วุฒิสภา หนุน “ปลดล็อก” เกาะช้าง-เกาะกูด พ้นกฎอัยการศึก-ผุดไอเดีย “เที่ยวคนละครึ่ง” – ลดค่าไฟ – พักดอกเบี้ย แก้วิกฤตท่องเที่ยว 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 ที่อาคารรัฐสภา นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการประกาศกฎอัยการศึกในทุกอำเภอของจ.ตราด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการมาเที่ยวเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก เนื่องบริษัทประกันภัยไม่รับทำประกันในพื้นที่กฎอัยการศึก จนเกิดความเสียหายมากถึง 700 ล้านบาท
โดยที่ประชุมได้เชิญหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงประกอบด้วย ผู้แทนปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ , ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ,ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนจากประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 7 จังหวัด ชายแดนไทย – กัมพูชา
นายวราวุธ คำพานุช ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.สระแก้ว กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเหมือนโดนหมัดน็อกแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งการยกเลิกห้องพัก, การประชุมสัมมนา, และอีเวนต์ต่างๆ ถูกเททิ้งทั้งหมด ซ้ำร้ายสถานทูตหลายประเทศยังออกประกาศเตือนพลเมืองไม่ให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ สร้างภาพลักษณ์ที่อันตรายและไม่ปลอดภัย
”ทุกวันนี้เรายังตอบนักท่องเที่ยวไม่ได้เลยว่าตรงไหนเที่ยวได้ ตรงไหนปลอดภัย เพราะข้อมูลจากภาครัฐก็ไม่อัปเดต นักท่องเที่ยวหาย รายได้หด แต่รายจ่ายเท่าเดิม ผู้ประกอบการต้องแบกหนี้สินที่พอกพูนมาตั้งแต่ยุคโควิด มาเจอวิกฤตชายแดนซ้ำอีก “ นายวราวุธ กล่าว
ผลกระทบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงแรมขนาดใหญ่ แต่ลามไปถึงเส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไกด์ท้องถิ่น ,รถรับจ้าง, รถเช่า , ร้านอาหาร, ร้านขายของชำ , สถานบันเทิง, ร้านนวดสปา , ผู้ประกอบการโฮมสเตย์, OTOP และวิสาหกิจชุมชน
ด้านนางมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด ย้ำว่า สภาพคล่องของผู้ประกอบการตอนนี้เข้าขั้นวิกฤต และแม้จะเข้าใจว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกเป็นเรื่องของความมั่นคงที่ภาคเอกชนไม่อาจก้าวล่วง แต่รัฐบาลต้องมีมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ จ.ตราด ที่เคยสร้างรายได้ให้ประเทศถึงปีละ 20,000 ล้านบาท จึงได้เสนอมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 11 ข้อ ดังนี้
1. จัดโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” สำหรับ 7 จังหวัดชายแดนเป็นกรณีพิเศษ
2.จัดมหกรรมท่องเที่ยว ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เพื่อเปิดพื้นที่ขายสินค้า
3 ลดหย่อนภาษี สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในพื้นที่
4.ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
5. จ้าง Influencer ชื่อดัง (ผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป) โปรโมตพื้นที่
6.พักชำระหนี้และยกเว้นดอกเบี้ย ให้ผู้ประกอบการ
7.ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ระยะสั้น 6 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่อง
8. ลดค่าไฟฟ้า ให้ผู้ประกอบการในช่วงประกาศกฎอัยการศึก
9.จัดสรรงบพิเศษ จากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
10.ยกเว้นการส่งเงินสมทบประกันสังคม ของนายจ้าง (แต่ลูกจ้างยังได้สิทธิ์)
11. ขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐ จัดกิจกรรม สัมมนา ดูงานในพื้นที่ เช่น จัดกิจกรรมโรดโชว์, กิจกรรมส่งเสริมการตลาด , กิจกรรมจัดกีฬาเดิน-ปั่น-วิ่ง-ไตรกีฬาในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทยกัมพูชา
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลควรพิจารณายกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ที่ไม่ใช่จุดปะทะโดยตรง เช่น เกาะช้าง และเกาะกูด เพื่อปลดล็อกปัญหาด้านการประกันภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมทั้งจะผลักดันข้อเสนอทั้ง 11 ข้อ เสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อให้พิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วนที่สุด ก่อนที่ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง.
