สำหรับองค์กรและภาคธุรกิจ การส่งของด่วนหรือส่งพัสดุด่วนที่รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ คือกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและคู่ค้า การส่งสินค้าถึงมืออย่างปลอดภัย ตรงเวลา หรือส่งสินค้าระหว่างสาขา สกู๊ตตาร์ (SKOOTAR) แพลตฟอร์มผู้ให้บริการขนส่งด่วนออนไลน์สัญชาติไทย ที่เจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และชลบุรี โดยปัจจุบันมีบริษัทใช้บริการมากกว่า 17,000 แห่ง นับเป็นความสำเร็จของธุรกิจขนส่งสัญชาติไทยที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยปัจจุบันตลาดการขนส่งด่วนในไทยเติบโตมากยิ่งขึ้น บริการเข้ารับถึงที่และจัดส่งทันทีของสกู๊ตตาร์จึงเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้ากลุ่มธุรกิจและองค์กรเป็นอย่างมาก สกู๊ตตาร์จึงขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มอีก 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทราและพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีทั้งบริษัท โรงงาน และห้างร้าน ที่มีความต้องการใช้บริการส่งของด่วนหรือส่งพัสดุด่วนจำนวนมาก รวมถึงเพื่อรองรับการขนส่งข้ามจังหวัดแบบด่วน (เข้ารับถึงที่ และจัดส่งให้ทันที) เช่น การจัดส่งตรงจาก กทม. ไปอยุธยา ให้กับธุรกิจที่มีโรงงาน คลังสินค้า หรือลูกค้าอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจภาคกลางและภาคตะวันออก จุดเด่นของบริการคือมีรถให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์สำหรับเอกสารและส่งของด่วนแบบชิ้นเล็ก ไปจนถึงรถยนต์ รถกระบะ และรถกระบะตู้ทึบสำหรับส่งของด่วนชิ้นใหญ่ ทุกงานขนส่งดูแลโดยพนักงานคนขับมือโปรที่ผ่านการอบรมการทำงานและตรวจประวัติเรียบร้อยแล้ว สำหรับบริษัท ผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ หรือบุคคลทั่วไป ที่ต้องการเรียกใช้บริการส่งของด่วนกับสกู๊ตตาร์ สามารถใช้งานได้ผ่านทั้งเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน SKOOTAR โดยสามารถเช็กราคาจริงก่อนสั่งงานได้ เพียงระบุจุดรับอ่านต่อ...
กรุงเทพฯ – ข้อมูลจากรายงาน “Thailand Country อ่านต่อ...
กรุงเทพฯ 22 ตุลาคม 2569 – อิซามุ ซาคากุจิ (Isamu Sakaguchi) จากร้าน อ่านต่อ...
“เชฟปอนด์ สหดล” บนเส้นทางสายอาหารจากประสบการณ์ สู่การถ่ายทอดเสน่ห์รสชาติไทยระดับเอเชีย จากความรักและความหลงใหลในการทำอาหาร สู่การเรียนรู้และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง “ปอนด์” สหดล ตันตราพิมพ์ เดินหน้าสั่งสมประสบการณ์บนเส้นทางเชฟ ผ่านการศึกษา การฝึกฝนเทคนิค และการลงสนามแข่งขันเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมการค้นหาตัวตนและแนวทางการสร้างสรรค์อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง การทำอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติและความอร่อย แต่ยังเป็นการถ่ายทอดเรื่องราว วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลังอาหารแต่ละจาน โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีเสน่ห์จากความหลากหลายของวัตถุดิบ รสชาติ และรายละเอียดในการปรุง เพื่อสร้างสรรค์อาหารไทยในมุมมองที่น่าสนใจและร่วมสมัย พร้อมแสดงให้เห็นว่าอาหารไทยสามารถพัฒนาและก้าวไปได้ไกลกว่าภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคย อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญบนเส้นทางสายอาหาร คือการเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ MasterChef Asia ทาง อ่านต่อ...
“เชฟวิลเมนต์-เชฟอ๊อฟ”ผนึกพลังความโหด..เหี้ยม 14 ผู้เข้าแข่งขันมือไม้อ่อน ลมแทบจับเจอเซอร์ไพร้สชุดใหญ่ กลับมาเขย่าวงการอาหารไทยให้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง!! กับรายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารสุดโหดระดับโลก HEll’อ่านต่อ...
