โบลท์จัดกิจกรรม “Booster Week” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ กรุงเทพฯ 6 มกราคม 2568 – โบลท์ (Bolt) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำระดับโลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมบริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ในประเทศไทย ให้สอดคล้องกับกฎหมายรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกรอบร่างกฎหมายของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ซึ่งกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและจดทะเบียนรถให้เป็นรถรับจ้างสาธารณะ โดยแบ่งเป็นประเภท รย.17 สำหรับรถจักรยานยนต์ และ รย.18 สำหรับรถยนต์ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จากผลการสำรวจโดย Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำระดับโลก พบว่าอุตสาหกรรมบริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 9.38% และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ขับขี่และครอบครัว รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง การท่องเที่ยว และการค้าปลีก ซึ่งส่งผลเชิงบวกทั้งในเขตเมืองและพื้นที่ชนบท อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและกระบวนการจดทะเบียนภายใต้กรอบกฎหมายในปัจจุบันยังเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรม Ride-Hailing และผู้ขับขี่จำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและการจดทะเบียนรถในปัจจุบันมีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเหล่าผู้ขับขี่ที่พึ่งพารายได้หลักจากอาชีพนี้ ถือเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากภาครัฐและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถอย่างโบลท์ โบลท์เชื่อมั่นว่า หากภาคอุตสาหกรรมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความเป็นธรรมและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน […]
วันที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นประธานจัดกิจกรรม “รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2568 ณ บริเวณหาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ จากทุกภาคส่วน นักดำน้ำจิตอาสา ประชาชน และนักเรียน กว่า 500 คน ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ การจัดกิจกรรม “รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และทรงห่วงใยปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรใต้ทะเล […]อ่านต่อ...
(7 ม.ค.68) ที่ห้องประชุมศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอาวุโสรักษาการแทนนายอำเภอบางละมุงเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางละมุง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 เพื่อมอบนโยบายและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งเกี่ยวกับงานฉลองวันเด็กแห่งชาติอำเภอบางละมุง ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 10.00 น. ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมและพิธีเปิดพร้อมแจ้งข้อสั่งการจากจังหวัดชลบุรี เกี่ยวกับประกาศเจตนารมณ์ “สุจริต โปร่งใส จังหวัดชลบุรี ใสสะอาด 2568” และ “งดรับ งดให้” ของขวัญ ของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ใจความว่า จังหวัดชลบุรีจะเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญ ของกำนัล และไม่เรียกรับผลประโยชน์ทุกชนิด ทั้งในขณะ ก่อน และหลังจากการปฏิบัติหน้าที่ และให้ทุกคนยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ […]อ่านต่อ...
น.ส.มรกต กุลดิลก นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยทิศทางการท่องเที่ยวในปี 2568 ว่า สำหรับการท่องเที่ยวในไตรมาสแรกของปี2568 อยากให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ไม่อยากให้เน้นเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียว โดยในช่วงต้นปีจะมีนักท่องเที่ยวยุโรปที่หนีนหาวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงโลซีซั่น หรือ กรีนซีซั่น อยากจะให้ทุกภาคส่วนเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดคนไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นในเมืองพัทยาให้มากขึ้น เชื่อว่าในปี 2568 การท่องเที่ยวในเมืองพัทยาจะดีขึ้นอย่างตอ่เนื่อง ด้วยมีการปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นกลุ่มครอบครัวมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยวในเชิงครอบครัว หรือกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับเด็ก คู่รักมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พัทยามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นร รวมถึงการกระตุ่นเศรษฐกิจที่เน้นไปยังกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดดังกล่าวเดินทางเข้ามาได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการก็เห็นผลมากขึ้นทั้งเรื่องถนน ระบบสาธารณูปโภคในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องฝตลอดทั้งปี ทำให้เมืองพัทยามีคยามพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในทุกเพศทุกวัย ทุกลุ่มตลาดอย่างมีคุณภาพ โดยในส่วนภาคการท่องเที่ยวนั้นในปี 2568 จะมีการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบีย นักท่องเที่ยวโอมาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการจับจ่าย โดยภาคท่องเที่ยวและภาครับจะต้องมีการเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดดังกล่าว ทั้งเรื่องของอาหารที่ควรเป็นอาหารฮาลาลมากขึ้น เพิ่มนาแรงท่องเที่ยวต่าง ๆเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการตัดสิ้นใจเดินทางมาท่องเที่ยวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวอาหรับให้เดินทางมมาท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการการจอยเทรดกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียในเมืองพัทยา ถือเป็นการกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเมืองพัทยาเพิ่มมากขึ้น น.ส.มรกต เปิดเผยต่ออีกว่า ส่วนการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาระยองอ่านต่อ...
การฝึกเสริมสร้างขีดความสามารถสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลักสูตรเสริมสร้างผู้นำ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคสนาม รุ่นที่ 1 ประจำปี 2568 สำเร็จลงแล้วในวันนี้ โดยใช้เวลาในการฝึก 1 สัปดาห์ด้วยกัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกมีความรู้ ความเข้าใจในการวางแผน การจัดเตรียมข้อมูล การเคราะห์และการเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ในกิจเฉพาะด้านการข่าว ด้านกิจการพลเรือน ด้านปฏิบัติการจิตวิทยา ด้านการประชาสัมพัมพันธ์ และด้านยุทธวิธี ซึ่งในวันนี้ (6 มกราคม 2568) เวลา 10.45 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกเสริมสร้างขีดความสามารถสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หอประชุม 1 ศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่นท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมี คณะผู้บังคับชา ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 […]อ่านต่อ...
