10 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ห้องบอลรูม 2 โรงแรมบุรีศรีภู จังหวัดสงขลา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมสัญจรด้านการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา โดยมี นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีและโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รวมถึงผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รับฟังเสียงผู้ประกอบการ กำหนดทิศทางท่องเที่ยวสงขลา การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยตรง พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเน้นย้ำว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวจะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง ชูตลาดมาเลเซีย พร้อมขยายฐานนักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือการวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ ตลาดมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของจังหวัดสงขลา […]
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมสื่อสัญจร ภายใต้โครงการบริหารจัดการข้อมูลและการสร้างความตระหนักให้กลุ่มเป้าหมายในการกำกับดูแล ส่งเสริม และยกระดับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมเครือซิเมนต์ไทยท่าหลวง และพื้นที่เหมืองของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด จังหวัดสระบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้แทนผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้รับฟังข้อมูล พร้อมลงพื้นที่รับฟังการดำเนินงานจริงของเหมือง และเยี่ยมชมตัวอย่างการฟื้นฟูพื้นที่ โดยกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ กพร. ในการผลักดันให้การประกอบกิจการเหมืองแร่ดำเนินไปภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบ เงื่อนไขการอนุญาต และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการจัดการเหมืองที่ดี ลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานอย่างยั่งยืน กิจกรรมได้รับเกียรติจาก คุณเกียรติเกษม ณ นคร ผู้จัดการส่วนเหมือง ผู้แทนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ซึ่งได้กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม จากนั้น คุณสลิลา ยรรยงสวัสดิ์ เลขานุการกรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้กล่าวเปิดกิจกรรมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของ กพร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล ส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในบริบทปัจจุบันว่า […]อ่านต่อ...
9 กรกฎาคม 2569 สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร” นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลจากสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์กว่า 30 คน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมถ่ายทอดศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดสู่สาธารณชนอย่างรอบด้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา และ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิตชุมชน และแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดสงขลา เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่เสน่ห์ของพื้นที่ผ่านมุมมองของสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง ขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้สู่ชุมชน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับ การท่องเที่ยวคุณภาพ (Quality Tourism) ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชน การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการนำเสนอเรื่องราวของแต่ละพื้นที่ผ่านสื่อมวลชน จะช่วยสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สื่อมวลชน…สะพานเชื่อมเสน่ห์ท้องถิ่นสู่สายตาโลก นอกจากการเผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแล้ว กิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร” ยังสะท้อนบทบาทของสื่อมวลชนในฐานะผู้เชื่อมโยงเรื่องราวของท้องถิ่นสู่สังคมวงกว้าง ผ่านการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร [&อ่านต่อ...
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุระทึกขวัญสั่นประสาทชาวฝั่งธนบุรีขึ้นในช่วงค่ำที่ผ่านมา หลังพบการทรุดตัวของชั้นดินบริเวณโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 4 บริเวณถนนประชาธิปก ใกล้แยกวงเวียนใหญ่ ส่งผลให้พื้นผิวจราจรเกิดรอยร้าวและทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้ากู้สถานการณ์และสั่งอพยพประชาชนเป็นการด่วน “ชัชชาติ” รุดคุมงานสั่งอพยพ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุดของโครงการก่อสร้าง จึงกลายเป็นจุดรับน้ำที่ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า ส่งผลให้ดินรอบนอกเกิดการทรุดตัวและสไลด์เข้าไปในอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. จึงได้งัดมาตรการเฉียบขาด สั่งการให้ อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารพาณิชย์ 3 อาคาร รวมกว่า 60 คน ในรัศมี 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ให้ออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัย โดยให้ย้ายไปพักอาศัยในสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว เช่น โรงแรม เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยระบุชัดเจนว่า บริษัทผู้รับจ้างของ รฟม. […]อ่านต่อ...
กรมศุลกากร ขานรับนโยบายรัฐบาลเชิงรุก สั่งเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นยาเสพติดทุกช่องทาง ทั่วประเทศ ล่าสุดกองสืบสวนและปราบปรามรวบหนุ่มแอฟริกาใต้คาสนามบิน หวังใช้ไทยเป็นทางผ่าน ซุกเฮโรอีน 17.5 กิโลกรัม ไปมาดากัสการ์ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายสำคัญในการผลักดันให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติพร้อมเน้นย้ำมาตรการขั้นเด็ดขาดในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นประเทศทางผ่านของขบวนการลักลอบ ขนยาเสพติดข้ามชาติ กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระอย่างละเอียดในทุกช่องทาง ทั้งท่าอากาศยาน ด่านชายแดน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction อ่านต่อ...
โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ สชป.14 ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่ตามคำร้องขอจากองค์การบริหารส่วนตำบลบึงนครขอสนับสนุนการก่อสร้างฝายทดน้ำ นายเอกรินทร์ ตันมา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายภาสกร สุขสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลบึงนคร, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านเนินพะยอม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านวังสาหร่าย ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่ตามคำร้องขอจากองค์การบริหารส่วนตำบลบึงนคร ขอสนับสนุนการก่อสร้างฝาย จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นหลังโรงเรียนบ้านเนินพยอม 2.โครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นหลังสำนักสงฆ์ห้วยทรายแก้ว เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ณ บริเวณหมู่ 2 บ้านเนินพะยอม และหมู่ 7 บ้านวังสาหร่าย ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อ่านต่อ...
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 ต้อนรับอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษาศักยภาพการเพิ่มปริมาณน้ำฝนด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่ต่ำในประเทศไทย (ระยะที่ 2) นายสุรชัย หลักทองคำ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับนายอุดร พรมปา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และคณะ ในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษาศักยภาพการเพิ่มปริมาณน้ำฝนด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่ต่ำในประเทศไทย (ระยะที่ 2) เขื่อนปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในการนี้หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำได้รายงานสถานการณ์น้ำเขื่อนปราณบุรี ในปี 2569 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ณ ปัจจุบันเพียง 9.37 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าปกติเมื่อเทียบกับปี 2567-2568 และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 14 % ประกอบกับสถานการณ์เอลนีโญในช่วงเดือนกรกฎาคมปีนี้ ที่อาจส่งผลกระทบให้มีฝนตกน้อย และปริมาณฝนอาจไม่เพียงพอสำหรับฤดูแล้งถัดไป โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรีจึงขอรับการสนับสนุนจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนปราณบุรี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและทุกกิจกรรมการใช้น้ำในพื้นที่ดูแล ต่อจากนั้นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติการฝนหลวงให้นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและคาดการณ์โอกาสที่จะเกิดฝน และประสานข้อมูลกับทางกรมชลประทาน เพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อการใช้การดังกล่าวต่อไป ณ ห้องประชุมบ้านพักรับรองเขื่อนปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์อ่านต่อ...
วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ตนในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภค กรณีผู้รับเหมาที่รู้จักกันในชื่อ “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” รับเงินค่าสร้างบ้านแล้วทิ้งงาน ซึ่งผู้เสียหายเคยร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแสเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การดำเนินการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็ว โดยนางสาวศุภมาสได้สั่งการให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและศูนย์ดำรงธรรม เพื่อติดตามผู้เสียหายทุกรายให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ ซึ่งในกรณีนี้ สคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภค รวม 25 ราย โดยพฤติกรรมผู้รับจ้าง มีการโฆษณารับสร้างบ้านผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อรับเงินค่าจ้างแล้ว ทำการก่อสร้างเพียงบางส่วนแล้วทิ้งงาน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมพิจารณาช่วยเหลือเบื้องต้น 2 […]อ่านต่อ...
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เชิญชวนประชาชน ภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และผู้ใช้งานเว็บไซต์ทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ www.pdpc.อ่านต่อ...
เชือด 2 อธิบดี! ล้างบาง ‘ศัลยกรรมคะแนน’ โกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ป.ป.ช. ฟัน 6 พันชื่อ-ลุ้นล้างไพ่ยกแผง กลายเป็นมหากาพย์ทุจริตที่เขย่าอาคารคลองหลอดจนสั่นคลอน เมื่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ยกระดับคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ขึ้นเป็น “คดีพิเศษ” หลังหลักฐานมัดแน่นว่ามีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ โยงใยตั้งแต่ระดับบิ๊กข้าราชการยันนายหน้าหน้าเลือด สะพัดเม็ดเงินนอกระบบสูงถึง 4,500 ล้านบาท ความฉาวโฉ่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขความเสียหายที่น่าตกใจ แต่พยานหลักฐานยังลากไส้ไปถึงผู้บริหารระดับสูง โดยปรากฏชื่อ 2 อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คือ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ และ นายธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล เข้าไปพัวพันในสำนวนการไต่สวน นอกจากนี้ยังมีชื่อของ นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ภรรยาของกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวต้องขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีเพื่อความโปร่งใส ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขยายผลจากฐานปฏิบัติการลับใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ถูกใช้เป็นโรงงาน “ศัลยกรรมคะแนน” โดยเจ้าหน้าที่บุกรวบข้าราชการและพวกกว่า 10 คน ขณะกำลังใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์แก้ไฟล์ภาพสแกนกระดาษคำตอบให้ลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินวิ่งเต้น นี่ไม่ใช่เพียงการโกงข้อสอบธรรมดา […]อ่านต่อ...
