สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

คนไทยเอาไหม เปิดบ่อนกาสิโน

 คนไทยเอาไหม เปิดบ่อนกาสิโน

          สิ่งที่ตามมาหลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการ “ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร” หรือที่เรียกกันว่า เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์  ที่กระทรวงการคลังเสนอเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568  ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระและส่งต่อไปสู่การพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภาอีกชั้นหนึ่ง  แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังระงมพอๆกับเสียงสนับสนุนจากซีกนักการเมืองและพ่อค้าผู้ประกอบการที่เห็นดีเห็นงาม

           เพราะความที่เป็นเรื่องใหม่  เพราะการแสดงความคิดเห็นอย่างไม่รู้จริงของบางคนหรือหลายๆคนจนกลายเป็นการสร้างความสับสนให้กับคนในสังคม  มีการยกเอาปัญหาการพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในบ้านเราที่รัฐบาลกำลังคิดจะแก้ด้วยการเอาขึ้นมาบนดินให้ถูกกฎหมายแบบหวยออนไลน์   แต่มีการผูกโยงกับความคิดการเปิดกาสิโนที่มาพร้อมกับสถานบันเทิงครบวงจรที่บอกว่าจะสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ  

           ความจริงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของพรรคเพื่อไทย  เพราะในสมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีก็เคยพูดเคยศึกษา  และเมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มารับไม้ต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567  หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ คือ “ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่”  เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น สวนน้ำ สวนสนุก ศูนย์การค้า  สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหวังดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินมหาศาล

          จากนโยบายสู่ภาคปฏิบัติอย่างเร่งด่วน  มีความพยายามผลักดันให้เป็นรูปธรรมซึ่งก็รู้กันอยู่ว่าในสถาบันเทิงครบวงจรต้องมี “กาสิโน” หรือบ่อนถูกกฎหมาย เป็นแม่เหล็กหรือหัวใจสำคัญ  จึงกลายเป็นประเด็นอันหอมหวานสำหรับนักวิจารณ์ที่มีคนตระกูลชินวัตรเป็นตัวแสดงสำคัญ

          นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้ป่วยชั้น14 ที่วันนี้ทำหน้าที่ “พ่อยก”ของนางสาวแพทองธาร ทำหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในการเดินสายขึ้นปราศรัยในฐานะ “ผู้ช่วยหาเสียง” สนับสนุนผู้สมัครแข่งขันเลือกตั้งท้องถิ่นหลายจังหวัด  ได้แย่งงานโฆษกรัฐบาลในการพยายามอธิบายความเรื่องการเปิด “กาสิโน” ที่ดูเหมือนรัฐบาลเพื่อไทยมีความตั้งใจจะใช้เป็นตัวชูโรงในการขายฝันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

          อดีตนายกทักษิณกล่าวบนเวทีว่าจะทำให้เหมือนลาสเวกัสในสหรัฐอเมริกา  มีการลงทุนพัฒนาพื้นที่เป็นโรงแรมขนาด 1,000 ห้อง ที่สามารถจัดคอนเสิร์ต จัดการประชุม มีสนามกีฬา มีสวนน้ำ ฯลฯ แต่จะมีพื้นที่ไม่ถึง 10% สำหรับกาสิโนเหมือนสิงคโปร์ให้นักท่องเที่ยวมาใช้เงิน  โครงการนี้จะทำให้เกิดการจ้างงานถึง 20,000 คน อัตราเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท 

          เวลาพูดหาเสียงทักษิณอาจจะโม้ไปหน่อย  เพราะในที่ประชุมครม. กระทรวงการคลังนำเสนอข้อมูลด้านบวกว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ  จะเกิดการลงทุนจริงเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท  อาจเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5% ถึง 10% ต่อปี  กระตุ้นการใช้จ่ายช่วง low season เพิ่ม 13% ทำให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทั้งปี  รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 119,000 – 238,000 ล้านบาท  สร้างการจ้างงานได้อย่างน้อย 9,000 – 15,300 ตำแหน่ง 

          ประเด็นสำคัญที่พูดกันมากคือร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรของกระทรวงการคลังถูก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ตั้งข้อสังเกตเชิงลบว่าผู้เสนอร่างพ.ร.บ.อ่อนเรื่องกฎหมายแบบไม่ทำการบ้าน  เพราะอาจจะซ้ำซ้อนกับกฎหมายหลายฉบับที่มีอยู่  และไม่ตรงกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงเอาไว้

          ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นจาก ศ.ดร.วิชา มหาคุณ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎี คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า  เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายไม่ชัดเจน ยังคลุมเครือเหมือนนำตัวโครงการกาสิโนไปซ่อนไว้ แทนที่ว่าจะไปแก้ไขพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2547 ให้ตรงประเด็น  แต่กลัวกระแสต่อต้านจึงใช้คำว่าเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ภาษากฎหมายเรียกว่ากระบวนการอำพราง  มีเงาแห่งการทุจริตถ้าเป็นการให้สัมปทานโดยไม่มีการประมูลแบบโปร่งใส

