“ ของนาย…!” ว่าแล้ว … ทำไม?แกล้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ ง่อยเปลี้ยเสียขา…กันไปหมด กฎ “โลกทั้งใบ เป็นของนายคนเดียว” บัญญัติไว้ว่า… เจ้านายถูกเสมอ! ถ้าเจ้านายทำผิด ให้ย้อนกลับมาดูข้อหนึ่ง ถึงว่า ด้วยเหตุนี้เองกระมัง จึงกลายเป็น “เตมีย์ใบ้” ในทศชาติชาดก ไปตามๆกัน! ขนาดกล้าออกมายืดอก รับบทเสี่ยงตาย แถมเอาตัวเองไปเป็นไม้บรรทัดวัดความตรง การันตีตู้คีบพนันตุ๊กตาไฟฟ้า ว่า…มันไม่ผิด! รับบทสูตรปกป้องเหงือกและฟัน เป็น “นายแบก” ประหนึ่งดั่ง “ป้อมปืนนาวาโรน” ทำหน้าที่ปราการคุ้มกันภัย “ธุรกิจชามข้าวหมา” ให้กับตัวหนังสือ 3 ตัวรวมกัน ที่ต้องยืนตีนติด เท้าชิด มือกุมเป้า “เจ้านาย” ทุกคำอย่างงั้นเลย เชียวหรือ! กลัวแต่ว่าจะตามรอย “ปลวกแดง” กันไปเปล่าๆปลี้ๆ พูดอ้างอะไรออกไป เดี๋ยวเหอะ! “เรือหาย”ยกพ่วงทั้งนาย-บ่าว! อย่าถึงกับต้อง “กลืนน้ำลายตัวเอง” เพราะชามข้าวหมาเลย…ครับท่าน! แถ…ไปข้างๆคูๆ ชาวบ้านเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง! ขืนยังความดันทุรังสูง มันจะ “แถกเหงือก”ตายน้ำตื้นเป็นปลาหมอคางดำเอานะ…พ่อมหาจำเริญ! แม้ว่า นายทุนตู้คีบตีกตา จะพยายาม “เลี่ยงบาลี”สรรหาวิธีการเล่นอย่างไร เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ให้ดูเหมือนว่าเป็น “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” แต่เพิ่มการเล่นโยก-คีบพ่วงเข้าไป อ้างเพื่อนันทนาการสานทักษะความบันเทิง ฟังดูเหมือนเอาสีข้างเข้าถูแถไปข้างๆคูๆ ดูออกหน่อมแน้มไปหน่อย สังคมถามกลับ… ทำไปเพื่อ? ถ้าจะซื้อ หรือจะขาย กันแฟร์ๆ จ่ายเงินมา หยิบของใส่ถุงให้…แค่นั้นก็วินๆกันไปทั้งคนซื้อ-คนขาย ไม่ต้องมาปรุงแต่งพิธีกรรม เอา “เปลือกความดี” มาคลุมทับ “กระพี้ อบายภูมิ” แหกตาประชาชน! แม้จะมีการปรับรูปแบบเป็นการสะสมแต้ม หรืออ้างว่าหยอดครบแล้วจะได้ของแน่ๆก็ตาม มองมุมไหนยังคงเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ. การพนัน…อยู่นั่นแหละครับ เจ้านาย! แถมยังไปขัดลำกล้อง กับแนววินิจฉัยของกระทรวงมหาดไทย! แบบหัวทิ่มหัวตำคะมำหงาย อีกด้วยนะจะบอกให้!! กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือสั่งการและเน้นย้ำชัดเจนว่า ต่อให้มีการแสดงข้อความว่า “หากชำระราคา หรือหยอดเงินสะสมครบตามกำหนดแล้วจะได้สินค้าแน่นอน” แต่ถ้าในระหว่างทาง ผู้เล่นยังต้องใช้วิธีการคีบ โยก หรือกดปุ่มเล่นเพื่อลุ้นผลในแต่ละตา ซึ่งอาจจะได้หรือไม่ได้รางวัลในทันที จะถือว่าเป็นเครื่องเล่นตามบัญชี ข. หมายเลข 28 พ่วงท้าย พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 ทันที อีกทั้ง ตู้ลักษณะนี้ถูกจัดเป็นเครื่องเล่นที่ต้องได้รับอนุญาต แต่ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย “ไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาต”สำหรับตู้คีบประเภทนี้ โดยเด็ดขาด ดังนั้น เมื่อไม่มีใบอนุญาต การนำมาตั้งให้บริการเกลื่อนบ้าน เกลื่อนเมืองตามที่เห็นกัน จึงมีความผิดตามกฎหมาย ขยี้ต่อตรงประเด็น การให้ “สะสมแต้ม แทนการคืนเงินสด” หรือการให้สินค้าทันทีเมื่อหยอดครบ เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการค้า หรือรูปแบบการดึงดูดลูกค้าของผู้ประกอบการ เพื่อเลี่ยงบาลีเท่านั้น แต่ตัวกลไกการเล่นหลัก ยังคงเป็น “การเสี่ยงโชคผ่านเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล” ซึ่งครบองค์ประกอบ เข้าข่ายการจัดให้มี “การเล่นการพนัน”เกิดขึ้นแล้ว คราวนี้มาชำแหละลักษณะและรูปแบบของ “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” หรือ “ Vending Machine” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน จะต้องเป็นการ “ซื้อขายแลกเปลี่ยน ตรงไปตรงมา” ผู้ซื้อใส่เงิน หยอดเหรียญ หรือธนบัตร หรือชำระผ่านระบบดิจิทัล เพื่อเลือกซื้อสินค้าชิ้นที่ต้องการ “โดยเฉพาะเจาะจง” สินค้าชิ้นนั้นต้องแสดงราคาชัดเจน และเมื่อชำระเงินครบถ้วน เครื่องจะต้องจ่ายสินค้าชิ้นดังกล่าวให้ทันที ไม่มีกลไกการเสี่ยงโชคหรือวัดดวง ตัวกระบวนการทำงานต้องไม่มี ลักษณะของการใช้ฝีมือเพื่อลุ้นผลแพ้-ชนะ หรือลุ้นว่าจะได้ของหรือไม่ เช่น ไม่มีคีมคีบ ไม่มีกลไกสุ่ม “กาชาปอง”แบบตู้หยอดของเล่น-ของที่ระลึกยอดฮิตของญี่ปุ่น และไม่มีการเล่นเกมเพื่อแลกรางวัล หรือแต้มสะสมใดๆ ทุกรายการที่มีการจ่ายเงินแลกสินค้า ผู้ซื้อจะต้องได้รับสินค้าที่มีมูลค่าตรงตามราคาที่ชำระทันทีในครั้งนั้นแน่นอน 100% ทุกครั้งไป ไม่มีกรณีที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า หรือต้องสะสมยอดเพื่อไปลุ้นต่อในลักษณะเสี่ยงโชค หรือนำไปซื้อสินค้าในร้านค้าเครือข่ายของเจ้าของตู้คีบฯ อีกเรื่องที่สำคัญ! ต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์และเสียภาษีถูกต้อง! ในแง่การประกอบธุรกิจ ตัวตู้จำหน่ายสินค้าถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ “การค้าปลีก” ผู้ประกอบการต้องมีการแจ้งการประกอบธุรกิจ “พาณิชยกิจ”และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ “VAT” ของกรมสรรพากร รวมถึงการขออนุญาตติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่เอกชน อย่างถูกต้อง การติดป้าย “เลี่ยงบาลี” อ้างว่าเป็น “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” ไม่สามารถลบล้างลักษณะที่แท้จริงของตัวเครื่องได้ ถือว่าพฤติการณ์นี้เป็นการ “เจตนาอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย” ตีแผ่ให้เห็นภาพจะจะ ลากไส้อ่อนไส้แก่ ออกมาให้ดูกันทุกขดแล้ว หน่วยงานรัฐ ทั้งตำรวจ และกรมการปกครอง จะยอมโดน “แหกตา”กันต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ? ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย การจะพิจารณาว่าเป็นตู้ประเภทใด ไม่ได้ดูที่ “ป้าย”แต่ให้ดูที่ “กลไกการทำงานจริงและเจตนา” ให้งัดอักษร 3 ตัว ออกมาดู “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” พฤติกรรมส่อเจตนา…อย่าหาว่าน้าสอน! หากจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของทันที ต่อให้ติดป้ายว่า “ตู้นรก-สวรรค์” แต่ถ้าผู้เล่นต้องมาโยกคันบังคับ ลุ้นว่าจะคีบติดหรือไม่ติด? หรือต้องมาเสี่ยงดวงกับระบบตั้งค่าความแน่นความหลวมของขาคีบ ในทุกๆกี่รอบก็ตาม ถือว่ามีลักษณะของ “การพนัน แพ้ชนะกันระหว่างผู้เล่นกับเครื่องจักร” ทันที! เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 บัญชี ข. หมายเลข 28 ประเภทเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล! ปัจจุบัน “กระทรวงมหาดไทย” มีนโยบายเด็ดขาด ไม่ยอมออกใบอนุญาตให้ตู้ประเภทนี้อีกแล้ว การตั้งตู้เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองในพื้นที่อำเภอบางละมุง และเขตเมืองพัทยา จึงเป็นการจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12 (2) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ได้โดนแค่เจ้าของตู้เท่านั้น แต่ “ เจ้าของสถานที่” ไม่ว่าจะเป็นห้องเช่า,ร้านค้า,หน้าร้าน,ห้างสรรพสินค้า หรือเจ้าของตลาด ที่เออออห่อหมก ยินยอมให้เอาตู้มาตั้งเพื่อกินเปอร์เซ็นต์ หรือเก็บค่าเช่า จะถูกดำเนินคดีด้วย ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน” เช่นกัน นอกจากกฎหมายการพนัน “บั่นคอ”แล้ว ดาบอีกเล่ม “เครื่องประหารหัวสุนัข” ของกระทรวงพาณิชย์ ยังเงื้อท่ารอ การติดป้ายลวงว่าส่งมอบสินค้า 100% แต่ความจริงเป็นการเสี่ยงโชค