วันนี้ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๓๒น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ […]
เป็นที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในปัญหาที่ประเทศไทยกําลังเผชิญ และถือเป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก คือ การถูกหลอกลวงทางการเงิน จากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่เราเรียก ว่า “คอลเซ็นเตอร์” ซึ่งที่ผ่านมามีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากการ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าไปแล้ว มากมายหลายแสนคดี สร้างความเสียหายไม่ต่ํากว่า 8 หมื่น ล้านบาท แค่เดือนมกราคม 2568 มีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 3 หมื่นคดี มีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ํากว่า 400 ล้านบาท ขณะที่ ในปี 2568 มีการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือหลอกลวงสูงสุดในรอบ 5 ปี สูงถึง 168 ล้านครั้ง อ่านต่อได้ในฉบับอ่านต่อ...
เสียน้ำตากว่าจะได้ลูกสาว!?! “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” หรือ “แม่ชม” เคยเปิดใจเล่าให้ฟัง ว่า กว่าจะมีลูกคนที่ 3 คือ “น้องแอบิเกล” ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนที่ จะได้น้องแอบิเกล 2 ปี มีเสียน้ำตาผ่านความล้มเหลว แต่เราก็ คิดอยู่เสมอว่า เราจะไปต่อ เราขอลองให้ถึงที่สุด ให้เราหมดข้อ สงสัย เราไปทุกศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์แผนโบราณ ทําบุญ อ่านต่อได้ในฉบับอ่านต่อ...
อปพส.นำคณะร่วมอุดมการณ์ ยื่นหลักฐานการนำเสนอข่าวของสื่อยุคนี้ไม่ตรวจสอบความจริงก่อนออกอากาศ และ พร้อมใช้ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง เพื่อนำความยุติธรรมกลับคืนมาแก่พระพุทธศาสนา นายประพันธ์ กิตติฤดีกุล เลขาธิการ องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) กล่าวถึงรายละเอียดการยื่นหลักฐานให้สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย(Thaibja) ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2568 นี้ เพื่อให้ตรวจสอบจรรยาบรรณการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์บางสถานี ที่นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เป็นจริงออกไปก่อน เพราะทำให้เกิดการเซาะกร่อนบ่อนทำลายความศรัทธาต่อสถาบันพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ เช่น กรณีข่าวที่นำแหล่งข่าวจากข่าวช่อง 8, ข่าวช่อง 3 ในรายการโหนกระแส และฯลฯ โดยพูดว่า อดีตหลวงพ่ออลงกตมีภรรยาและ มีลูกกับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งมีผู้ชมมากกว่า 3.4 แสนคน จนทำให้ประชาชนเข้าใจหลวงพ่ออลงกตผิดเป็นจำนวนมาก แต่ผลปรากฏว่า หลักฐานการตรวจ DNA พิสูจน์ออกมาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2568 ว่า เด็กคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกของหลวงพ่ออลงกต เพราะผลตรวจ อ่านต่อ...
วันที่ 27 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนัก พ.ศ. 2495 และข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งราชองครักษ์ พ.ศ.2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจ ราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 38 นาย มีรายชื่อดังนี้ 1. พลเอก ไกรภพ ไชยพันธุ์ 2. พลเอก กิตติ สมสนั่น 3. พลเอก จิรวิทย์ เดชจรัสศรี […]อ่านต่อ...
วันนี้ (๒๔ กันยายน ๒๕๖๘) เวลา ๑๗.๒๘ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” ประจำปี ๒๕๖๘ ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ […]อ่านต่อ...
