“สมโภชน์” ภูมิใจเสียงประชาชนเชื่อมั่น พร้อมเดินหน้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน เป็นที่พึ่งของประชาชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ กลับมาอยู่หน้าจอช่อง 7HD ได้พักใหญ่ “คอลัมน์หมายเลข 7” ยังคงได้รับเสียงชื่นชมต่อเนื่อง “สมโภชน์ โตรักษา” เผยความ ภูมิใจ พร้อมเดินหน้าลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่ใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ต้องมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวเชิงตรวจสอบทุกมิติ โดยลงพื้นที่รับฟังทุกเสียง และติดตามทุกความคืบหน้าหลังจากนำเสนอข้อมูลข่าวสารไปแล้วผ่านทุกช่องทางของช่อง 7HD เพื่อให้ทุกเรื่องราวนั้นนำไปสู่ทางออกวิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องโดยยึดหลักกฎหมาย แนวทางนี้จะเกิดประโยชน์และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ การกลับมาของ “คอลัมน์หมายเลข 7” ทางรายการ “ห้องข่าวภาคเที่ยง” ทุกวันจันทร์อ่านต่อ...
พนักงาน ธ.ก.ส. รวมพลังแต่งดำ-คาดผ้าเขียว ชู “#Save ธ.ก.ส.” ยื่น 8 ข้อเรียกร้องถึง “เอกนิติ” จี้พักงาน “ฉัตรชัย ศิริไล” เปิดทางสอบปมบริหารอ่านต่อ...
“วัดอโศการาม” จังหวัดสมุทรปราการ ขอเชิญศรัทธาญาติโยมร่วมบุญเขียนแผ่นทอง และ เททองหล่อหลวงพ่อทรงธรรม รวมทั้งร่วมสร้างบารมีครั้งใหญ่ในพิธีหล่อรูปเหมือนพ่อแม่ครูอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน ณ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ในวันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. สำหรับวัดอโศการาม เป็นวัดที่สร้างโดยท่านพ่อลี ธมฺมธโร หรือ พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ ปฐมเจ้าอาวาส วัดอโศการาม ซึ่งเป็นพระสุปฏิปันโนในปฏิปทาของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งปฏิปทาในการจัดพิธีหล่อพระนั้น เคยมีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่งถามท่านพ่อลีว่า “ในเมื่อเป็นพระกัมมัฏฐาน ดำเนินในปฏิปทาของ “ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” แล้ว ทำไมท่านจึงชอบนำพาเหล่าบรรดาญาติโยม จัดงานบุญงานกุศลสร้างพระอยู่เป็นประจำ ไม่มุ่งเน้นพาเหล่าบรรดาญาติโยมให้ปฏิบัติภาวนาล่ะ? ท่านพ่อลีท่านได้ตอบท่านเจ้าคุณรูปนั้นว่า เกล้ากระผม ทำนาไม่ได้เอา “ข้าว” อย่างเดียว “แกลบ” (มรรคผล) ผมก็เอา , “รำ” (เนกขัมมบารมี ) ผมก็เอา, “ฟาง” (บุญกุศล) ผมก็เอาขอรับ เพราะในบุคคลทั้งหลายย่อมมีนิสัยวาสนาและบุญบารมีธรรมที่สั่งสมอบรมมามากน้อย ต่างกันไม่เท่าเทียมกัน ครั้นถ้าท่านพ่อลีจะมุ่งเน้นสอนแต่ “การภาวนา” […]อ่านต่อ...
บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด ผู้ผลิตและผู้นำด้านการจัดการเรื่องน้ำแบบครบวงจร สร้างอีกหนึ่งความภาคภูมิใจกับผลงาน DOS WIDERO ผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำ ภายใต้แบรนด์ อ่านต่อ...
Synology ชี้สถาบันการศึกษาไทยกำลังเผชิญ 3 ความท้าทายสำคัญจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูล ได้แก่ ต้นทุนการจัดเก็บที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการควบคุมและรักษาอธิปไตยเหนือข้อมูล และความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ โดยเฉพาะแรนซัมแวร์ ซึ่งอาจทำให้ระบบทะเบียน การเรียนออนไลน์ ฐานข้อมูลนักศึกษา และงานวิจัยหยุดชะงัก พร้อมเสนอให้ผู้บริหารยกระดับ Data อ่านต่อ...