ยังอาจเข้าข่ายความผิดอื่นอีกหลายกระทง ดาบแรก ความผิดฐานเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ดาบเล่มสอง อันนี้นรกกว่าดาบแรก หากมีการแจ้งประเภทธุรกิจต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าทำ “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” แต่พฤติการณ์จริง ส่อไปในทางทำตู้พนัน อาจโดนตรวจสอบ และดำเนินคดีข้อหา แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คำถามแรงๆจากสังคม…. ฝากไว้ให้คิด! “หากเป็นการจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจริง เหตุใดผู้บริโภคจึงต้องเสียเงินซ้ำๆ จากการคีบแต่ละครั้ง และเงินที่เสียไปนั้นเป็นการชำระค่าสินค้า หรือเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อแลกกับโอกาสในการได้รับสินค้า?” กลวิธีเปลี่ยนกติกา เป็น “กติกู” พลิกรูปแบบการเล่นที่เจ้าของตู้คีบฯ สร้างขึ้นมานั้น มันก็แค่หลุมพรางตื้นๆ ใช้หลอกล่อ “แมงเม่า” ชักชวนลูกเล็กเด็กโต พ่อแม่ผู้ปกครอง เข้าไปติดหล่ม “อบายมุข” เสียเงินเสียทองไปเปล่าๆโดยใช่เหตุ ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่า ยังมีเจ้าหน้าที่ (บางคน) ยอมพาตัวเองไปเป็น “ไม้บรรทัด” วัดความถูกต้องให้ด้วย! แม้ว่า “กติกู”ปลายทาง บอกว่าหยอดเงินครบจบที่ตุ๊กตาได้แน่ๆ แต่ระหว่างทางมันคือ…การพนัน! ความผิดสำเร็จ ตั้งแต่คีบหลุดครั้งแรกแล้ว แต่คำที่ฟังแล้วเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าโดนตอกเล็บ…คือคำกล่าวอ้างว่า “ของนาย” กลายเป็นปม “เผือกร้อน” ไม่มีใครหน้าไหน กล้าแตะ! ทำความเข้าใจกันก่อน “นายทุน กับ เจ้านาย” ภาษาปากใช้เรียก อาจพอเข้าใจได้ว่าเป็นคนเดียวกัน แต่คนฟังความหมายอาจต่างกัน คิดหลุดโลกไปคนละขั้ว! อันนี้ต้อง “ฟังหูไว้สองหู” เพราะแม้แต่สุนัขผู้ซื่อสัตย์ ยังกระโจนเห่า-ฝังเขี้ยวกัด เพื่อปกป้องคนที่โยนกระดูกให้มันแทะ… ตามสัญชาตญาณ เดรัจฉานที่จดจำนายของมันได้ไม่ลืม ไปจนตัวตาย ใครโยนอะไรให้… ยกหางเป็นนายหมด! คำว่า “เจ้านาย”ที่กล่าวอ้าง น้ำหนักจึงเทไปฟากฝั่ง “นายทุน”เจ้าของตู้คีบพนันหลากสี เสียมากกว่า… วันนี้ ชาวบ้านเดือดเนื้อร้อนใจ “อบายภูมิ” ไฟสุ่มขอน พิธีกรรมเผานั่งยางเยาวชน หลอกล่อฉกเอาทรัพย์สิน ละลายเงินทอง ปลิ้นออกไปจากกระเป๋าตังค์พ่อแม่ ทุกเมื่อเชื่อวัน! วัยทองสองขวบ ลูกร้องงอแงอยากได้ เอาแต่ใจ หงุดหงิด ร้องกรี๊ด ร้องไห้หนัก ขว้างของ ชักดิ้นชักงอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พ่อแม่เหมือนน้ำท่วมปาก […]
เตรียมความพร้อมผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ กำแพงเพชร : เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางปิ่นมณี พฤกษ์มหาชัยกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร ได้มอบหมายให้ นางสาวยุพิน ปรุงเสริม ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE) ร่วมกันดำเนินงานจัดกิจกรรมโครงการ “ศูนย์ CARE สัญจร” ณ เรือนจำกลางกำแพงเพชร เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรอบด้านให้แก่กลุ่มผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่: 1. การประชาสัมพันธ์ภารกิจของศูนย์ฯ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการเข้าถึงบริการต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐอย่างถูกต้อง 2. การเปิดรับคำร้องเพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของผู้ต้องขังที่กำลังจะกลับออกไปใช้ชีวิตภายนอก 3. การเตรียมความพร้อมและส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพที่สุจริต และกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมรับฟังการเตรียมความพร้อมรวมทั้งสิ้น 81 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องขังชายจำนวน 74 ราย และผู้ต้องขังหญิงจำนวน 7 ราย ซึ่งทางเรือนจำคาดหวังว่าการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และการแนะแนวอาชีพในครั้งนี้ จะช่วยลดอัตราการกระทำผิดซ้ำและช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถปรับตัวเข้ากับชุมชนได้อย่างยั่งยืน —อ่านต่อ...
