ที่ดิน กทม.-ปริมณฑล Q2 ขยับ 6.2% รับดีมานด์ฟื้น พระโขนง-บางนา แชมป์ราคาพุ่ง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 440.9 จุด เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนว่าราคาที่ดินยังคงปรับตัวสูงขึ้น แม้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจะลดลง 1.8% จาก 449.1 จุด เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังการลงทุน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเดินหน้าของโครงการระบบราง แม้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะชะลอการซื้อที่ดินบางส่วนเพื่อประเมินกำลังซื้อและทิศทางเศรษฐกิจ แต่ทำเลศักยภาพยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาที่ดินในหลายพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราสูง
สำหรับพื้นที่ที่ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พระโขนง–บางนา–สวนหลวง–ประเวศ เพิ่มขึ้น 36.3% ครองอันดับหนึ่ง จากแรงหนุนของการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยและศูนย์กลางธุรกิจใหม่ รองลงมา ได้แก่ บางเขน–สายไหม–ดอนเมือง–หลักสี่–มีนบุรี–หนองจอก–คลองสามวา–ลาดกระบัง เพิ่มขึ้น 21.1%, เมืองนนทบุรี–ปากเกร็ด เพิ่มขึ้น 17.2%, สมุทรสาคร เพิ่มขึ้น 16.0% และ เมืองปทุมธานี–ลาดหลุมแก้ว–สามโคก เพิ่มขึ้น 11.8%
ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมูลค่าที่ดิน โดยเส้นทางที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสูงสุด คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต–ลำลูกกา เพิ่มขึ้น 17.6% แม้จะเป็นโครงการในอนาคต สะท้อนความคาดหวังของตลาดต่อการพัฒนาเมืองในพื้นที่ดังกล่าว
ส่วนอันดับรองลงมา ได้แก่ สายสีชมพู (แคราย–มีนบุรี) เพิ่มขึ้น 9.7%, สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม–มีนบุรี) เพิ่มขึ้น 7.4%, BTS สายสุขุมวิท และ Airport Rail Link เพิ่มขึ้นเท่ากัน 7.3% ขณะที่ สายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง) เพิ่มขึ้น 6.3% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้วและมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่า ในระยะต่อไป ราคาที่ดินในทำเลที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนและพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้การปรับขึ้นอาจไม่ร้อนแรงเหมือนในอดีต เนื่องจากผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเลือกลงทุนเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย กำลังซื้อ และมาตรการภาครัฐ จะยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดที่ดินในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569.