กษ. สั่งทำแผนแก้หนี้ คปร.- ผกก.ให้แล้วเสร็จใน 2 ปี หลังค้างนานกว่า 30 ปี เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ 4 หน่วยงานในสังกัด เร่งสำรวจข้อมูลเพื่อทำแผนแก้ปัญหาหนี้ของเกษตรกรเกี่ยวกับระบบการผลิต และการฟื้นฟูเกษตร ที่ค้างนานกว่า 30 ปี ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวถึงผลการประชุมติดตามโครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร (คปร.) และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร (ผกก.) ที่มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า การประชุมดังกล่าว มีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังและผู้แทน ธ.ก.ส. เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ คปร. และ ผกก. ที่ค้างมานานตั้งแต่เริ่มทำโครงการปี 2534-2539 ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิก กฟก.ที่ขึ้นทะเบียนหนี้ และระบุประเภทหนี้เป็นหนี้โครงการส่งเสริมของรัฐอยู่จำนวน 20,353 [&อ่านต่อ...
เลขาธิการ กฟก.พร้อมนำทัพ แก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้กับ กฟก.กว่า 5 แสนราย รวม 906,009 สัญญา ตามนโยบายประธานบอร์ด กฟก. ที่ต้องการให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็ว ชี้ที่ผ่านมาช่วยรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้เกือบ 2 แสนไร่ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวถึงภารกิจการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิก ที่จะดำเนินการในปี 2568 ว่า ภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 จำนวน 1,779,968,000 บาท ถูกจัดสรรเพื่อใช้จัดการหนี้ให้เกษตรกร จำนวน 670,600,000 บาท ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิก กฟก.จำนวน 6,885,291 ราย ขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 522,973 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 7.60 ของสมาชิกทั้งหมด รวม 906,009 สัญญา จำนวนเงิน 137,203,162,888 บาท โดยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามนโยบายของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ต้องการให้ปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรคลี่คลายไปในทางที่ดี […]อ่านต่อ...
กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.หรือ ดีพร้อม ) เชิญเข้าร่วม”โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน(DIMARC:ดีมาก) กับหลักสูตร “DIMARC 5 อ่านต่อ...
สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ชี้เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นรับปี 2568 ทั้งค่าแรงงานอัตราใหม่ วัตถุดิบอาหารสัตว์ปัจจัยปัองกันโรค ตลอดจนไข้หวัดนกระบาดในภูมิภาคเอเซียและประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ไทยต้องป้องกันเข้มแข็งไม่ให้สัตว์ติดโรค สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้คนไทย นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ในปี 2568 มีปัจจัยหลายด้านที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและผู้เลี้ยงไข่ไก่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน อีกทั้งราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องปัจจุบันเฉลี่ยที่ 11.20 บาทต่อกิโลกรัม จาก 10.30 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในปีหน้าโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้ โรคระบาดไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายกับสัตว์ปีกในวงกว้างทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์ปีกอื่นๆ หากยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ จะส่งผลให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังการปรับสวัสดิการเพื่อดูแลคนงานที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม ทั้งการจัดที่พัก ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสวัสดิการอื่นๆ เพื่อตอบแทนการทำงานที่ต้องป้องกันโรคระบาดในระดับสูง ทำให้ต้นทุนค่าแรงของคนทำงานฟาร์มสูงกว่าค่าแรงทั่วไป “ในปี 2568 ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหลายด้าน ทั้งการปรับค่าแรง วัตถุดิบอาหารสัตว์ โรคระบาดไข้หวัดนกทั้งในภูมิภาคเอเซียและภูมิภาคอื่นส่งผลให้แม่ไก่ไข่ต้องตายนับล้านๆ ตัว ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้นทั้งหมด เกษตรกรหลายรายอาจไม่สามารถปรับตัวรับกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้” นายมงคลกล่าว ทั้งนี้ ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากฟองละ 4 […]อ่านต่อ...
ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เร่งกู้ภาพลักษณ์ความปลอดภัยการท่องเที่ยวเกาะพะงัน สั่งเอาผิด กับคนขับเรือฝ่าฝืนประกาศ และมาตรการความปลอดภัย ทำนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เสียชีวิต ทั้งยังสั่งเพิกถอนใบอนุญาตชายคลั่งใช้อาวุธปืนยิงขู่นักท่องเที่ยว พร้อมดำเนินคดีข้อหาหนัก นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุเรือโดยสารล่มในทะเลห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 เมตร มีชาวไทยและชาวต่างชาติประสบภัย ซึ่งผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะพะงัน ได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและคนขับเรือกับลูกเรือขึ้นมาได้ รวม 12 คน มีผู้สูญหาย 1 คน คือ นาย จิน ยุน (Jin Yoon) อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังค้นหา ก่อนจะค้นหาจนพบร่าง ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ลอยอยู่ในทะลห่างจากชายฝั่งหาดริ้นประมาณ 3 กิโลเมตร และได้นำศพไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนส่งให้ญาติต่อไป ภายหลังจากพบศพและพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันว่าเป็นผู้สูญหายรายดังกล่าว พันตำรวจเอกปัญญา [&อ่านต่อ...
