สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

columnist

รอชมฟ้าสลับสี“งานพลุนานาชาติ” คาดว่าฝูงชนล้นทะลักหาดพัทยา! “แสงแห่งความภักดี”เจิดจรัสทุกดวงใจ

เตรียมตัวปูเสื่อรอ สัมผัสความยิ่งใหญ่ตระการตาระดับโลก เหนือฟากฟ้าชายหาดพัทยากันได้เลย “เมืองพัทยา” เชิญชวนนักท่องเที่ยว มาสุดฟินกับบรรยากาศงาน “เทศกาลพลุนานาชาติ 2568” Pattaya International อ่านต่อ...

หนุ่มหัวร้อนคว้าไม้หน้า 3 ตีหน้ากระจกรถไม่ยั้ง ก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนี คาดปมปัญหา น่าจะเกิดจาก การขับขี่รถเขม่นกัน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ สี่แยกไฟแดงนายก หมู่ 9 ตำบลทุ่งสุขลาอำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี หลัง มีผู้ใช้ Facebook ราย 1 โดยใช้ชื่อว่า Piya อ่านต่อ...

ร่วมด้วยช่วยกัน! เปิด ‘ครัวสร้างสุข’ ส่งธารน้ำใจสู่ ปัตตานี-สงขลา

ท่ามกลางมวลน้ำที่ยังคงโหมกระหน่ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สายน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน ไม่เพียงพัดพาความเสียหายมาสู่ทรัพย์สิน แต่ยังเปรียบเสมือนสิ่งที่กำลัง “กัดกร่อน” ขวัญและกำลังใจของผู้ประสบภัยให้ถดถอยลงทุกขณะ ในห้วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ “ความรวดเร็ว” ในการเข้าถึง และ “ความร่วมมือ” ที่ไร้รอยต่อ จึงเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุดในการไขประตูสู่การบรรเทาทุกข์ ล่าสุด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไม่ได้เดินหน้าภารกิจกู้ขวัญนี้เพียงลำพัง แต่ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) และเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้มแข็งอย่าง ศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ รวมถึง กลุ่มการจัดการจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้โครงการ “ครัวสร้างสุข เพื่อผู้ประสบภัย”     ปฏิบัติการครั้งนี้ได้เนรมิตพื้นที่ของ ศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ให้กลายเป็น “ฐานบัญชาการครัวสนาม” บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความขะมักเขม้นและไออุ่นจากเตาไฟ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต่างระดมกำลังช่วยกันปรุงอาหารสดใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องผู้ประสบภัยจะได้รับประทานอาหารที่ร้อน ปรุงสุก และถูกสุขลักษณะ เมนูหลักที่ถูกคัดสรรในวันนี้คือ “ข้าวกะเพราไก่ ไข่ดาว” แม้จะเป็นอาหารจานเดียวที่ดูเรียบง่าย แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังงาน กลิ่นหอมของใบกะเพราและไข่ดาวทอดใหม่ๆ ที่บรรจุลงกล่องพร้อมทาน คือสัญลักษณ์รูปธรรมของ “ความห่วงใย” ที่ส่งตรงจากผู้ให้ถึงมือผู้รับ โดยมีเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงแค่ให้ “อิ่มท้อง” แต่ต้องเยียวยาความรู้สึกให้ “อิ่มใจ” […]อ่านต่อ...

“กัมพูชา”

“เป็นเหตุ เป็นผล” ผมมีความรู้สึกว่า ตั้งแต่ใช้ชีวิตมาเกือบ80ปี ทีเป็นประชาชนไทย ไม่เคยมียุคไหน ที่เราขาดความขมขื่น ภูมิใจ เหมือนในอดีตที่เราสุขสบายใจ ข่าวคราวทุกวันนี้ มันมีแต่การหลอกลวง หลอกต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเรา และมีแต่จะมากขึ้นทวีคูณ ข่าวแต่ละข่าว มีแต่คนที่ทำผิดแล้วพยายามจะแก้ตัว ต่อสาธารณะชน เพื่ออะไร ผมไม่คิดว่ามันเพื่อความผิดในอดีตของความเลวของบุคคลนั้นๆที่ทำมา ที่มันน่ากลัวที่สุด ก็คือมันแก้ตัวกัน ต่างๆนาๆ เพื่อที่จะให้เราเชื่อถือว่า เขาคือคนบริสุทธิ์ ในวันข้างหน้าที่จะหลอกเราอีกต่อไป ผมเชื่อว่าชาวไทยมากมายที่กลุ้มใจว่าปัญหาของประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคนักการเมือง ข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าบางองค์ ที่เราเริ่มที่จะขาดความเชื่อมั่นอีกต่อไป ตกลงบ้านเมืองนี้เป็นของไคร ผมว่าคนจำนวนที่มากกว่าเขามีความคิดว่า เขาไม่ได้ เป็นเจ้าของประเทศตามกฎหมายอีกแล้วทำให้ความเชื่อมั่น ความศรัทธา มันค่อยๆจางหายไป ไม่ใว้ใจกัน ความไว้วางใจ(Trust) คืออ๊อกซิเย่นของความยุติธรรมในการอยู่ร่วมกัน ถ้าเราขาดความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันก็จะแบ่งแยกเราคนไทย ให้ไม่รักกัน ไม่รักชาติ ไม่รักและเป็นห่วง ลูกหลานที่จะมาสืบทอดต่อจากเรา มักจะเชื่อกันตลอดมาว่า คนไทยเป็นคนโชคดี เพราะเมืองไทยมีภูมิประเทศ ที่สมบูรณ์ อยากทราบว่า ยังมีความคิดกันแบบนี้อยู่หรือเปล่า เพื่อนบ้านที่ดีที่เราเคยชื่นชม กลายเป็นความขมขื่นโดยเฉพาะ เพื่อนบ้านอย่าง “กัมพูชา” อำนาจ สุนทรวัฒน์อ่านต่อ...

ตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เปิดโครงการ “ขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์”

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่ ถนนวชิรปราการ หน้าหอพระพุทธสิหิงค์ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ผกก.(สอบสวน) สส.ภ.2 รรท.ผกก.สภ. เมืองชลบุรี เปิดโครงการ“ขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลในระดับพื้นที่ โดยมุ่งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกกลุ่มเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ลดจำนวนอุบัติเหตุ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน กิจกรรมในวันนี้มีการตรวจตรา ประชาสัมพันธ์ แจกหมวกกันน็อกให้ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีหมวกกันน็อกอีกด้วย และให้คำแนะนำ และจัดเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งผู้ขับขี่และผู้ที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เข้า-ออกประตูศาลากลางจังหวัดชลบุรี หากพบว่าไม่สวมหมวกนิรภัย จะทำการตักเตือนและรายงานต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีการจัดเวรเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทำการตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พี่น้องประชาชน ทั้งนี้ การสวมหมวกนิรภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถลดอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุได้ จากข้อมูลพบว่า ผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วถึงแก่ชีวิตนั้น ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และการดื่มแล้วขับ สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันรณรงค์ขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และขับเคลื่อนตามวาระจังหวัดชลบุรีต่อไป เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอ่านต่อ...

ไทยจับมือ 3 ยักษ์ใหญ่จากจีน “UnionPay – Alipay – WeChat Pay” เชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดน

ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด ผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแห่งชาติ ตามที่ได้รับมอบหมายให้เป็น Interbank Transaction อ่านต่อ...

นักตกปลาสัตหีบเผยภาพสุดตื่นตา ฝูงปลาทูน่านับร้อยตัวกระโดดเล่นน้ำกลางอ่าวสัตหีบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “ไต๋ยุทธ สัตหีบ” ได้เผยแพร่ภาพและคลิปฝูงปลาทูน่าจำนวนมากกว่า 100 ตัว กระโดดโชว์ตัวเหนือผิวน้ำอย่างสวยงาม บริเวณทะเลอ่าวสัตหีบ ใกล้เกาะคราม พร้อมข้อความระบุว่า “ทูน่าเกาะครามเดือดมาก เหลือแต่จะโดดขึ้นเรือ ” จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม นายยุทธนา ใจกว้าง หรือ “ไต๋ยุทธ สัตหีบ” ซึ่งเล่าว่า วันดังกล่าวได้ออกเรือไปตกปลากับกลุ่มเพื่อน เมื่อมาถึงบริเวณใกล้เกาะครามก็พบฝูงปลาทูน่าจำนวนมากกำลังกระโดดเล่นน้ำอย่างคึกคัก จึงขับเรือเข้าไปสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้ ไต๋ยุทธเผยว่า ตลอดช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา เริ่มพบปลาทูน่าจำนวนมากในทะเลอ่าวไทยฝั่งสัตหีบ โดยมักพบในหลายจุด ทั้งสัตหีบ แสมสาร และยังมีฝูงที่เคยพบข้ามมาทางฝั่งพัทยา บริเวณเกาะริ้น สะท้อนให้เห็นว่าทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์   พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการเรือตกปลา นักท่องเที่ยว และชาวประมงให้ร่วมกันเคารพเขตหวงห้ามและเขตห้ามทำการประมง รวมถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบระบบนิเวศ เช่น การวางอวนหรือทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ต้องห้าม เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่ต่อไปอ่านต่อ...

“เหนือ-อีสาน-ตะวันออก” เย็นลง “กรมอุตุ”เตือน!ใต้มีฝนเพิ่มถึงหนัก อ่าวไทยคลื่นสูง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

“กรมอุตุฯ”เตือนพื้นที่ภาคเหนือ ,กลาง,ตะวันออก,เขตปริมณฑลและ กรุงเทพมหานคร อากาศเย็นลง อุณหภูมิลดลง 2-4 องศา ส่วนภาคอีสาน อากาศหนาว อุณหภูมิลดลง 4-7 องศา ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ลมแรงคลื่นสูงประมาณ 2 – 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทย ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19อ่านต่อ...