การเลือกตั้งที่ไกล้เข้ามา คือความหวังที่จะทำให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นอย่างนั้นหรือเปล่า ผมเชื่อว่า ชาวไทยเป็นส่วนมากไม่อยากจะเชื่อ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทุกอย่างมันเลวร้ายแบบต้องยอมรับ และถามตัวเองว่า ทำไมอนาคตถึงกลายเป็นเรื่องตลกของสังคมไทย จนไม่สามารถจะเชื่อว่าสังคมไทยที่กำลังดิ่งลงเหว จะกระเตื้องขึ้นมาได้อย่างไร คนไทยบางคนชั่วโมงนี้ ไม่ถูกต้มก็ต้มกันเอง ความรู้สึกที่ไร้อำนาจ ของคนไทย กลายเป็นความรู้สึกตามธรรมชาติไปซะแล้ว ความเจริญรุ่งเรืองและ อนาคตที่ดีขึ้นมันถูกสร้างให้ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ ชั่วโมงนี้เราฝีนหัวเราะเพราะไม่อยากจะร้องห้าย ความคิดที่ควรจะเป็นระบบ มันถูกเลื่อนออกไป เลื่อนออกไป จนไม่รู้จุดหมายปลายทาง (Destination) ทำไมเราไม่สามารถมีประเทศที่เจริญขึ้นๆ เหมือนเพื่อนบ้านเราอย่างเวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ที่เลวร้ายกว่านั้น เราตกต่ำตามเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาว เขมรอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวนี้เราฟันธงได้เลย ว่าเราประชาชนไทย ไม่ได้รับความเป็นธรรมเชิงโครงสร้าง ที่ไม่มีระเบียบแบบแผนแต่น้อยนิด เราต้องฝืนทนเพื่ออะไรกับการที่ไม่มีอำนาจในการต่อรองกับสังคมที่ความพยายามของเราไม่สามารถรับประกันความก้าวหน้า การศึกษาที่ไม่รับประกันอนาคต เพราะฉะนั้นจะให้เราลองเชื่อว่าการเลือกตั้งจะรับประกันการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกระนั้นหรือ ทั้งๆที่รู้ว่าระบบมันไม่ยุติธรรม เราก็ยังไม่สามารถที่จะเรียกร้อง ให้มันเกิดขึ้นได้ ความจริงทีว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง มันได้แค่เอามาอ้างเท่านั้น แต่ผมก็ขอวิงวอนให้ทุกคนไปใช้สิทธ์ิเลือกตั้ง ไครที่คิดว่าเขาจะทำให้ เราและลูกหลานจะมีอนาคตที่ดีขึ้น ก็ยังพอจะมีคนดีอยู่บ้างผมเชื่อว่าการเลือกตั้งคราวนี้ ก็ยังเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ทำให้ชีวิตของเรามันดีขึ้นได้ ขออย่างเดียวอย่าให้ “มันเลวลงไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างนี้เลย” อำนาจ […]
สาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบันคือมหาอำนาจอันดับสองของโลกที่มีศักยภาพไม่ห่างจากเบอร์หนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกาที่ทำตัวเป็นผู้นำโลกมานาน แต่ด้วยความหลงตัวเองและเอาแต่กินบุญเก่า ภาพของสหรัฐฯจึงไม่เพียงจะหยุดนิ่งแต่อาจจะดูถดถอยจากความขัดแย้งในสังคมและจำนวนคนไร้บ้านนับล้านคน ในขณะที่จีนที่แม้อาจจะสะดุดและชะงักงันไปบ้างแต่ก็ยังมีจุดแข็งหลายด้านที่จะเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย–จีน กล่าวถึงภาพรวมจีนในรอบปี 2025 ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญกับความท้าทาย อาทิ ด้านอสังหาริมทรัพย์ยังไม่สามารถกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งเหมือนเดิม การส่งออกยังไม่แน่นอนเนื่องจากเจอมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯและพรรคพวกตะวันตก ดังนั้นในปีหน้ารัฐบาลจีนจึงยังต้องกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเมื่อมองด้านโครงสร้างด้านประชากร ค่านิยม และกระแสโลกแล้ว จีนมี 3 กลุ่มพลังทางเศรษฐกิจใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในปี 2026 กลุ่มแรก กลุ่มพลังผู้สูงอายุ(Silver Economy) ปัจจุบันมีคนจีนอายุเกิน 60 ปีอยู่ประมาณ 310 ล้านคน หรือประมาณ 22% ของจำนวนประชากรจีน 1,410 ล้านคน ถือว่าจีนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์มานานแล้ว ซึ่งหากเป็นสมัยก่อนถือว่าสังคมต้องแบกภาระในการดูแลคนกลุ่มนี้ แต่รัฐบาลจีนในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและต้องยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้สูงวัย มีผลให้คนสูงวัยจำนวนไม่น้อยที่มียังสุขภาพที่ดี สามารถดูแลตัวเอง สามารถทำงานสร้างรายได้ หรือเมื่อเกษียณแล้วก็ยังมีเงินบำนาญ กลายเป็นกลุ่มผู้มีพลังทางเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจ มีการประเมินมูลค่าตลาดของกลุ่มผู้สูงวัยในจีนสูงถึง 15 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 67 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 94.5 [&อ่านต่อ...
การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ถ้าไม่เกิดขึ้นขณะนี้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเป็นไปได้ไหม Yes ผมว่าอีกจะสักเท่าไหร่ผมไม่ทราบ แต่ผมเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีก จะด้วยเหตุผลได เดาอีกก็ถูกอีก เพราะความเป็นผู้นำของเขมร มันขาดมากว่า 60 ปี นานไหมครับ ผมว่านานมาก เขมรไม่มีผู้นำที่รักประชาชนของเขามากกว่ารักตัวเอง พูดแล้วก็เตรียมใจที่จะโดนโต้แย้ง แล้วประเทศไทยเราละมีผู้นำที่ใช้ได้ไหม ถ้าผมจะตอบคนเขมรก็คงจะพูดได้อย่างเดียวว่า ดีกว่ามึง(เขมร)ก็แล้วกัน กัมพูชา ผมเชื่อว่าเป็นที่รู้จักของชาวไทย มากกว่าชาวชาติอื่นทั้งหมด ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กแล้ว ว่าคบยาก ถ่ายทอดกันมา ว่าเขมรคบไม่ได้ ลาวกับพม่ายังไม่โดนประนามเท่านี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขมรถึงไม่กลมเกลียว สามัคคีสมัครสมานกับไทย ที่ต้องยอมรับว่าในละแวกนี้ ด้วยกัน เราควรจะเป็นประเทศที่น่ายกย่อง และเป็นประเทศที่เจริญกว่าไครในSEC ประเทศไทยเจริญพอที่จะเป็นพี่เบิ้มของ อ่านต่อ...
วันนี้ มีนิทานสั้นๆ เรื่องหนึ่งจะมาเล่าให้ฟัง ซึ่งแม้จะเป็นเพียงแค่นิทาน แต่ก็สามารถสอนใจคนได้เหมือนกัน ซึ่งนิทานเรื่องนี้ เป็นเรื่องของ สุนัข ตัวหนึ่ง ที่กำลังเริงร่าง เพราะได้เนื้อชิ้นโตมาชิ้นหนึ่ง ที่จะทำให้เจ้าสุนัขตัวนี้ อิ่มไปได้หลายมื้อเลยทีเดียว …..แต่ เรื่องก็ดั๊นนนน.. มีเหตุเกิดขึ้นเสียก่อน…เมื่อเจ้าสุนัขตัวนั้น กำลังเดินข้ามสะพาน อย่างลิงโลดใจ ทว่า ทันใดนั้น เมื่อถึงกลางสะพาน เจ้าตูบ ก็มองลงไปในน้ำ เห็นสุนัขอีกตัวหนึ่ง (ซึ่งก็คือ เงา ของตัวมันเอง) กำลังคาบเนื้อที่มีชิ้นใหญ่กว่า เจ้าหมาน้อย พลันนึกใจใจ …โอ้โห! เจ้าหมาข้างล่างนั่น มันได้เนื้อมาจากไหนกันนะ และแถมชิ้นก็ใหญ่กว่าเราเสียอีก…. ด้วยความคิดในใจ ที่มาพร้อมกับความละโมบ โลภมาก และอยากได้เนื้อก้อนโตชิ้นนั้น… ทำให้ เจ้าตูบ เผลอเห่า! ออกไป เพื่อให้เจ้าหมาตัวข้างล่างตกใจ และปล่อยเนื้อชิ้นนั้นทิ้งไว้ โดยที่เจ้าตูบลืมไปว่า ตัวเองคาบเนื้ออยู่ในปาก ทันใดนั้น เมื่อเจ้าตูบเห่า เนื้อที่มันคาบไว้ในปาก ก็พลันหลุด หล่นลงน้ำหายไป พร้อมกับ เนื้อก้อนโต ที่อยู่ข้างล่าง กลายเป็นคลื่นของน้ำที่แตกกระจาย […]อ่านต่อ...
