นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากร เพื่อให้การนำเข้าและการจำหน่ายสินค้าเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการปกป้องเศรษฐกิจและประโยชน์ ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบาย ให้กรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าน้ำมันต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าน้ำมันดีเซล ที่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ โดยนายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยกองสืบสวน และปราบปราม ได้เข้าตรวจค้นรถยนต์กระบะตู้ทึบบริเวณถนนเชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยผลการตรวจค้นขบวนรถยนต์พบ “น้ำมันดีเซล”มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ไม่มีการปฏิบัติพิธีการทางศุลกากร ดังนี้ คันที่ 1 รถกระบะตู้ทึบสีขาว มีน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่ในถังเหล็กท้ายกระบะ จำนวน 1 ถัง ปริมาณกว่า 3,000 ลิตร คันที่ 2 รถยนต์กระบะตู้ทึบสีน้ำเงิน มีน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่ในถังพลาสติกท้ายกระบะ จำนวน […]
ไอเดียรักษ์โลกของคุณ…อาจเป็นธุรกิจตัวต่อไป! สายครีเอทีฟ สายกรีน เจ้าของธุรกิจ มาหาแรงบันดาลใจใหม่ แล้วต่อยอดให้ไกลกว่าเดิมที่ ✨ BCG GREEN อ่านต่อ...
“น็อต–ดร.ปวิน” ส.ก.บางคอแหลม เสนอสภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกระดับพื้นที่เชื่อมต่อรถ–เรือให้สะดวกและปลอดภัย ชี้ท่าเรือหลายแห่งอยู่ใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังขาดการปรับปรุงดูแลและใช้งานไม่เต็มศักยภาพ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดร.ปวิน แพทยานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางคอแหลม ทีมคนทำงาน เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดร.ปวินกล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร อีกทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงควรได้รับการพัฒนาให้เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ปวินอ้างข้อมูลจากรายงานท่าเทียบเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ประจำปี 2568 ของกรมเจ้าท่า ว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มีท่าเทียบเรือกว่า 78 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า เอกชน และกรุงเทพมหานคร โดยหลายแห่งไม่มีเรือให้บริการ ขณะที่บางแห่งอยู่ระหว่างปรับปรุง สำหรับการใช้บริการ ดร.ปวินระบุว่า เรือด่วนเจ้าพระยามีผู้โดยสารมากกว่า 16,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 เคยมีผู้โดยสารมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี จึงเห็นว่าควรศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางฟื้นศักยภาพการเดินทางทางน้ำให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ดร.ปวินกล่าวต่อว่า […]อ่านต่อ...
“ไม้–วิพุธ” ส.ก.บางรัก ตั้งกระทู้ถามความคืบหน้าโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินถนนพระราม 3 หลังประชาชนร้องเรียนผิวถนนชำรุด กระทบการสัญจร ด้านรองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงงานบ่อพักและท่อร้อยสายคาดเสร็จเดือนพฤษภาคม 2570 ก่อนเดินหน้าคืนสภาพถนน–ทางเท้า ส่วนการเดินสายใต้ดินและรื้อเสาไฟฟ้ามีกรอบดำเนินงานถึงเดือนมิถุนายน 2571 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 นายวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางรัก ทีมคนทำงาน ยื่นกระทู้ถามสดเรื่องความคืบหน้าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินถนนพระราม 3 ของการไฟฟ้านครหลวง หลังการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมาเป็นเวลานาน นายวิพุธกล่าวว่า ได้รับข้อสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับสภาพผิวถนนพระราม 3 ที่ชำรุดจากการขุดเจาะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องการทราบว่าโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินดำเนินการถึงขั้นตอนใด มีกำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด และสำนักการโยธาจะสามารถเข้าปรับปรุงผิวถนนภายหลังการก่อสร้างได้เมื่อใด เพื่อให้ประชาชนเห็นกรอบการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า โครงการก่อสร้างของการไฟฟ้านครหลวงบนถนนพระราม 3 แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนยานนาวาและโซนบางคอแหลม โดยโซนยานนาวาคืนสภาพฝาบ่อเรียบร้อยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 […]อ่านต่อ...
“ไอซ์–พงศกร” ส.ก.บางกะปิ เสนอญัตติยกระดับการจัดเก็บขยะ กทม. ชี้ปัญหาขยะตกค้างหลังน้ำลดสะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังคนและเครื่องจักร เสนอจัดสรรทรัพยากรตามภาระงานจริง เชื่อมระบบร้องเรียน พร้อมทบทวนค่าตอบแทนและสวัสดิการเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ ทีมคนทำงาน เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางและดำเนินการจัดเก็บขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมพิจารณาค่าตอบแทนและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานให้เหมาะสม นายพงศกรกล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง มีขยะจำนวนมากที่ต้องเร่งจัดเก็บ แม้เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ แต่ข้อจำกัดด้านบุคลากร รถเก็บขยะ และเครื่องจักร ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บได้ทันตามความต้องการของประชาชน ปัญหาดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นในการปรับระบบบริหารจัดการ จัดเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอ และมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน นายพงศกรเสนอให้ฝ่ายบริหาร กทม. ทบทวนการจัดสรรรถเก็บขยะและกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับปริมาณขยะจริงของแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาทั้งจำนวนประชากร ประชากรแฝง และลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่ ควบคู่กับการปรับเส้นทางและรอบเวลาจัดเก็บให้เหมาะสม รวมถึงแจ้งตารางจัดเก็บให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน สำหรับการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เสนอให้เตรียมรถบรรทุก รถตัก เครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่สำรอง พร้อมวางระบบประสานงานข้ามเขตเพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีขยะเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันได้รวดเร็ว ตลอดจนเตรียมพื้นที่พักขยะชั่วคราว โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน […]อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและปราบปราม การลักลอบนำสินค้าเมืองกำเนิดต่างประเทศที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและปกป้องสังคม ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 12 – 16 ตุลาคม 2569 ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรแม่กลอง ได้ตรวจค้นที่ทำการขนส่งพัสดุในประเทศแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ผลการตรวจค้นหีบห่อพัสดุต้องสงสัย พบบุหรี่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศบรรจุอยู่ภายใน จำนวน 1,837,640 มวน และบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1,290 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 9,575,000 บาท ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานการซื้อขาย ไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร หรือหลักฐานการชำระค่าภาษีอากรและชำระค่าภาษีสรรพสามิตโดยถูกต้อง เข้าข่ายความผิดฐานนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร […]อ่านต่อ...
ตำรวจภูธรภาค ๑ แถลงข่าว การจับกุมยาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด “นักบิน หนองแค” ของกลาง ยาไอซ์ ๒๘๔ กิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๙๐ ล้านบาท นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ “ปัญหายาเสพติด” เป็นวาระเร่งด่วนและภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง การสกัดกั้นยาเสพติดและการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายใต้แนวคิด “ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตำรวจภูธรภาค ๑ โดย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.ด, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.ด, พล.ต.ต อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง […]อ่านต่อ...
บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด เจ้าของและผู้ผลิต ยาสีฟันสมุนไพร เทพไทย นำโดย นายกร สุริยพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ขึ้นรับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ รางวัลธุรกิจเพื่อสังคมแห่งปี ในงาน THAILAND TOP อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและประโยชน์ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบาย ให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าและส่งออก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ โดยสุจริต ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสินค้านำเข้า และส่งออกทางเรือ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันมิให้เข้าสู่ตลาดภายในประเทศ นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งสำแดงสินค้าจำนวน 6 รายการ ต้นทางจากประเทศจีน ณ ท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดง เป็น รองเท้า จำนวน 4,515 คู่ และกระเป๋า จำนวน 350 […]อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศ ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันและปราบปรามการหลีกเลี่ยงพิธีการศุลกากร ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายนิติ วิทยาเต็ม รองอธิบดี นางสาวประอรรัตน์ รัตนพรสมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 และนายยอดพล วิชญกุล นายด่านศุลกากรแม่สอด ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ลาดตระเวนแนวริมแม่น้ำเมย ในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรวจพบโทรศัพท์มือถือสภาพเก่าใช้แล้ว ยี่ห้อ APPLE จำนวน 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7,000,000 บาท ลักลอบส่งออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ปรากฏผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ และไม่พบหลักฐานการซื้อขายหรือ การผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและสืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร […]อ่านต่อ...
