อุตฯสปา ขาขึ้น ‘divana’เปิดงบลงทุนจัดเต็ม 100 ล.
ถือเป็นผู้นำด้านธุรกิจ Luxury Spa แบรนด์ไทยหนึ่งเดียว ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับ “divana” ซึ่งเปิดดำเนินธุรกิจมานานกว่า 25 ปี โดยล่าสุด ได้เปิดแผนธุรกิจของปี 2568 ด้วยการตั้งงบลงทุนแบบจัดเต็ม พร้อมลุยเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 2 สาขา รวมถึงร้านค้าปลีกเครื่องหอมรักษ์โลกสัญชาติไทยเกรดพรีเมี่ยม ที่พร้อมจะเป็นตัวผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ควรามยั่งยืน
จากลูกเรือสายการบิน สู่ ซีอีโอธุรกิจสปาชั้นนำ
ก่อนอื่นเลย ไปทำความรู้จักกันก่อนว่า “divana” เกิดขึ้น และกลายเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในระดับสากล อย่างทุกวันนี้ ได้อย่างไร โดยจุดเริ่มต้นของ “divana” เริ่มจาก ชายหนุ่ม 2 คน ซึ่งเวลานั้น ทำงานเป็นลูกเรือของสายการบินสวิสแอร์ ซึ่งทำให้ได้เห็นธุรกิจสปาที่นั่น และอีกหลายประเทศ “ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเกิดเป็นธุรกิจของเราได้ ซึ่งปีนั้น เป็นที่เกิดเหตการณ์ 9/11 และต้องบอกก่อนว่า ธุรกิจสปา ไม่ได้เป็นธุรกิจเดียวที่เราเริ่มตอนนั้น เพราะธุรกิจสปา ใช้เงินเยอะจริงๆ โดยเราใช้เงินเก็บที่ได้จากการทำงาน มาลงทุนเพื่อก่อตั้งธุรกิจขึ้นมา” คุณพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีวานา เวลเนส จำกัด ผู้นำธุรกิจให้บริการ Luxury Spa เล่าให้ฟัง
คาด ธุรกิจสปาปี 2568 โตแรง
คุณพัฒนพงศ์ เล่าด้วยว่า ตลอด 25 ปี ในการเดินทางของ divana นั้นเต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ที่มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจยกระดับมาตรฐานความน่าเชื่อถือของศาสตร์นวดแผนไทย สู่บริการสปาแบบครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญและคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องหอม สู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สอดคล้องกับปรัชญาของ divana เพื่อเพิ่มคุณค่า ที่นำไปสู่การมีชีวิตอย่างยั่งยืน “จากข้อมูล Global Wellness Institute (GWI) ซึ่งเปิดเผยถึงเทรนด์ อุตสาหกรรมสปา โดยคาดการณ์กันว่า ในปี 2568 เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลก (Global Wellness Economy) จะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 230 ล้านล้านบาท รวมถึง ยังคาดการณ์อีกด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2563-2568 ธุรกิจสปาจะมีการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่อัตรา 17.2% ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเติบโตเฉลี่ยที่อัตรา 20.9% ขณะที่ ประเทศไทย ซึ่งมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศ และ ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ‘ จะกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุน ซึ่งสอดรับกับการเดินหน้าสู่ Medical Hub ของไทย”
“divana ของเราได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีสินค้าใหม่เปิดตัวอย่างสม่ำเสมอ รวมถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มาตอบโจทย์เทรนด์ Wellness ซึ่งได้รับความนิยมทั้งในไทยและทั่วโลก โดยคาดว่าธุรกิจสปาเติบโตตามภาวะปกติของเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามามากขึ้น”
จัดกลุ่มธุรกิจ divana
วันนี้ ธุรกิจหลักของ divana ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจ Luxury Spa ที่ปัจจุบันได้เปิดให้บริการรวมแล้ว 6 สาขา ซึ่งอยู่ภายใต้แบรนด์ divana Scentuara spa, divana Divine spa, divana Virtue spa, divana Nurture spa โดยตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วน divana Lana spa อยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุดที่เปิดขึ้นมาคือ divana Anda spa ตั้งอยู่ที่ ลากูนา ภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Sustainability is the new luxury’