ห้วยใหญ่” กลายเป็นชื่อที่ผู้คนทั้งประเทศรู้จัก! เป็นหนึ่งใน 8 ตำบลของอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มี 13 หมู่บ้าน เนื้อที่ 153 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 95,652 ไร่ ตัดแบ่งเป็นเขตเมือง ชุมชนคนอยู่อาศัย 10,000 ถึง 15,000 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรม เรือกสวนไร่นา ปศุสัตว์ 57,500 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นผืนป่า,ป่าชุมชน,ป่ารกร้าง,อ่างเก็บน้ำ,ห้วยหนอง คลองบึง และภูเขา ราว 25,000 – 28,000 ไร่ แยกแยะให้เห็นกายภาพทางภูมิศาสตร์ของ “ห้วยใหญ่” ภาพจำวันนี้ กลายเป็นพื้นที่โจษขาน… “สุสานคนหาย ” ฝังดิน นั่งยาง ถ่วงน้ำ แขวนคอ ในช่วงนับสิบปีที่ผ่านมา เจอครบทุกเวอร์ชั่น! ทุกเคสทุกรายกลายเป็น “ศพไร้ญาติ” แต่ละคดีส่วนใหญ่ “ไม่คืบ” สุดท้าย “ความจริง”มักถูกฝังเงียบกลบหาย ไปพร้อมกับศพนิรนามในหลุมเดียวกัน! แจ้งความคนหาย มักกลายเป็น “คดีเกียร์ว่าง!” ฟังจากพยานที่เริ่มกล้าออกมาแฉ…“ไอ้ป๋อง ซาตานทมิฬ” โหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา คดีหลุมดำ 5 ศพ ในท้องที่รับผิดชอง สภ.ห้วยใหญ่ พยานคนสำคัญ คืออดีตสาวทอม เมื่อ 7 ปีก่อน ถูกหลอกไปกักขังทรมาน ล็อกกุญแจมือติดเตียงนอน “ล่วงละเมิด” ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน นานร่วม 4 เดือน เคยโดนไอ้ป๋องฆาตกรเลือดเย็น ใช้ปืนจ่อหัว บังคับให้กระโดดลงหลุมที่ขุดไว้รอ ขู่จะฝังทั้งเป็น ใกล้จุดฝังหลุมดำ 5 ร่าง หลังพยายามหลบหนี “ มึงรู้ไหม? กูฝังมาเป็นร้อยศพแล้วแถวนี้ ” คำว่าแถวนี้ ที่ออกจากปากฆาตกรโหด คือบริเวณพื้นที่รกร้าง “ป่าช้าเก่าทุ่งหลวง” ห่างจากถนนเส้น “นาจอมเทียน-มอเตอร์เวย์มาบตาพุด”ราว 200 เมตร เป็นผืนดินแปลงเดียวกับที่ฝังร่าง 2 พี่น้องชาวรัสเซีย รวมทั้ง สามพ่อแม่ลูก! นับว่าเป็น “โซนอันตราย” กลายเป็นสุสานมรณะของร่างนิรนามไร้ลมหายใจ เจอมาแล้วนับไม่ถ้วน สภาพพื้นที่ เป็นเนินเขาป่ารกร้าง สลับทุ่งหญ้าคา เรียกว่า “เนินทุ่งหลวง” ท้องที่หมู่ 9 ตำบลห้วยใหญ่ อยู่ใกล้กับแยกชากแตง ทางเข้าเป็นถนนดิน เส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว ผู้คนผ่านน้อย กลางคืนมืดมิด ไม่มีกล้องวงจรปิด สักตัวเดียว จึงกลายเป็น “โลเคชั่นสยอง”ของคดีฆาตกรรมอำพราง คนร้ายล่อลวงบังคับเหยื่อเข้าไปใน “คิลลิ่งโซน”แล้วสังหารโหดเหี้ยม อย่างแก๊ง “ไอ้ป๋องทมิฬ” กับพวก กระทำต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์ ในอีกมุม หรือไม่ก็ถูกฆ่าจากที่อื่น แล้วชำแหละศพยัดกระเป๋า,ใส่กระสอบ,ถุงปุ๋ย,ถุงดำ,ใส่ถังโบกปูนทับ นำมาโยนทิ้ง หรือถ่วงน้ำ จุดพบศพซ้ำๆซากๆ รูปแบบประทุษกรรมของคนร้าย คล้ายคลึงกันหลายคดี ที่เจอบ่อยในอ่างเก็บน้ำ บ่อดิน ป่าหญ้าใกล้ถนนสายรอง เพราะทิ้งอำพรางแล้วเผ่นได้ไว! ทางหนีทีไล่ ถนนตัดเป็นใยแมงมุม! ออกไปทาง ถนนสาย 331 ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ก็ง่าย หรือ หนีไปทางถนน “สุขุมวิท”ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข3 หรือลัดเลาะตัดเข้าทางด่วน “มอเตอร์เวย์ สาย7” เท่าที่เจอร่างเหยื่อไร้ลมหายใจ ทั้งรู้ตัวและนิรนาม ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องเล่าขาน ตำนานป่าห้วยใหญ่ “สุสานศพนิรนาม” ที่ฟังแล้วขนหัวลุก ศพบนดินอ่านต่อ...
เอกสารชี้แจงชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน โครงการ e-Commerce และ Live-Commerce เพื่อ อ่านต่อ...
