงสุดรายละ 100,000 บาท ผ่อนชำระ 2 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 2% ต่อปี สามารถขอผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ใช้เพียงบุคคลค้ำประกัน พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการบรรเทาภาระหนี้และการสนับสนุนเงินทุนใหม่ เพื่อช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทาน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและประโยชน์ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบาย ให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าและส่งออก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ โดยสุจริต ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสินค้านำเข้า และส่งออกทางเรือ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันมิให้เข้าสู่ตลาดภายในประเทศ นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งสำแดงสินค้าจำนวน 6 รายการ ต้นทางจากประเทศจีน ณ ท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดง เป็น รองเท้า จำนวน 4,515 คู่ และกระเป๋า จำนวน 350 […]อ่านต่อ...