ส่วนธุรกิจที่ 2 เป็นธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องหอม ภายใต้แบรนด์ “divana” โดยมีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 20 สาขา ผ่านช่องทางจำหน่าย สาขาหลัก (Flagship Store) ที่ Emsphere และร้านค้าปลีก (Concept Store) ที่ Central World, Icon Siam, King Power รวมถึงจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า ที่ Paragon, Emporium, Central โดยมีรายการผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องหอมกว่า 200 SKUs อาทิ เทียนหอม (Scented Candle), ก้านไม้หอมปรับอากาศ (Room Diffuser), ออยล์ทาตัว (Body Oil), น้ำมันอโรมา (Essential Oil) รวมถึงครีมทามือ (Hand Cream) และน้ำมันนวด (Massage Oil) ที่การันตียอดขายสูงสุดอันดับต้นในตลาด
และเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกในการพักผ่อน ของทุกคน ซีอีโอ ยังบอกด้วยว่า ทางบริษัท ยังมีธุรกิจต้นแบบ dii wellness med spa และธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่อ “divana Signature Café” ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว 3 สาขา ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต รวมถึง ยังมี ธุรกิจโรงเรียนสอนการนวดแผนไทยและสปา ภายใต้แบรนด์ “divana innovative academy” ที่จะมาให้ความรู้และอบรมบริการนวดและสปาแก่พนักงานเธอราปิสต์ ตามหลักสูตรมาตรฐาน divana เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัท และยกระดับมาตรฐานบริการด้านสปาครบวงจร
ตั้งงบลงทุน 100 ล้านบาท
ด้าน คุณธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง divana ผู้บริหารคนสำคัญอีกหนึ่งท่าน ยังได้เปิดเผยถึง แผนการดำเนินธุรกิจ divana ด้วยว่า ในปี 2568 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 100 ล้านบาท “โดยทางบริษัทมีแผนเปิด Luxury Spa เพิ่มขึ้นอีก 2 สาขา ทั้งที่ พัทยาและเชียงใหม่ จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 6 สาขา รวมถึงยังมีการวางแผนเปิดร้านค้าปลีกเพิ่มอีก 4 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 20 สาขา” พร้อมกันนี้ ผู้บริหารยังบอกด้วยว่า บริษัทยังได้วางแผนนำร่องขยายสาขาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา โดยตั้งไว้ว่า น่าจะเป็นประเทศแถบอาเซียน Middle East และจีน เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมกับลูกค้าชาวต่างชาติ โดยปัจจุบัน สัดส่วนของกลุ่มลูกค้าหลัก จะเป็นชาวต่างชาติ ประมาณ 80% ของลูกค้าทั้งหมด อาทิ ชาวเอเชีย ยุโรป และ Middle East และสัดส่วนคนไทย จะคิดเป็น 20%
เป้าหมายการเติบโต
ส่วนเป้าหมายการเติบโตของบริษัท ในปี 2568 คุณธเนศ กล่าวว่า “เราได้ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตอยู่ที่ 100% หรือโตประมาณ 1 เท่าตัว หรือคิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 600 ล้านบาท จากปี 2567 ที่เคยทำไว้ได้ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้ จะมาจากแผนขยายสาขาใหม่ และการบริหารต้นทุนสู่ความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมาย 3 ปี บริษัทจะลดการใช้พลาสติกและเพิ่มสัดส่วนของวัสดุที่ยั่งยืนในผลิตภัณฑ์”
คุณค่าแห่งความยั่งยืน
“divana มุ่งมั่นในการทรานส์ฟอร์มแบรนด์สู่ความเป็น Sustainable Luxury หรือ การสร้างคุณค่าแห่งความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผ่าน 3 คุณค่าาหลักได้แก่ สุขภาพ (Wellness) ธรรมชาติ (Natural) และการบริการ (Hospitality) ซึ่งจุดมุ่งหมายของ divana คือ Longevity Life การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainable) ครอบคลุมทุกมิติ divana โดยมองว่า “Longevity” ไม่ได้หมายถึงแค่การมีอายุยืนยาวเพียงอย่างเดียว แต่ยังประกอบด้วย ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่สมดุล งดงาม และมีคุณค่า พร้อมดูแลโลกใบนี้ให้ยั่งยืน และที่กล่าวมานี้ ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทต่อไป ที่เราจะก้าวไปด้วยกัน 25 Years of divana – The Phenomenon of Scents From Massage to Spa, From Spa to Wellness, From Wellness to Longevity” คุณธเนศ กล่าว