          “บ่อนพนันหรือกาสิโนคือสถานที่ฟอกเงินอย่างดีที่สุด ซึ่งจะทำลายกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อย่างชนิดที่เรียกว่ากู่ไม่กลับ  จะมีการเอาเงินจากการค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติดเข้ามาฟอกในบ่อนให้กลายเป็นเงินถูกกฎหมายซึ่งรัฐไม่สามารถตรวจสอบได้” ศ.ดร.วิชากล่าวไว้อย่างน่าคิด

         สำหรับนักการเมืองฝ่ายค้านอย่าง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่าพรรคประชาชนไม่ได้มีปัญหาที่จะทำให้กาสิโนถูกกฎหมาย  เพียงต้องรัดกุมรอบคอบ เกิดความโปร่งใสในการประมูลใบอนุญาตแต่ละใบ รวมไปถึงการป้องกันการฟอกเงิน การบรรเทาผลกระทบปัญหาสังคมที่จะตามมา 

          ศิริกัญญากล่าวว่าพรรคประชาชนเตรียมทำการบ้านอย่างเข้มข้น ทั้งการเลือกจังหวัดที่จะตั้งกาสิโนต้องทำประชามติก่อนหรือไม่ การเตรียมการสำหรับป้องกันการฟอกเงิน การป้องกันปัญหาทุนเทาเข้ามาครอบงำ รวมถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องกำหนดกรอบให้มีความชัดเจนมากขึ้น                     

          นายกฯอุ๊งอิ๊งอ้างสิงคโปร์ว่าสร้างรายได้จากเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ซึ่งมีกาสิโนปีละกว่า 4 แสนล้านบาท  แต่แท้จริงสิงคโปร์ซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็กๆไม่ได้ร่ำรวยและเติบโตจากกาสิโนอย่างเดียว   การพัฒนาตนเองให้เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า  ต้องซื้อน้ำจากมาเลเซีย  ไม่มีธรรมชาติที่สวนงาม  ต้องสร้างน้ำตกเทียมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว  สวนพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงก็ถูกสร้างขึ้นเมื่อกว่า 100ปี  จัดแข่งขันรถF1 ในเวลากลางคืน  คนสิงคโปร์ที่ร่ำรวยทำไมอยากมาซื้อคอนโดมิเนียมที่เมืองไทย  มาเที่ยวไทย  มาเคี้ยวหมากฝรั่งที่เมืองไทยเพราะสิงคโปร์ห้ามนำเข้า ห้ามขาย ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง 

          นักธุรกิจและนักการเมืองหลายคนอ้างรอบบ้านเปิดกาสิโนดึงคนไทยไปเล่น ลาว กัมพูชา เมียนมา โกยเงินมหาศาล  แต่ทำไมคนในประเทศเหล่านี้ยังยากจนดักดาน อยู่ในบ้านตัวเองจะอดตายต้องข้ามแดนมาทำมาหากินในเมืองไทย  ถามว่าใครร่ำรวยจากกาสิโน ทุนสีเทาที่อยู่เบื้องหลัง  นักการเมืองและทหารที่คอยสนับสนุน  และคนไทยที่ไปเล่นได้เงินกลับมาไหม  หรือกลายเป็นผีพนันหมดเนื้อหมดตัว  กลายเป็นหนี้ถูกกักตัวให้ญาติพี่น้องต้องส่งเงินไปไถ่ตัว  หรือบางคนกลายเป็นศพไร้ญาติ สูญหายแบบไร้ร่องรอย หรือหลายคนกลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกส่งต่อเป็นทอดๆไม่รู้จบ   

          ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทยเพราะไม่มีกาสิโน  มาเที่ยวธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์  สาวๆทั่วโลกอยากบินมาแต่งชุดไทยถ่ายรูปกับวัดไทย  หนุ่มๆทั่วโลกอยากถอดเสื้อใส่นวมขึ้นเวทีต่อยมวยไทย  ทำไมรัฐบาลไม่สานต่อสร้างแรงจูงใจให้มากยิ่งขึ้น  แทนที่จะเปิดกาสิโนให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา  เกิดอาณาจักรรัฐซ้อนรัฐในบ่อนกาสิโนที่ตำรวจเข้าไปแทรกแซงไม่ได้

          มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ระบุว่าคนไทย 55% ขึ้นไป ไม่ต้องการให้รัฐบาลเปิดกาสิโน อีกประมาณ17-18% อยู่ตรงกลาง และราว 25-28% ที่เห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย

          แล้วคุณล่ะอยู่ตรงไหน?  อย่าเงียบให้นักการเมืองเคลมว่าเห็นด้วย

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