กำแพงเพชร : วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.30 น. ที่ ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่คลองลาน ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร) ร่วมกิจกรรมงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่คลองลาน เพื่อสืบทอดพิธีกรรมการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน และแสดงความกตัญญูพร้อมทั้งเป็นการขอบคุณองค์เทพเจ้าที่คอยปัดเป่าภัยอันตราย ปกป้องคุ้มครองให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข และเจริญรุ่งเรืองในการประกอบอาชีพ โดยมีนายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร, นายศราวุธ ทังดิน นายอำเภอคลองลาน, นายปพน สอนธรรม นายอำเภอปางศิลาทอง, น.ส.ศศิภา พงศ์สุทธิยากร ประธานคณะกรรมการจัดงานประเพณี แห่“เจ้าพ่ออ่านต่อ...
กำแพงเพชร ; วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่วิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร) มอบหมายให้นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงสีข้าวในพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้คำแนะนำในการพัฒนาศักยภาพการผลิต โดยมีนางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร, นายโชคชัย น้อยกลิ่น อุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร, นางจินดา ไทยเทศ ผอ.กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน (รักษาราชการแทน พัฒนาการจังหวัดกำแพงเพชร) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมติดตามลงพท้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกร และส่งมอบโรงสีข้าวให้กับกลุ่มเกษตรกร ในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อพบปะพูดคุย พร้อมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2569 (ข้าวปราณีต)” โดยโครงการดังกล่าวเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูกและบริหารจัดการผลผลิตข้าวอย่างประณีต เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับรายได้ให้แก่ครอบครัวเกษตรกรอย่างยั่งยืน สำหรับการลงพื้นที่ครี้งนี้ […]อ่านต่อ...
โรคหายากกำลังเป็นโจทย์สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย แม้แต่ละโรคจะพบผู้ป่วยไม่มาก แต่เมื่อรวมกันแล้วมีรายงานโรคหายากมากกว่า 10,000 โรค และราว 70-80% มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม โดยข้อมูลความชุกของผู้ป่วยโรคหายากมีประมาณ 5% ของประชากรทั้งประเทศ โดยในกลุ่มเด็กแรกเกิดพบว่า 4% หรือราว 32,000 คน/ปี มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคและพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรง ขณะที่โมเดล RARE อ่านต่อ...
ชาวกำแพงเพชรกว่า 4 พันคนร่วมใจออกกำลังกายใหญ่! รองผู้ว่าฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12” เฉลิมพระเกียรติฯ มุ่งส่งเสริมประชาชนดูแลสุขภาพ ลดโรคหลอดเลือดสมอง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05.45 น. ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีฯ ” จังหวัดกำแพงเพชร หัวข้อ “คนไทยสมองดี (No STROKE อ่านต่อ...
