ฉัตรพล ศรีประทุม “ระดมทุน” สู่การฟื้นตัวเพื่อก้าวต่อไป
เป็นที่ทราบกันดีว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA (Energy Absolute Public Company Limited) เป็นหนึ่งในบริษัทธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ที่เคยประสบปัญหากระแสเงินสดช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อน ติดลบกว่า 1,700 ล้าน ทว่า วันนี้ ปัญหาที่ว่านี้ กำลังได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น ท่ามกลาวสัญญาณบวก ที่คาดการณ์ว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กระแสเงินสดของบริษัท แข็งแกร่งมากขึ้น และพร้อมนำผลกำไร ไปปรับโครงสร้างธุรกิจที่ขาดทุน
เร่งระดมทุน เพื่อฟื้นฟูธุรกิจ
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) หรือ EA มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุม ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลม, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดหาผลิตภัณฑ์และระบบที่ใช้ในการกักเก็บและจำหน่ายไฟฟ้า เช่น ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ ธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า และรวมถึงธุรกิจประกอบยานยนต์ไฟฟ้า เช่น รถบรรทุกไฟฟ้า รสบัสไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า) “วันนี้ ทางบริษัทฯ กำลังได้รับการสนับสนุนอย่างดี จากผู้ถือหุ้นในการระดมทุน ประมาณ 7,400 ล้านบาท ผ่านการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งทางบริษัท คาดการณ์ด้วยว่า จะนำทุนที่ได้ดังกล่าว มาใช้ในการเสริมสร้างการฟื้นฟูธุรกิจ หลังจากการปรับโครงสร้างอย่างเข้มข้นภายในกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 5 เดือน ที่ผ่านมา”
ซีอีโอ กล่าวด้วยว่า เขารู้สึกยินดี ที่ได้จัดการธุรกิจ จนสถานการณ์ต่างๆ เริ่มนิ่งแล้ว “การดำเนินการจัดการแก้ไข ดังกล่าว ผ่านการตัดสินใจที่ยากลำบากบางอย่าง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมา คือ กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง เป็นบวก และการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจที่มีกำไรและปรับโครงสร้างธุรกิจที่ขาดทุน”
“เรามีธุรกิจที่ทำกำไรจากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่มีผลประกอบการเป็นบวก โดยธุรกิจเหล่านี้เมื่อนำรายได้มารวมกัน จะคิดเป็น 60% ของรายได้ EA และเกือบทั้งหมดของกำไรของเรา เราเริ่มต้นธุรกิจเหล่านี้แทบจะก่อนใครในประเทศไทย และการตัดสินใจที่มีวิสัยทัศน์นั้นกำลังให้ผลตอบแทนอย่างงดงาม ด้วยกระแสรายได้ที่มั่นคงและอัตรากำไรที่นำหน้าในอุตสาหกรรม” ซีอีโอ กล่าว
ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ หยุดการเงินไหลออก
ซีอีโอ เสริมด้วยว่า ความสำเร็จของธุรกิจทั้งหมดนี้ ถูกหักล้าง ด้วยธุรกิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และ ธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่ “ที่ผ่านมา เราต้องประสบกับภาวะขาดทุน ซึ่งทำให้กระแสเงินสดภายในบริษัทฯ ถูกดูดออกไป โดยเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่ว่านี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เราต้องตัดสินใจดำเนินงาน ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจของเราใหม่ ด้วยการหยุดธุรกิจประกอบยานยนต์ไฟฟ้าชั่วคราว รวมถึง ปรับลดขนาดธุรกิจแบตเตอรี่ ซึ่งการตัดสินใจปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน ของทั้งสองธุรกิจนี้ ได้ช่วยหยุดการไหลออกของกระแสเงินสดในบริษัทของเราได้เป็นผลสำเร็จ”
ซีอีโอ บอกด้วยว่า เขามองเห็นศักยภาพในการเติบโต และการทำกำไรอย่างมหาศาล ทั้งในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และ ธุรกิจแบตเตอรี่ แต่ก็มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของบริษัท พร้อมๆ กับการสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนักลงทุนขนาดใหญ่ในตลาดโลก ที่อยู่ในภาคธุรกิจเหล่านี้ “ซึ่งนั่น จะช่วยให้เรา มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และสามารถขยายตลาดไปยังนอกประเทศไทยได้ นอกจากนี้ เราจำเป็นต้องใช้เงินทุนของเราให้น้อยลง ในภาคธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเวลาจำกัดในการคืนทุน เราได้ลงมือเดินหน้าขับเคลื่อนตามกลยุทธ์นี้แล้ว ซึ่งจะทำให้เรามีความคล่องตัวและฟื้นกลับมารับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น“
