ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายในงาน มหกรรม“บ้านและคอนโด ครั้งที่ 50” โดยกล่าวถึงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตพลังงาน สงคราม และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ภาครัฐบาลได้มุ่งใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน “อสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการดำรงชีวิต และมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง เพราะการก่อสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมหนึ่งแห่งช่วยกระจายรายได้ไปยังหลายภาคส่วน ตั้งแต่แรงงานก่อสร้าง ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายใน ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างการจ้างงานและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน”นายเอกนิติ กล่าว สำหรับแนวทางกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ รัฐบาลใช้มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงค่าจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งให้มาตรการมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมประสานการผ่อนคลายหลักเกณฑ์สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงสินเชื่อและสนับสนุนกำลังซื้อในตลาด ซึ่งผลจากมาตรการดังกล่าวสะท้อนผ่านยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโต 17% ในช่วงครึ่งปี ขณะที่สินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์พลิกกลับมาเติบโต 12% ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของตลาดและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องยังขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของประชาชน ความสามารถในการชำระหนี้ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการรักษาวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ โดยต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว 10 ปีของรัฐบาลไทยอยู่ที่ประมาณ 2.5% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดการเงินต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการบริหารการคลังของประเทศ รัฐบาลจึงต้องเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางการคลัง เพื่อไม่ให้การสร้างการเติบโตในระยะสั้นส่งผลกระทบต่อความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ การเชื่อมโยงภาคอสังหาริมทรัพย์เข้ากับเศรษฐกิจสีเขียวถือเป็นอีกทิศทางสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศ […]
“ดีพร้อม” ปลื้มการขับเคลื่อน BCG เชิงรุก ปี ดึงผู้ประกอบการร่วมได้กว่า 4.5 พันราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 แสนตัน พร้อมต่อยอดการเปลี่ยนผ่านด้วย BCG อ่านต่อ...
เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสร้างความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมองให้กับประชาชน กำแพงเพชร : องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล (อบต.คลองน้ำไหล) ได้เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เดิน-วิ่ง ป้องกันอัมพาต” ซึ่งจัดขึ้น ณ อ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน และรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายศราวุธ ท้งดิน นายอำเภอคลองลาน เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ขณะที่ในส่วนของ อบต.คลองน้ำไหล นำโดย นายรชต ธิยานันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ อ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา สำหรับเป้าหมายสำคัญของกิจกรรมนี้ ทางผู้จัดงานมุ่งเน้นไปที่การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นถึงภัยเงียบของโรคหลอดเลือดสมอง ควบคู่ไปกับการกระตุ้นและส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ด้านบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดีจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชน ประชาชนทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่เดินทางมารวมตัวร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งกันอย่างหนาแน่น ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามและอากาศอันสดชื่นยามเช้าของบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว /อ่านต่อ...
มหากุศลแห่งศรัทธา สืบสานพระพุทธศาสนา รวมพลังน้ำใจชาวสื่อมวลชนไทย สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เมตตาประทาน ผ้าไตรจำนวน 3 ไตร แก่ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ในพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2569 โดย สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (85 ปี สนท.) ร่วมกับ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (61 ปี สภท.) กำหนดจัดพิธีทอดกฐินสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.09 น. ณ วัดอรัญญิกวราราม ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เพื่อระดมปัจจัยสมทบทุนก่อสร้าง ซุ้มประตูวัดอรัญญิกวราราม ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ให้สำเร็จสมบูรณ์ เป็นศาสนสมบัติและประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนและประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ อาจารย์วันชัย สุพรรณ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ […]อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบาย ให้กรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสิ่งของที่ผิดกฎหมาย ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 พนักงานศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากร อรัญประเทศ ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 3 ส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพาว่าขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณป่าทึบริมถนนศรีเพ็ญ ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ห่างจากพรมแดนไทย – กัมพูชา ประมาณ 800 เมตร ได้ตรวจพบบุคคลไม่ทราบสัญชาติประมาณ 5–10 คน กำลังขนย้ายสิ่งของขึ้นยานพาหนะ ในลักษณะเป็นการลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ทหาร […]อ่านต่อ...
กทท. รุกแก้จราจรแหลมฉบัง เริ่มเห็นผลชัด! เปิดใช้พื้นที่ 127 ไร่ เพิ่มประสิทธิภาพระบายรถบรรทุก ลดเวลารอหน้าท่า บูรณาการรัฐ–เอกชน เปิดพื้นที่พักรถ ส่งข้อมูลขนส่งล่วงหน้า เสริมมาตรการจัดการจราจรเชิงรุก เผยสถิติท่า B5,C3 แนวโน้มเวลารอคอยลดลง นายวีรชาติ พุทธรักษา รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า “ท่าเรือแหลมฉบังเดินหน้าแก้ไขปัญหาการจราจรภายในท่าเรืออย่างจริงจัง โดยปรับรูปแบบการบริหารจัดการจราจรให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่การวางแผนรองรับปริมาณรถบรรทุก การจัดสรรพื้นที่พักรถและพื้นที่ปฏิบัติงาน ไปจนถึงการประสานข้อมูลกับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการรถบรรทุกได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน” ทั้งนี้ ปัญหาการจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบังมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งปริมาณรถบรรทุกที่เข้ามาใช้บริการในช่วงเวลาเดียวกัน กำหนดการเข้าเทียบท่าของเรือสินค้า และกระบวนการรับส่งตู้สินค้าของแต่ละท่าเทียบเรือ โดยเฉพาะในช่วงที่มีปริมาณการขนส่งหนาแน่น กทท. จึงร่วมกับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้ประกอบการขนส่ง ปรับแนวทางการบริหารจัดการร่วมกันทั้งระบบ โดยมุ่งเน้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการพื้นที่ การบริหารข้อมูลล่วงหน้า และการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้พื้นที่และการจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมเพิ่มความสามารถในการรองรับรถบรรทุกในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้บริการสูง นายวีรชาติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรการสำคัญ การได้เปิดใช้พื้นที่สนับสนุนการจัดการจราจร รวม 127 ไร่ ประกอบด้วย ลานอเนกประสงค์ชั่วคราว 70 ไร่ [&อ่านต่อ...