“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร” เป็นพระราชโอรสใน “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก” กับ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู สัปตศก จ.ศ. 1287 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดิลแบร์ค สาธารณรัฐไวมาร์ (ปัจจุบันคือประเทศเยอรมนี) ขณะที่สมเด็จพระราชชนกทรงศึกษาการแพทย์ที่ประเทศเยอรมนี เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จึงมีลายพระราชหัตถ์ถึงพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย ลงวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2468 ความว่า “หลานฉันเกิดแล้ว เมื่อวันอาทิตย์เช้า พอฉันตื่นเห็นโทรเลขก็นึกรู้ว่า คงบอกมาว่าหลานเกิด ฉันคลี่อ่านจนมือสั่น ที่ปลื้มใจมาก ก็เพราะเปนผู้ชาย เพราะฉนั้นให้เธอโทรเลขตอบไปว่า ฉันดีใจเหลือเกินที่หลานเกิดมาเปนผู้ชายและวันที่ 20 ด้วย” โดยได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล” หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น […]อ่านต่อ...
เรื่องบรรดา “เหล่าผู้วิเศษ” ที่เข้าข่ายลวงโลก/กํามะลอ ปาหี่ ซึ่งอยู่ในคราบของบุคคลสถานะต่าง ๆ ไม่ว่า นักบวช พระ บุคคลทั่วไป ในสังคมไทยมีมาทุกยุคทุกสมัย บ้างก็เป็นตํานาน บ้างเป็นนิทานปรัมปรา บ้างเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ซึ่งสมัยก่อนอาจ จะพิสูจน์กันได้ยาก แต่สมัยนี้แปบเดียวก็รู้เรื่อง เป็นหมู่หรือจ่า จะได้อยู่ตําหนักวิมานต่อ หรือย้ายไปรออยู่ในคุก ที่เข็ดก็หาย หน้าหายตาไปจากสังคมที่ไม่เข็ดหลาบก็กลับมาหลอกลวงกันต่อ อาจเป็นเพราะลักษณะของสังคมไทยนั้นลืมง่ายและให้อภัย อ่านต่อได้ในฉบับอ่านต่อ...
แม้วันนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา จะ ประกาศเก็บภาษีต่างตอบแทนในอัตรา 19% กับประเทศไทย จากเดิมที่เรียกเก็บไปถึง 36% โดยแลกเปลี่ยนกับประเทศไทย ต้องเปิดตลาดและลดภาษีให้กับสหรัฐอเมริกาในอัตรา 0% ที่ ประเทศไทยยื่นเสนอ แต่ทว่า นั่น อาจจะยังไม่ใช่ข้อสิ้นสุดของ เรื่องดังกล่าว ท่ามกลางความสงสัยว่า เงื่อนไขที่เกิดขึ้นนั้น ประเทศไทย จะเสียเปรียบทางการค้ากับอเมริกาหรือไม่ อ่านต่อได้ในฉบับอ่านต่อ...
เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน หรือ 9/11 (ไนน์อีเลฟเว่น) เป็นการการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐ ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 เช้าวันนั้น ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามจากฝั่งตะวันออกกลางอัลกออิดะฮ์จี้อากาศยานโดยสารสี่ลำ โจรจี้เครื่องบินนั้นนำเครื่องบินทั้งสองพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กโดยเจตนา และอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง โจรจี้เครื่องบินชนเครื่องบินลำที่สามกับอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่สี่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบินต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังผู้โดยสารพยายามยึดเครื่องกลับคืน มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนในเหตุโจมตีดังกล่าว และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ มีการพุ่งเป้าสงสัยไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์อย่างรวดเร็ว อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่ม ซึ่งได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในตอนแรก สุดท้ายได้อ้างความรับผิดชอบเหตุวินาศกรรมดังกล่าวใน ค.ศ. 2004 อัลกออิดดะห์และบิน ลาดิน อ้างเหตุผลจูงใจในการก่อเหตุ ว่า การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐอเมริกา การคงทหารสหรัฐประจำการไว้ในซาอุดิอาระเบีย และการลงโทษต่ออิรัก สหรัฐอเมริกาดำเนินมาตรการตอบโต้เหตุวินาศกรรมโดยการเริ่มสงครามต่อต้านการก่อการร้าย (War on [&อ่านต่อ...