เตรียมมผลิตยานยนต์ประเภทพิเศษ
ทั้งนี้ตามรายงาน ที่นายฉัตรพลเปิดเผบ ระบุว่า EA กำลังจัดตั้งการร่วมทุนกับหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ประเภทพิเศษรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ในการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าประเภทพิเศษ โดยบริษัทร่วมทุนที่ว่านี้ คือ Chengli Special Automobile Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกรถประเภทพิเศษมากกว่า 30,000 คัน ไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่ ในบันทึกข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกับ EA ในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีการตกลงกันว่า ยานยนต์จะถูกประกอบในโรงงานประกอบของ EA ที่มีพื้นที่ขนาด 65,000 ตารางเมตร (80 ไร่) ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีความสามารถในการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 3,000 – 9,000 คันต่อปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของยานยนต์ประเภทพิเศษที่ผลิต โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตในเดือนเมษายน 2568 ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าที่โรงงานเราจะประกอบมีทั้ง รถพยาบาล รถขยะ และรถกระเช้า ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทพิเศษเหล่านี้จะถูกประกอบขึ้นในประเทศไทยในระดับอุตสาหกรรม และการร่วมทุนนี้ คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับรายได้ปีแรกของการดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2569
นอกจากนี้ EA ยังได้รายงานการลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งการร่วมทุนกับหนึ่งในผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับแนวหน้าของประเทศจีน ซึ่งมีฐานลูกค้าสำคัญอยู่ในตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยการร่วมทุนนี้จะเป็นการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และจะเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่แรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แบตเตอรี่เหล่านี้จะถูกใช้งานหลักๆ ในด้านระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การผลิตจะดำเนินการที่พื้นที่ผลิตแบตเตอรี่ของ EA ขนาด 80,000 ตารางเมตร (91 ไร่) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจะขยายกำลังการผลิตจาก 2 กิกะวัตต์ในปัจจุบันไปเป็น 4 กิกะวัตต์ การลงนามข้อตกลงการร่วมทุนคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยจะเริ่มการจัดเตรียมสถานที่และเครื่องจักรการผลิตในปี 2568
ฟื้นความมั่นใจกลับคืนมา
กระนั้น ก็ตาม ซีอีโอ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “เรามีความยินดีที่ได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นในแผนธุรกิจที่นำเสนอ โดยได้รับการโหวตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น ถึง 99.9% ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวานนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เชื่อมั่นในการเดินหน้าตามแผนเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่ ส่วนเงินทุนใหม่ที่ได้รับ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของ EA และช่วยให้เราสามารถคว้าโอกาสที่น่าสนใจต่างๆ ในอนาคตได้ เมื่อเราเดินหน้าเข้าสู่ก้าวของการฟื้นตัว”
อย่างไรก็ดี ทางด้านบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) ยังทิ้งท้ายด้วยว่า “เงินทุนที่จะได้จากการเพิ่มทุนที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ในวันที่ 7 มกราคม 2568 นั้น หลักๆ จะถูกนำไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ธนาคารและใช้ในการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด เราหวังว่าจะลดหนี้สินจาก 58,664 ล้านบาท ลงเหลือ 52,004 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรายปีลงได้ประมาณ 300 ล้านบาทแล้ว จะช่วยปรับปรุงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้ดีขึ้นด้วย และเป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัท รวมทั้งจะช่วยในส่วนของเงินกู้ให้ได้รับเงื่อนไขที่ดีขึ้นส่งผลให้เราประหยัดดอกเบี้ยมากขึ้นด้วย“
