“เคทีซี” โชว์กำไร Q3 โต 1.7% สวนกระแสศก.ชะลอ
เคทีซี รับมือเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรอบคอบ รักษาอัตราการเติบโตของกำไรและพอร์ตสินเชื่อมั่นคง พร้อมเปิดเกมรุกธุรกิจใหม่ “นายหน้าประกันภัย” เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ย้ำแนวทางดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวลง และอาจส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2569 จากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่กดดันภาคการส่งออกและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและการขยายตัวของสินเชื่อในระบบชะลอลง
อย่างไรก็ตาม เคทีซียังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดี โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2568 จำนวน 1,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 9 เดือนอยู่ที่ 5,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก โดยรายได้รวมในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 6,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2%
ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4.0% จากการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เคทีซีมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 106,913 ล้านบาท ขยายตัว 0.7% จากปีก่อน โดยมีฐานสมาชิกรวมทั้งสิ้น 3,608,017 บัญชี แบ่งเป็นสมาชิกบัตรเครดิต 2,903,481 บัตร เพิ่มขึ้น 5.3% และสมาชิกสินเชื่อบุคคล 704,536 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.5%
ส่วนปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 219,572 ล้านบาท เติบโต 3.8% ขณะที่พอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 69,451 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 35,836 ล้านบาท เติบโต 3.0% โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.15% และ NPL สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.40% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทลูก “กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง” (KTBL) ซึ่งเคทีซีได้หยุดปล่อยสินเชื่อตั้งแต่สิงหาคม 2566 ปัจจุบันมีมูลค่าลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 1,627 ล้านบาท ลดลง 28.8% โดยบริษัทมุ่งเน้นบริหารจัดการหนี้และควบคุมคุณภาพพอร์ตที่เหลืออยู่
นางพิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า เคทีซีได้เริ่มเดินหน้าธุรกิจใหม่ด้าน “นายหน้าประกันภัย” ทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต หลังได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยอยู่ระหว่างเตรียมงานและสร้างพันธมิตรกับบริษัทประกันชั้นนำ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางของเคทีซีในเร็ว ๆ นี้
“เราจะใช้จุดแข็งของเทคโนโลยีและฐานสมาชิกที่แข็งแกร่ง เพื่อพัฒนาการให้บริการด้านประกันภัยที่ตรงใจและเข้าถึงได้ง่าย โดยเริ่มจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของเคทีซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่อย่างยั่งยืน” นางพิทยากล่าว
ด้านฐานะการเงิน เคทีซีมีเงินกู้ยืมรวมทั้งสิ้น 55,655 ล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ยืมระยะยาว 70% และระยะสั้น 30% อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 1.51 เท่า จาก 1.78 เท่าในปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดพันธะหนี้สิน (Debt Covenants) ที่ 10 เท่า สะท้อนความยืดหยุ่นทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับการขยายธุรกิจและความผันผวนของเศรษฐกิจในอนาคต
ทั้งนี้ เคทีซียังมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือที่ยังไม่เบิกใช้รวม 25,990 ล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดในไตรมาส 4 ปี 2568 มีเพียง 4,000 ล้านบาท แสดงถึงสถานะสภาพคล่องที่มั่นคงและความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำมาก
“แม้เศรษฐกิจในช่วงปลายปีจะยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่เคทีซีเชื่อมั่นในศักยภาพขององค์กรและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง เราจะเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างรอบคอบภายใต้หลักการบริหารความเสี่ยงและความรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”นางพิทยาทิ้งท้าย