ปชป.รับเรื่องร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งข้อสังเกตกระบวนการคัดเลือกโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม SME วงเงินรวม 994 ล้านบาท อ้างพบข้อพิรุธหลายประเด็น ทั้งการใช้เกณฑ์ประเมิน การดำเนินการระหว่างอุทธรณ์ และการคุกคามผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ รมว.อว. สั่งรวบรวมข้อเท็จจริง ด้าน สสว. ยืนยันดำเนินการตามระเบียบและปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยศิลปากรเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงินรวม 994 ล้านบาท นายกรณ์กล่าวว่า พรรคไม่ได้คัดค้านการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่เห็นว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากควรอยู่บนหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันได้รับความเป็นธรรม โดยข้อร้องเรียนที่ได้รับมีประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าอาจไม่เป็นไปตามหลักการแข่งขันที่เป็นธรรม โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ อ่านต่อ...
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปคดีฆาตกรรม 5 ศพในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า พยานหลักฐานมีความชัดเจน สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลักและผู้สนับสนุนได้ พร้อมสั่งการให้ตำรวจทำสำนวนอย่างรัดกุม ปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า จากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พบว่าขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย และมีผู้สนับสนุนอีกหลายราย โดยเชื่อว่าหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นพบความเชื่อมโยงระหว่างคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย กับคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีก รวมถึงเครือข่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่น นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยระบุว่า ไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็น “คดีนักท่องเที่ยวถูกฆ่า” เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี เดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำ และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในไทย ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามา พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความปลอดภัยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ไม่ใช่ภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยของประเทศ นายอนุทินยังกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยจะไม่ให้มีการประกันตัว และสั่งการให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนอย่างรัดกุม เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายทุกประการ ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ […]อ่านต่อ...
ชาวบ้านเดือดตะโกนด่าทั้งโรงพัก เจ้าตัวไม่สลด แถมหันจ้องเขม็ง จากคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความหวาดผวาไปทั่วจังหวัดชลบุรี หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีอุ้มฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย ประกอบด้วย นายฑณา หรือ “ป๋อง”, นายธงชัย หรือ “ธง”, นายชัชนันท์ หรือ “ฟลุ๊ค” และ นายอัษฎางค์ หรือ “บอล” ซึ่งภายหลังการสอบสวน ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า เคยร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมพ่อ แม่ และลูก รวม 3 ศพ เพื่อชิงรถกระบะ ทำให้คดีนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี และต้องการเห็นหน้าผู้ต้องหาด้วยตนเอง ระหว่างเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถควบคุม […]อ่านต่อ...
