คริส เวลส์ ‘วอลโว่ ไทย’สำเร็จเกินคาด
ยอดขาย EV พุ่งทะยานเป็นประวัติการณ์
อาจเรียกได้ว่า เป็นค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายแรกๆ ที่ก่อนหน้านี้ เคยประกาศปรับทิซทางการผลิตรถยนต์ของค่าย ด้วยการยุติการผลิตรถยนต์สันดาปทั้งหมด และหันมาผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV เพียงอย่างเดียว ภายในปี 2030 .ซึ่งล่าสุด ถือเป็นข่าวดี เมื่อ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ออกมาประกาศความสำเร็จ หลังจากที่พบว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และทำลายยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ที่ทำสถิติสูงสุด
ภาพรวมยอดขาย วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย
ในการประกาศความสำเร็จ ของภาพการเติบโตสำหรับวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดเผยให้เห็นว่า การเติบโตของแบรนด์รถยนต์หรู ยังคงมียอดขายที่โตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเกิดจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถทำสถิติสูงสูง คิดเป็นสัดส่วนร้อย 80 ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวมในปี 2024 ที่ผ่านมา และยังถือได้ว่า เป็นการเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับปก่อนหน้าถึง ร้อยละ 24
“ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า fully electric มีสัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยเป็นสัดส่วนสูงสุดที่เคยมีมาตั้งแต่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้า fully electric ในปี 2022 โดยเฉพาะ รถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนส่งผลให้ยอดขายของรถยนต์ รุ่นนี้ มีสัดส่วนยอดจำหน่ายสูงถึงร้อยละ 40” ตามการเปิดเผยรายงาน ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โตไม่แพ้กัน
นอกจากนี้ Volvo EC40 และ EX40 ยังเรียกว่า มียอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนเท่ากันอยู่ที่ ร้อยละ 20 ขณะที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ก็มีสัส่วนยอดขายรวมอยู่ที่ ร้อยละ 20 นำโดยรถสไตล์เอสยูวี รุ่นยอดนิยม อย่าง Volvo XC60 และ XC90 ที่ยังคงสร้างความสนใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ในรายงานที่เปิดเผย ยังบอกด้วยว่า รถยนต์มือสอง ของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ก็ถือว่า ทำยอดการเติบโตได้ไม่แพ้กัน โดยรถยนต์ของวอลโว่มือสอง ไมล์น้อย และคุณภาพดี อาทิ Volvo Selekt Approved Used Cars มียอดขายโตขึ้นถึงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2023 ที่ผ่านมา
ภูมิใจกับผลลัพธ์
คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ ประเทศมาเลเชีย เปิดเผยถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกภูมิใจกับผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์วอลโว่ และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค”
กรรมการผู้จัดการ ฯ บอกด้วยว่า แม้ว่าความท้าทายจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น “แต่ยังเรียกว่าช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของเรา อีกด้วย โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2025 จะต้องโตขึ้นอีกอย่างน้อย ร้อยละ 5 เพราะเราเชื่อว่า ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอทั้งในส่วนของรถไฟฟ้า fully electric และรถปลั๊กอินไฮบริด จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต อีกทั้งความพรีเมียมของแบรนด์ที่ทำให้ วอลโว่ คาร์ แตกต่าง และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ประกาศเป้าหมายปี 2025
ไม่ใช่แค่ความสำเร็จ ของปีที่ผ่านมาเท่านั้น ผู้บริหาร วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต “เรายังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่”
สานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในปี 2025
นอกจากนี้ ในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้วางเป้าหมายเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าในอนาคต
“เริ่มในไตรมาสแรกของปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์เอสยูวี รุ่นเรือธงอย่าง Volvo EX90 ให้แก่ลูกค้า ซึ่ง EX90 นำเสนอนิยามบทใหม่ของเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยของ วอลโว่ คาร์ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปในการประมวลผล ผ่านการทำงานของซอฟ์แวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ความปลอดภัย, การเชื่อมต่อ และข้อมูล บนแพลตฟอร์มที่สามารถอัพเกรดเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง” กรรมการผู้จัดการ กล่าว
เตรียมพร้อมเปิดตัว Volvo EX90
นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้วางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า fully electric รวมถึงรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเท่านั้นในอนาคต “ในแง่ของการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้วางแผนในการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) แห่งใหม่ พร้อมวางแผนการขยายบริการ Volvo Mobile Service ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความนิยมของลูกค้าที่สนใจรับบริการเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นบริการที่มีความสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถรับบริการได้จากที่บ้านหรือสถานที่ที่นัดหมาย ประหยัดเวลาการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอุ่นใจว่าช่างที่มาให้บริการได้รับการอบรมตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์”
จัดตั้งศูนย์ซ่อมแบตเตอร์รี่
กระนั้นก็ตาม เนื่องด้วยความเข้าใจในสภาวะของตลาด และเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ “วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ รวมถึงเปิดบริการ SMART Repair Service ซึ่งเป็นการบริการซ่อมความเสียหายขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่เกิดขึ้นกับตัวรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของวอลโว่ แทนที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชิ้น ซึ่งการซ่อมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน และมีราคาประหยัด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ เพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้องการนำเสนอให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกคน” ผู้บริหาร วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย
——————————————