จากเหตุการณ์ ที่กัมพูชา เปิดศึกรอบใหม่ กับประเทศไทย นี่อาจไม่ใช่แค่ การยั่วยุของฝั่งกัมพูชา เท่านั้น แต่นั่นคือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า กัมพูชา ไม่เคยรักษาคำพูด กับสิ่งที่ตัวเอง เคยให้ไว้กับประชาคมโลก …โดยเฉพาะ การรักษาคำมั่นสัญญาในข้อตกลง การหยุดยิง หรือแม้แต่ถ้อยแถลง เรื่องสันติภาพ ที่ทำร่วมกับไทย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย…. ถือเป็นการไร้สัจจะ อย่างไม่น่าให้อภัย มิหนำซ้ำ แม้กัมพูชา จะเป็นฝ่ายเปิดศึกด้วยการยิงถล่มอย่างหนัก เข้ามายังชายแดนฝั่งประเทศไทย แต่ก็ยังออกมาฟ้องชาวโลกแบบหน้าตาเฉย และน่าไม่อายว่า …ตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ… ก่อนที่จะการตั้งคำถามกลับไปยัง กัมพูชาว่า …นั่นใช่เรื่องจริง หรือ เฟลกนิวส์ กันแน่? ภาพของชาวบ้าน ตามแนวชายแดนฝั่งประเทศไทย ที่อพยพ ออกจากบ้าน มาอยู่ในศูนย์พักพิง ขณะที่ บางส่วน ยังคงต้องหลบอยู่ตามบังเกอร์ เป็นภาพ ที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ทำไมรัฐบาล หรือ กองทัพไทย ไม่เอาจริง เอาจัง เสียที แถมยังคงปล่อยให้ฝ่ายตรงข้าม ใช้กลยุทธ์เดิมๆ วิธีเก่าๆ […]อ่านต่อ...
ชื่อของ “มัจจุราชสีขาว”ปรากฏเป็นข่าวอีกครั้ง! ภายหลังจาก แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งผลชันสูตรศพ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” ผู้สื่อข่าวช่องดัง ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่บ้านพักย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เจอ “ไซยาไนด์” (cyanide) ในกระเพาะอาหาร และกระแสเลือด ในปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตได้ ทำให้ “คดีพลิก” จาก “ไหลตาย” อาจกลายเป็นเหตุ “ฆาตกรรมอำพราง” หรือ “อัตวินิบาตกรรม” ต่อการพบหลักฐานสำคัญของการเสียชีวิต จนนำไปสู่การอายัดศพไว้ก่อน เพื่อส่งตรวจหาร่องร่อยพยานหลักฐานอื่นๆอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งที่มีกำหนดพิธีฌาปนกิจศพ ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่วัดริมกก ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ปมดับมาจากสาเหตุใด? ชุดสืบสวนตำรวจนนทบุรี เริ่มแกะรอย “สืบจากศพ” ต่อจิ๊กซอว์ คลี่คลายเงื่อนงำแห่งคดี! สารพิษ “ไซยาไนด์” เคยตกเป็นข่าวสุดช็อกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2566 จากคดีเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง “สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์” […]อ่านต่อ...
มหาอุทกภัยที่ประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต้องเผชิญตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนความโหดร้ายของธรรมชาติที่เกินคาดการณ์ แต่ยังเป็นหลักฐานชัดเจนของความล้มเหลวด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การขาดความรู้ และความพร้อมอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับรัฐบาล ทำให้หาดใหญ่ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจของภาคใต้จมบาดาลในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประชาชนนับแสนคนต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่การสั่งการจากรัฐกลับล่าช้า แตกกระจาย และเต็มไปด้วยความสับสนอย่างยิ่งจนเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเกินกว่าจะประเมินได้ ตลอดหลายวันก่อนเกิดวิกฤติ กรมอุตุนิยมวิทยาทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลสภาพอากาศ โอกาสฝนตกหนัก ความเสี่ยงน้ำหลาก มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจริง แต่ความเคยชินของคนในพื้นที่คือจะคอยฟังและเชื่อการแจ้งเตือนของหน่วยในท้องถิ่นโดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนโดยตรง แต่จะเพราะการใช้ความรู้สึกส่วนตัวของผู้นำท้องถิ่นในการประเมินสถานการณ์น้ำต่ำเกินไป หรือเพราะความประมาทเลินเล่ออยากโชว์ผลงานในการบริหารจัดการน้ำของตนว่า “เอาอยู่” และคุยโม้ทางสื่อออนไลน์จนทำให้คนหาดใหญ่เข้าใจผิดว่าปีนี้น้ำไม่ท่วมแน่ เมื่อฝนตกหนักกว่าที่คิด เมื่อน้ำจากภูเขาไหลลงเร็วและแรงเกินกว่าที่คาด การขนของหนีน้ำที่มาอย่างฉับพลันหรือแม้แต่คิดอพยพครอบครัวออกจากบ้านก็กลายเป็นสายเกินการณ์ หนึ่งในเสียงสะท้อนข้อเท็จจริงจากคนในท้องถิ่นคือ ผศ.นพ.คณิน คะนึงวนิชกุล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก […]อ่านต่อ...