กำแพงเพชร : นักเรียนจากโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่สถานศึกษาและจังหวัดกำแพงเพชร ผ่านความสำเร็จอันโดดเด่นทั้งในด้านการแข่งขันกีฬาและดนตรีระดับประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ • ความสำเร็จด้านกีฬา (วอลเลย์บอล): ทีมวอลเลย์บอลชายและหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน) มาครองได้สำเร็จ จากการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 41 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “ตากสินเกมส์” • ความสำเร็จด้านดนตรี (วงโยธวาทิต): ทีมตัวแทนนักเรียนด้านดนตรีได้เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและคว้ารางวัลเหรียญเงิน อันดับที่ 9 มาครอง • การสนับสนุนและเสริมสร้างกำลังใจ: จากความสำเร็จในครั้งนี้ นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางมาพบปะพร้อมกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่นักเรียนทุกคนที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจฝึกซ้อมจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัด นอกจากนี้ยังได้มอบไก่ทอด KFC เพื่อเป็นมื้ออาหารพิเศษในการต้อนรับและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็ก ๆ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของตัวนักเรียนเอง […]อ่านต่อ...
“สว.พิศูจน์” นำทีม กมธ.ท่องเที่ยวฯ สภาสูง ออกโรงสกัดแผนล้วงกระเป๋านักเดินทาง นั่งหัวโต๊ะถกเครียดเอกชนผวารัฐจ่อเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ต่างชาติ 450 บาท พ่วงรื้อกฎหมายเก่ารีด “ภาษีบินนอก” ทุกสัญชาติ หวั่นทุบหม้อข้าวทำนักท่องเที่ยวหด-เสียเปรียบการแข่งขัน งัดข้อเสนอเด็ดอุ้มคนไทย “ใครยื่นเสียภาษีต้องได้รับการยกเว้น” พร้อมชงเว้นค่าธรรมเนียมฝรั่งบินลงเมืองรอง จี้สรรพากรรื้อแบบสอบถามให้เป็นกลาง-ยืดเวลาฟังความเห็นด่วน! เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณามาตรการของรัฐบาลที่เตรียมจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” และ “ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการคลัง และบิ๊กเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ, หอการค้าไทย, สมาคมโรงแรมไทย ฯลฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในวงประชุม ตัวแทนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้กางแผนเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) 450 บาทต่อคน เพื่อดึงเงินเข้ากองทุนฯ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและจัดซื้อประกันภัยให้นักท่องเที่ยว ขณะที่ฝั่งกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เสนอไอเดียงัด พ.ร.ก.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร [&อ่านต่อ...
“ไม้–วิพุธ ศรีวะอุไร” ส.ก.เขตบางรัก สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมกว่า 1,139 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน พร้อมซักฝ่ายบริหาร กทม. ถึงความเพียงพอของงบประมาณ จำนวนครัวเรือนที่จะได้รับความช่วยเหลือ และกำหนดจ่ายเงินเยียวยา ย้ำประชาชนยังเดือดร้อน แม้น้ำลดแล้ว แต่ภาระฟื้นฟูชีวิตยังไม่สิ้นสุด วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 นายวิพุธ ศรีวะอุไร หรือ “ไม้” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก ทีมคนทำงาน อภิปรายซักถามฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายวิพุธกล่าวว่า ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวเสนอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกว่า 1,139 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยตนเห็นด้วยและสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายและระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังคงเป็นภาระหนักของหลายครอบครัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย […]อ่านต่อ...
“เชอร์รี่–มธุรส เบนท์” ส.ก.เขตสะพานสูง ทีมคนทำงาน อภิปรายซักถามฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร กรณีเสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมหยิบยกข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังเหตุการณ์น้ำท่วม เรียกร้องความชัดเจนในการใช้งบประมาณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 นางมธุรส เบนท์ หรือ “เชอร์รี่” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสะพานสูง ทีมคนทำงาน อภิปรายซักถามฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร ในวาระการพิจารณาญัตติที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พ.ศ. …. ในการอภิปรายครั้งนี้ ส.ก.มธุรส ได้หยิบยกข้อสงสัยและเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังเหตุการณ์น้ำท่วม มาสอบถามฝ่ายบริหาร เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เนื่องจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูความเสียหายภายหลังน้ำท่วมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน การพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมยังเป็นกลไกสำคัญของสภากรุงเทพมหานครในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงบประมาณ เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรสาธารณะมีความเหมาะสม โปร่งใส และสามารถตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอภิปรายของ ส.ก.มธุรสในครั้งนี้ จึงสะท้อนบทบาทของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในการนำข้อสงสัยของประชาชนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะประเด็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูความเสียหายจากน้ำท่วม […]อ่านต่อ...
