ตำรวจภูธรภาค ๑ แถลงข่าว การจับกุมยาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด “นักบิน หนองแค” ของกลาง ยาไอซ์ ๒๘๔ กิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๙๐ ล้านบาท นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ “ปัญหายาเสพติด” เป็นวาระเร่งด่วนและภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง การสกัดกั้นยาเสพติดและการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายใต้แนวคิด “ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตำรวจภูธรภาค ๑ โดย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.ด, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.ด, พล.ต.ต อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง […]
บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด เจ้าของและผู้ผลิต ยาสีฟันสมุนไพร เทพไทย นำโดย นายกร สุริยพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ขึ้นรับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ รางวัลธุรกิจเพื่อสังคมแห่งปี ในงาน THAILAND TOP อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและประโยชน์ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบาย ให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าและส่งออก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ โดยสุจริต ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสินค้านำเข้า และส่งออกทางเรือ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันมิให้เข้าสู่ตลาดภายในประเทศ นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งสำแดงสินค้าจำนวน 6 รายการ ต้นทางจากประเทศจีน ณ ท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดง เป็น รองเท้า จำนวน 4,515 คู่ และกระเป๋า จำนวน 350 […]อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันและปราบปรามการหลีกเลี่ยงพิธีการศุลกากร ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายนิติ วิทยาเต็ม รองอธิบดี นางสาวประอรรัตน์ รัตนพรสมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 และนายยอดพล วิชญกุล นายด่านศุลกากรแม่สอด ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ลาดตระเวนแนวริมแม่น้ำเมย ในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรวจพบโทรศัพท์มือถือสภาพเก่าใช้แล้ว ยี่ห้อ APPLE จำนวน 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7,000,000 บาท ลักลอบส่งออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ปรากฏผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ และไม่พบหลักฐานการซื้อขายหรือ การผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและสืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร […]อ่านต่อ...
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายจังหวัดมีประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน สูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ เครื่องจักรและสถานประกอบการ อีกทั้งยังส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากสูญเสียพื้นที่ทำกิน ร้านค้าต้องหยุดกิจการ หรือไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ ส่งผลให้รายได้ลดลงหรือขาดหายไป ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและภาระหนี้สินยังคงอยู่ กระทรวงการคลังจึงร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับประชาชนและผู้ประกอบการเป็นศูนย์กลาง มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งด้านการดำรงชีวิต รายได้ ภาระหนี้สิน และการประกอบอาชีพ ควบคู่กับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย ลดภาระหนี้เดิมผ่านมาตรการพักชำระหนี้ในช่วงที่รายได้ขาดหาย และจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูเครื่องมือประกอบอาชีพ และเสริมสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ออกมาตรการทางภาษีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้ 1. มาตรการด้านการเงิน 1.1. มาตรการบรรเทาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมาตรการบรรเทาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ประกอบด้วยมาตรการต่าง ๆ ตามกลุ่มผู้เสียหายและความต้องการของแต่ละกลุ่ม ดังนี้ 1. ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถหารายได้แต่ยังคงมีภาระหนี้อยู่กับสถาบันการเงิน […]อ่านต่อ...
‘ธนากร ศิริวัฒนาเลิศ’ ประธานกรรมการ TAS ได้รับคัดเลือก ขึ้นแท่น ‘บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026’ จาก มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) กรุงเทพฯ 19 ตุลาคม 2569 – “ธนากร ศิริวัฒนาเลิศ” ประธานกรรมการ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TAS) ได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) เป็น “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2026” ภาคธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ตอกย้ำจุดยืน อ่านต่อ...
คิงส์แพ็คฯ ผู้ผลิตแบรนด์ Hero ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูวิสัยทัศน์ระดับสากล สู่ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรไทย คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ “Hero” และผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของไทย ตอกย้ำความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50 ปี เดินหน้าจากผู้ผลิตเพื่อการส่งออก สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย พร้อมต่อยอดความสำเร็จในตลาดระดับ อ่านต่อ...
“เอนี่เพย์” รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110อ่านต่อ...
เส้นทางการเมืองของ “ณพล บริบูรณ์” หรือ “สัมภาษณ์ บริบูรณ์” ผ่านทั้งโอกาส ความท้าทาย และความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง แต่ประสบการณ์จากการเมืองท้องถิ่นและงานสื่อมวลชนยังเป็นต้นทุนสำคัญที่พาเขาเดินหน้าทำงานทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ณพลเริ่มสั่งสมประสบการณ์จากการร่วมงานกับนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี โดยเป็นหนึ่งในผู้ช่วยขับเคลื่อนงานการเมืองในพื้นที่ ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เขาได้เรียนรู้การทำงานภาคสนาม การเข้าถึงประชาชน และการแข่งขันทางการเมืองของจังหวัดชลบุรี ต่อมา ณพลเข้าทำงานในหน่วยงานการไฟฟ้าที่จังหวัดชลบุรีอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจลาออกเพื่อเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี ในช่วงที่นายวัฒนา ตั้งประกอบ หรือ “กำนันน้อง” ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านสวนหนึ่งสมัย ควบคู่กับงานการเมือง ณพลยังทำงานด้านสื่อมวลชน ทั้งผู้สื่อข่าวช่อง 7 สี และผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำจังหวัดชลบุรี รวมถึงเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “ชลนิวส์” ตลอดจนก่อตั้งสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก และทำหน้าที่นายกสมาคมฯ ประสบการณ์จากสองบทบาททำให้เขามีโอกาสพบปะผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมือง พร้อมสั่งสมทักษะการสื่อสารและการประสานงาน ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงานเบื้องหลังทางการเมือง ในปี 2566 ณพลตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 2 ในนามพรรคเสรีรวมไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนลงสนามอีกครั้งในปี 2569 ในนามพรรคไทยชนะ […]อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดต่างประเทศที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบังคับ ใช้กฎหมายและปกป้องสังคม ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรและนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 จึงให้เข้มงวดในการตรวจพัสดุภัณฑ์ที่มีเหตุสงสัยว่าเป็นของที่มีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 8.00 น. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสกัดรถพ่วงขนส่งสินค้า บริเวณจุดตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบลำเลียงสินค้าที่มิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ผลการตรวจค้นพบของกลาง 9 รายการ ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 9,650 ซอง (มูลค่าและค่าภาษีอากรประมาณ 2,180,900 บาท) บุหรี่ไฟฟ้า […]อ่านต่อ...