หนึ่งใน “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ที่กำลังเป็นที่กล่าวขายกันในเวลานี้ ก็คือเรื่องของ คุก ที่ไม่ใช่ คุก แต่กลายเป็น สวรรค์บนดิน ของนักโทษกลุ่มหนึ่ง นักโทษกลุ่มที่ว่านี้ ก็คือ นักโทษจีนเทา ที่ไม่ใช่แค่ ได้อภิสิทธิ์ในเรือนจำของไทย ได้กินอยู่ อย่างหรูหรา แถม ยังมีนางแบบสาว เข้ามาปรนเปรอ บำรุง บำเรอ ความสุข ให้กับนักโทษอย่าง อิ่มหนำสำราญ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่ “แฉ” ให้เห็นถึง ความผิดเพี้ยน ของระบอบความยุติธรรมของไทย เท่านั้น …แต่ยังเป็นการตอกย้ำ อย่างชัดเจนว่า “เงิน” สามารถบันดาล ความสุข ให้กับทุกคน ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม แม้แต่ใน “เรือนจำ” อันเป็นที่กักขังนักโทษ ที่ต้องอาญาแผ่นดิน ในอดีต เรามักจะได้ยินคำเปรียบเปรยว่า …คุกมีไว้ขังคนจน… นั่น เท่ากับว่า ไม่ว่า คนรวยจะทำผิดมากมาย ขนาดไหน […]อ่านต่อ...
มองภาพการค้าการลงทุนระหว่างไทย–จีน ในปี2568 ตั้งแต่มกราคม–พฤศจิกายน ถือว่ายังเติบโตมาโดยตลอด เฉพาะในด้านการค้าทั้งนำเข้าและส่งออกสินค้าก็ยังคงขยายตัวมีมูลค่าการค้ารวมเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมา 12 ปี จีนในวันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆเยอะมากจากที่ได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานในหลากหลายเมืองและมณฑล ต้องยอมรับว่าเขาพัฒนาไปไกลมากโดยเฉพาะด้านการผลิต เราต้องศึกษาจากจีนอีกมาก อาทิ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเมื่อสิบปีก่อนอาจต้องนำเข้าชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันกล่าวได้ว่า 99% จีนผลิตเองหมด ซัพพลายเชนเขาดีมากพึ่งพาตนเองได้ สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปชมโรงงานบริษัทล่านเฉาที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง บริษัทนี้คนไทยอาจไม่รู้จักแต่ที่จีนถือเป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของจีน มีเทคโนโลยีด้านเซิร์ฟเวอร์ บิ๊กดาต้า คลาวด์ เซอร์วิส เป็นผู้ให้บริการจัดเก็บฐานข้อมูล หน่วยงานต่างๆของรัฐบาลจีน เพื่อใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ ใช้งานทุกด้านทุกระดับ ช่วยให้รัฐบาลจีนสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทนี้มีความสนใจอยากมาลงทุนในไทย อีกตัวอย่างคือโรงงานผลิตรถยนต์และรถบรรทุก อีชี่ ค่ายเดียวกับที่ผลิตรถยนต์หงฉี AUDI และ […]อ่านต่อ...
ช่วงนี้ ดูเหมือนว่า ท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องทำงานอย่างหนักหน่วง ไม่ใช่น้อย ตั้งแต่ ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด ไปจนถึง ปัญหาชายแดนไทย และกัมพูชา รวมถึง การแก้ปัญหา สแกมเมอร์ หรือ จีนเทา ที่มาซุกซ่อนตัวอยู่ในเมืองไทย …ไม่เพียงแค่นั้น ยังต้องถูกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ พรรคที่สนับสนุนให้คุณอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี โจมตี การทำงาน โดยเฉพาะ ประเด็นคำพูด ของท่านนายกฯ ต่อประเด็นที่นักวิชาการบางคน ออกมาโต้แย้งว่า เป็นการท้าทายสหรัฐ ในเรื่องภาษีศุลกากร อยากบอกไปถึง บรรดา ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น และโจมตี ท่านนายกฯ อยู่ในเวลานี้ … ไม่อยากให้ ใช้ช่วงเวลาที่ประเทศ กำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน อย่างตอนนี้ มาใช้เรียกคะแนนเสียงให้กับตัวเอง … หรือแม้แต่ การออกมาแสดงความเห็นที่ตรงกันข้าม เพื่อให้คนมองว่า ตัวเอง เป็นคนที่มีความคิดที่ถูกต้อง และควรได้รับการยอมรับมากกว่า สิ่งเหล่านี้ ถือเป็น การกระทำของคนที่ฉวยโอกาส และ […]อ่านต่อ...
