การแข่งขันฟุตบอล FIFA ASEAN อ่านต่อ...
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ดำเนินการจัดหาเงินกู้ให้แก่สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ในการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุพันธบัตร 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.13 ต่อปี ซึ่งเป็นการเสนอขายเฉพาะเจาะจงต่อผู้ลงทุนสถาบัน มีจำนวนผู้ลงทุนไม่เกิน 10 ราย โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งการออกพันธบัตรในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม “การเงินเพื่อความยั่งยืน (อ่านต่อ...
ธนาคารออมสิน เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง เพิ่มจุดส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นใช้ยังชีพ อาทิ ยาสามัญประจำบ้านและอุปกรณ์ทำแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่ เป็นต้น ลงพื้นที่ในจุดที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง เช่น ชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ชุมชนที่เข้าถึงยากแถบรามคำแหง ชุมชนเขตสะพานสูง โดยได้รับการสนับสนุนรถขนาดใหญ่ขนส่งสิ่งของจากกองทัพบก ทั้งนี้ ธนาคารยังคงติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนในจุดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้สามารถประคับประคองและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอ่านต่อ...
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D อ่านต่อ...
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงานธนาคาร และกองทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บางกะปิ ณ ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ชุมชนแฟลตคลองจั่น เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และส่งมอบกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งชุมชนดังกล่าวมีน้ำท่วมขังสูง ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดย ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าและประชาชนในทุกสถานการณ์อ่านต่อ...
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้กระทรวงการคลังจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม” (ศูนย์ฯ) ณ กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดรับเรื่อง ให้ข้อมูล และประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรวบรวมมาตรการและช่องทางช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในจุดประสานงานเดียว ดร. เอกนิติกล่าวว่า “เวลาน้ำท่วม คนต้องห่วงทั้งเรื่องบ้าน เรื่องรายได้ และจะกลับมาทำมาหากินได้อย่างไร เราไม่อยากให้คนที่กำลังเดือดร้อนต้องเสียเวลาไล่ติดต่อหลายหน่วยงาน ถ้าไม่รู้จะเริ่มที่ไหน โทรมาที่ศูนย์ฯ กระทรวงการคลังจะรับเรื่องและช่วยประสานให้” ศูนย์ฯ ประสานการทำงานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หน่วยงานเหล่านี้มีความพร้อมให้ข้อมูลและความช่วยเหลือตามภารกิจของตน ทั้งมาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูกิจการ สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ศูนย์ฯ จะช่วยรับเรื่องและประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามปัญหาของแต่ละราย เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสมโดยเร็ว ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถโทร 1689 กด 1 หรือ 4 เพื่อสอบถามมาตรการ […]อ่านต่อ...
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสถาบันผู้นำตลาดจีน China Wealth รุ่นที่ 3 จำนวน 35 ราย พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้าไทยอ่านต่อ...
ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน รวมถึงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและที่อยู่อาศัย ธนาคารจึงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยผู้บริหารและพนักงานธนาคาร ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพกว่า 1,500 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม จำนวน 1,000 ขวด พร้อมแจกจ่ายข้าวกล่องแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมรับฟังปัญหาของลูกค้า เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด และส่งมอบกำลังใจให้ทุกคน “ก้าวผ่าน” สถานการณ์นี้ไปได้โดยเร็ว นอกจากนี้ ธนาคาร ร่วมกับ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้วยการสแกน QR Code อ่านต่อ...
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้เร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วม โดยดูแลทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็นระหว่างประสบภัย ภาระหนี้เดิม และเงินทุนสำหรับซ่อมบ้านหรือกลับมาประกอบอาชีพ มาตรการที่เตรียมไว้ครอบคลุมสินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูจากธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) การปรับเงื่อนไขชำระหนี้จากธนาคารออมสิน ธอส. ธพว. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนมาตรการของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเพื่อบรรเทาภาระผู้กู้ โดยให้แต่ละแห่งเร่งแจ้งหลักเกณฑ์และช่องทางติดต่อที่ชัดเจนแก่ลูกค้าในพื้นที่ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และภาคธุรกิจประกันภัย ยังได้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยบ้านเรือนและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย แนะนำให้ดำเนินการ ดังนี้ 1) ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยผ่าน LINE @OICCONNECT 2) เก็บหลักฐาน ความเสียหายให้ครบถ้วน 3) แจ้งเหตุทันทีที่สามารถดำเนินการได้ และ 4) เตรียมเอกสารเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้ครบถ้วน ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะหารือกับบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อวางกรอบการช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่อง การสำรวจข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย การจัดเตรียมรถยกอ่านต่อ...
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ออก “มาตรการไอแบงก์..เรา..ไม่ทิ้งกัน (พักหนี้ เติมทุน ไปต่อ)” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ และอยู่ในเขตประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย มาตรการครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การพักชำระหนี้เดิม การเติมทุนด้วยสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ และการเร่งรัดการเคลมประกันภัย ลูกค้าสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ ขอส่งความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน ธนาคารพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าตามแนวคิด ‘ไอแบงก์..เรา..ไม่ทิ้งกัน’ ผ่านมาตรการ ‘พักหนี้ เติมทุน ไปต่อ’ เริ่มจากลดภาระหนี้ในช่วงที่ลำบากที่สุด แล้วเติมเงินทุนให้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ทุกคนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว” มาตรการที่ 1 พักหนี้ : พักชำระหนี้เดิม สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาท และลูกค้า SMEs (สินเชื่อแบบมีระยะเวลา) ที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท • กรณีเสียหายรุนแรง จนไม่สามารถอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการได้ พักชำระทั้งเงินต้นและกำไร สูงสุด […]อ่านต่อ...