“น็อต–ดร.ปวิน” ส.ก.บางคอแหลม เสนอสภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกระดับพื้นที่เชื่อมต่อรถ–เรือให้สะดวกและปลอดภัย ชี้ท่าเรือหลายแห่งอยู่ใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังขาดการปรับปรุงดูแลและใช้งานไม่เต็มศักยภาพ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดร.ปวิน แพทยานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางคอแหลม ทีมคนทำงาน เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดร.ปวินกล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร อีกทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงควรได้รับการพัฒนาให้เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ปวินอ้างข้อมูลจากรายงานท่าเทียบเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ประจำปี 2568 ของกรมเจ้าท่า ว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มีท่าเทียบเรือกว่า 78 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า เอกชน และกรุงเทพมหานคร โดยหลายแห่งไม่มีเรือให้บริการ ขณะที่บางแห่งอยู่ระหว่างปรับปรุง สำหรับการใช้บริการ ดร.ปวินระบุว่า เรือด่วนเจ้าพระยามีผู้โดยสารมากกว่า 16,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 เคยมีผู้โดยสารมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี จึงเห็นว่าควรศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางฟื้นศักยภาพการเดินทางทางน้ำให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ดร.ปวินกล่าวต่อว่า […]อ่านต่อ...
“ไม้–วิพุธ” ส.ก.บางรัก ตั้งกระทู้ถามความคืบหน้าโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินถนนพระราม 3 หลังประชาชนร้องเรียนผิวถนนชำรุด กระทบการสัญจร ด้านรองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงงานบ่อพักและท่อร้อยสายคาดเสร็จเดือนพฤษภาคม 2570 ก่อนเดินหน้าคืนสภาพถนน–ทางเท้า ส่วนการเดินสายใต้ดินและรื้อเสาไฟฟ้ามีกรอบดำเนินงานถึงเดือนมิถุนายน 2571 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 นายวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางรัก ทีมคนทำงาน ยื่นกระทู้ถามสดเรื่องความคืบหน้าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินถนนพระราม 3 ของการไฟฟ้านครหลวง หลังการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมาเป็นเวลานาน นายวิพุธกล่าวว่า ได้รับข้อสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับสภาพผิวถนนพระราม 3 ที่ชำรุดจากการขุดเจาะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องการทราบว่าโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินดำเนินการถึงขั้นตอนใด มีกำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด และสำนักการโยธาจะสามารถเข้าปรับปรุงผิวถนนภายหลังการก่อสร้างได้เมื่อใด เพื่อให้ประชาชนเห็นกรอบการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า โครงการก่อสร้างของการไฟฟ้านครหลวงบนถนนพระราม 3 แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนยานนาวาและโซนบางคอแหลม โดยโซนยานนาวาคืนสภาพฝาบ่อเรียบร้อยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 […]อ่านต่อ...
“ไอซ์–พงศกร” ส.ก.บางกะปิ เสนอญัตติยกระดับการจัดเก็บขยะ กทม. ชี้ปัญหาขยะตกค้างหลังน้ำลดสะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังคนและเครื่องจักร เสนอจัดสรรทรัพยากรตามภาระงานจริง เชื่อมระบบร้องเรียน พร้อมทบทวนค่าตอบแทนและสวัสดิการเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ ทีมคนทำงาน เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางและดำเนินการจัดเก็บขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมพิจารณาค่าตอบแทนและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานให้เหมาะสม นายพงศกรกล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง มีขยะจำนวนมากที่ต้องเร่งจัดเก็บ แม้เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ แต่ข้อจำกัดด้านบุคลากร รถเก็บขยะ และเครื่องจักร ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บได้ทันตามความต้องการของประชาชน ปัญหาดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นในการปรับระบบบริหารจัดการ จัดเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอ และมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน นายพงศกรเสนอให้ฝ่ายบริหาร กทม. ทบทวนการจัดสรรรถเก็บขยะและกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับปริมาณขยะจริงของแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาทั้งจำนวนประชากร ประชากรแฝง และลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่ ควบคู่กับการปรับเส้นทางและรอบเวลาจัดเก็บให้เหมาะสม รวมถึงแจ้งตารางจัดเก็บให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน สำหรับการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เสนอให้เตรียมรถบรรทุก รถตัก เครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่สำรอง พร้อมวางระบบประสานงานข้ามเขตเพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีขยะเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันได้รวดเร็ว ตลอดจนเตรียมพื้นที่พักขยะชั่วคราว โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน […]อ่านต่อ...
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ของมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism อ่านต่อ...
