แบงก์กรุงเทพ กำไรครึ่งปี 20,492 ล้าน เดินหน้าสินเชื่อรับเศรษฐกิจผันผวน
ธนาคารกรุงเทพรายงานผลประกอบการงวดครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่กดดันรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แม้รายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจบริการยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารยังคงรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน พร้อมเดินหน้าปล่อยสินเชื่อและสนับสนุนภาคธุรกิจรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ธนาคารระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ส่งผลให้ประเทศไทยมีบทบาทเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทั้งความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีการค้าระหว่างประเทศ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านการคลังของประเทศจากระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดศักยภาพในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้ว่ามาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระดับหนึ่งก็ตาม
ธนาคารกรุงเทพระบุว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธนาคารยังคงดำเนินบทบาท “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ด้วยการให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุนแก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายสาขาทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนของภาครัฐ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น SMEs Credit Boost ที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน ควบคู่กับการดำเนินนโยบายการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.46% อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อยังช่วยสนับสนุนรายได้และชดเชยผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงได้บางส่วน
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) ธุรกิจกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดทุน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง
ด้านการบริหารต้นทุน ธนาคารสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลง 6.5% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงาน (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 47.1% ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) อยู่ที่ 17,435 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน สะท้อนการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อรวม 2.68 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.3% และมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพสูงถึง 306.3% สะท้อนความแข็งแกร่งของการบริหารความเสี่ยง
ด้านสภาพคล่อง ธนาคารมีเงินรับฝากรวม 3.21 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินรับฝาก (Loan to Deposit Ratio) อยู่ที่ 83.4% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนรวมอยู่ที่ 21.4% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 16.9% ซึ่งสูงกว่าระดับขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความพร้อมในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
