บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันดอลลาร์และเปิดโอกาสทองคำฟื้นตัวรอบใหม่ ด้านฝ่ายวิจัยประเมิน สัญญาณทางเทคนิคเริ่มฟื้นตัว แม้ว่าในระยะสั้นจะยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก พร้อมแนะกลยุทธ์ “ย่อตัวทยอยสะสม” ลุ้นทดสอบต้านบริเวณ $4,200 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 66,700 บาท นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงแนวทางดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช หลังเริ่มส่งสัญญาณให้น้ำหนักกับการลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) มากกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากปรับตัวสูงขึ้น อาจกลับมากดดันราคาทองคำได้เช่นกัน การส่งสัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เควิน วอร์ช ให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่า การทบทวนงบดุลของเฟดซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะครอบคลุมถึงการกำหนดระดับเงินสำรองที่เหมาะสมของระบบการเงิน ซึ่งทำให้เฟดยังจำเป็นต้องถือครองพันธบัตรรัฐบาลในระดับหนึ่ง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนที่วอร์ชย้ำมาโดยตลอด โดยในอดีตเขาเคยคัดค้านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการขยายงบดุลของเฟดก่อนลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในปี 2554 พร้อมมองว่า แม้เฟดอาจไม่สามารถกลับไปมีงบดุลขนาดเล็กเหมือนในปี 2549 ได้ แต่ยังสามารถปรับโครงสร้างงบดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีความยั่งยืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ประเมินว่า หมากการเงินใหม่ของเฟด “ลดงบดุลแต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย” อาจไม่ได้ส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หากไม่สามารถผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะทยอยลดขนาดงบดุล แต่ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลง นอกจากนี้การดำเนินนโยบายดังกล่าวยังอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐฯ […]
ชูยอดขายพร้อมโอน 2,000 ล้านบาท และ Backlog แข็งแกร่ง หนุน Cash อ่านต่อ...
ก่อสร้างไทยระส่ำ! “5 เสือ” ฝีแตก “นวรัตน์” ฟื้นฟูกิจการ “อิตัลไทย” ลุ้นระทึก “ยูนิค” ผงาดเสียบเมกะโปรเจ็กต์ 1.4 ล้านล้าน สถานการณ์อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อยักษ์ใหญ่ที่เคยถูกขนานนามว่า “5 เสือกรมทางฯ” กำลังเผชิญมรสุมการเงินอย่างหนักจนถึงขั้น “ฝีแตก” ขณะที่รัฐบาลเร่งอัดฉีดเมกะโปรเจ็กต์กว่า 1.41 ล้านล้านบาทในปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้แผนภูมิทัศน์ของผู้รับเหมาไทยต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อวสาน “เสือนวรัตน์” ยื่นฟื้นฟูกิจการ–หนี้ท่วมสินทรัพย์ นับเป็นข่าวช็อกวงการก่อสร้าง เมื่อ บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR หนึ่งในตำนาน 5 เสือกรมทางหลวง ได้ตัดสินใจยื่นคำร้องขอเข้าแผนฟื้นฟูต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักสะสมมานานหลายปี ข้อมูลทางการเงินย้อนหลังระบุชัดว่า NWR ตกอยู่ในภาวะ “หนี้สินล้นพ้นตัว” โดยในปี 2567 มีสินทรัพย์ 14,440 ล้านบาท แต่มีหนี้สินสูงถึง 16,421 ล้านบาท [&อ่านต่อ...
กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ความคาดหวังของผู้บริโภคก้าวข้ามการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ สู่การใช้ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น Visa Infinite โฉมใหม่ มาพร้อมโครงสร้างสิทธิประโยชน์กว่า 3 ระดับ (อ่านต่อ...
คาดเสนอขาย 14 – 16 กันยายน 2569 นับเป็นโอกาสการลงทุนในหุ้นกู้ของธุรกิจโรงแรมที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เช่นเดียวกับหุ้นกู้ของบริษัทแม่ “สิงห์ เอสเตท” ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดี บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ “SHR” บริษัทในเครือ “สิงห์ เอสเตท” เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลตราสารหนี้ (filing) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ย [4.40% – 4.60%] ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะกำหนดในภายหลัง) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวจะชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท [&อ่านต่อ...
ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้เผชิญเพียงปัญหา “เงินทุนไม่เพียงพอ” แต่กำลังเผชิญช่องว่างสำคัญระหว่างศักยภาพของโครงการ กับมาตรฐานที่ธนาคาร นักลงทุน และกองทุนใช้ในการประเมินและตัดสินใจ หลายองค์กรมีตลาดรองรับ มีสินทรัพย์ มีทีมงาน และมีโอกาสเติบโต แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนองค์ประกอบเหล่านั้นให้เป็นข้อมูล โครงสร้าง และความน่าเชื่อถือที่ผู้ให้ทุนสามารถตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยง และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างชัดเจน ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การไม่มีแหล่งทุนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การขาด “ระบบนิเวศทุน” หรือ Capital Ecosystem ที่เชื่อมโครงการกับแหล่งทุนอย่างมีโครงสร้าง ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การออกแบบทางการเงิน การตรวจสอบสถานะ การจัดสรรความเสี่ยง ไปจนถึงการอนุมัติและปิดธุรกรรม ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารโลกสะท้อนว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังเป็นข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเฉพาะในภาวะที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อและความเสี่ยงมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การมีธุรกิจหรือโครงการที่น่าสนใจอาจยังไม่เพียงพอ หากโครงการนั้นไม่สามารถผ่านมาตรฐานการพิจารณาของผู้ให้ทุนได้ อ่านต่อ...
KPN Real อ่านต่อ...
พร้อม Sold Out 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,250 ล้านบาท บริทาเนีย โชว์วินัยการเงินแข็งแกร่ง ชำระคืนเงินหุ้นกู้รุ่น อ่านต่อ...
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศความสำเร็จขายหุ้นกู้ชุดใหม่ครั้งที่ 2/2569 ดีมานด์ล้น นักลงทุนจองซื้อทะลุเต็มจำนวน 2,150 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นในธุรกิจ กลยุทธ์การกระจายพอร์ตที่ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร โรงแรม และคลังสินค้า สร้างความแข็งแกร่งของรายได้และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 ระหว่างวันที่ 3 และวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น นักลงทุนให้การตอบรับดี ดีมานด์ล้น มูลค่าซื้อเต็มจำนวนรวม 2,150 ล้านบาท จากหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด คือ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 9 เดือน เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และ หุ้นกู้ชุดที่ 2 [&อ่านต่อ...
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “S” ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและให้การตอบรับเป็นอย่างดีในการเข้าร่วมจองซื้อหุ้นกู้ของบริษัท อายุ 3 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.60% ต่อปี ซึ่งเสนอขายล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายมูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สิงห์ เอสเตท ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และให้การตอบรับการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขอขอบคุณผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จนประสบความสำเร็จด้วยดี ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจ ฐานะทางการเงิน […]อ่านต่อ...