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะทหารใหม่ ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัวและญาติพี่น้อง เพื่อมารายงานตัวเข้าเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2569 ณ วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมี พ.อ.เรวัตร กลิ่นหอม สัสดีจังหวัดกำแพงเพชรและคณะนายทหารร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีครอบครัวและญาติมิตรเดินทางมาร่วมส่งบุตรหลานกันอย่างเนืองแน่น สร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้แก่กำลังพลทั้ง 419 นาย ก่อนออกเดินทางไปรับใช้ชาติ ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรฯ ได้กล่าวให้โอวาททหารใหม่ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญและการเสียสละที่เข้ามาทำหน้าที่ลูกผู้ชายไทยในการปกปักรักษาอธิปไตยและสถาบันหลักของชาติ โดยเน้นย้ำให้ทุกคนตั้งใจเข้ารับการฝึกฝนตามระเบียบวินัย เพื่อพัฒนาตนเองให้มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต สำหรับขั้นตอนการส่งมอบตัว สัสดีจังหวัดกำแพงเพชรได้ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อและจัดทำประวัติอย่างเป็นระบบ ก่อนจะดำเนินการส่งตัวทหารใหม่ทั้งหมดไปยังหน่วยฝึกในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์, พิษณุโลก และ ชลบุรี โดยการดำเนินงานในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทหารใหม่ทุกนายต่างแสดงความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดระยะเวลาที่ประจำการอยู่ในกองทัพ – นิวัตร สุจริต อ่านต่อ...
เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสร้างความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมองให้กับประชาชน กำแพงเพชร : องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล (อบต.คลองน้ำไหล) ได้เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เดิน-วิ่ง ป้องกันอัมพาต” ซึ่งจัดขึ้น ณ อ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน และรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายศราวุธ ท้งดิน นายอำเภอคลองลาน เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ขณะที่ในส่วนของ อบต.คลองน้ำไหล นำโดย นายรชต ธิยานันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ อ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา สำหรับเป้าหมายสำคัญของกิจกรรมนี้ ทางผู้จัดงานมุ่งเน้นไปที่การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นถึงภัยเงียบของโรคหลอดเลือดสมอง ควบคู่ไปกับการกระตุ้นและส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ด้านบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดีจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชน ประชาชนทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่เดินทางมารวมตัวร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งกันอย่างหนาแน่น ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามและอากาศอันสดชื่นยามเช้าของบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองน้ำขาว /อ่านต่อ...
กำแพงเพชร : นักเรียนจากโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่สถานศึกษาและจังหวัดกำแพงเพชร ผ่านความสำเร็จอันโดดเด่นทั้งในด้านการแข่งขันกีฬาและดนตรีระดับประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ • ความสำเร็จด้านกีฬา (วอลเลย์บอล): ทีมวอลเลย์บอลชายและหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน) มาครองได้สำเร็จ จากการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 41 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “ตากสินเกมส์” • ความสำเร็จด้านดนตรี (วงโยธวาทิต): ทีมตัวแทนนักเรียนด้านดนตรีได้เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและคว้ารางวัลเหรียญเงิน อันดับที่ 9 มาครอง • การสนับสนุนและเสริมสร้างกำลังใจ: จากความสำเร็จในครั้งนี้ นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางมาพบปะพร้อมกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่นักเรียนทุกคนที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจฝึกซ้อมจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัด นอกจากนี้ยังได้มอบไก่ทอด KFC เพื่อเป็นมื้ออาหารพิเศษในการต้อนรับและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็ก ๆ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของตัวนักเรียนเอง […]อ่านต่อ...
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ ณ โรงพยาบาลกำแพงเพชร กำแพงเพชร : โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธร จันทราธิบดี ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร และ แพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร ร่วมกันเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมมอบอุปกรณ์ ประกอบด้วย นางพัชรี เรืองงาม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร, นายแพทย์สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์, นางสาวมะลิวัน สิทธิโยธี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร รวมถึง แพทย์หญิงลักขณา ชีวสิทธิรุ่งเรือง หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู และคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขการดำเนินงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นรายได้ที่ได้มาจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย นำมาจัดสรรเป็นเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้พิการแต่ละราย โดยในปีนี้มีผู้พิการในจังหวัดกำแพงเพชรได้รับความช่วยเหลือจำนวนทั้งสิ้น 31 ราย รวมเป็นเงินงบประมาณกว่า 2.385.500 บาท โครงการนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยเหลือตัวเองได้ และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี ซึ่งอุปกรณ์ที่มอบให้ในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งขาเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ (Wheelchair) […]อ่านต่อ...
