สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ไทยเครดิต กำไรครึ่งปีโต 18% รุกสินเชื่อเอสเอ็มอี ดันพอร์ตแตะ 1.94 แสนล้าน

 ไทยเครดิต กำไรครึ่งปีโต 18% รุกสินเชื่อเอสเอ็มอี ดันพอร์ตแตะ 1.94 แสนล้าน

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,153.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 989.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9%

ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกของธนาคารได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 6.8% ตามการเติบโตของยอดสินเชื่อรวม ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2 มีมูลค่า 194,080.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่ม Micro SME ที่ขยายตัวถึง 13.9% หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากผลิตภัณฑ์ใหม่ “สินเชื่อ SME กล้าช่วย”

ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงการเปิด “ศูนย์ธุรกิจสินเชื่อ Micro SME Business Center” เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างครบวงจร นอกจากนี้ สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันเติบโต 9.4% และสินเชื่อบุคคลรวมถึงสินเชื่ออื่น ๆ เพิ่มขึ้น 44.9%

แม้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 9.7% จากต้นทุนการออกหุ้นกู้และการบริหารโครงสร้างเงินทุน แต่ธนาคารระบุว่าเป็นการดำเนินการตามแผนบริหารต้นทุนระยะยาว เพื่อให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต ขณะเดียวกันยังได้รับรายได้จากเงินชดเชย FIDF ภายใต้มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” และโครงการช่วยเหลือลูกหนี้จากเหตุอุทกภัยในภาคใต้เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการเพิ่มเติม

ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงยึดแนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ที่ 4.3% เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย อยู่ในระดับสูงถึง 148.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนความพร้อมในการรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ยังปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 7.1% หลังผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกของปี

โดยผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนว่าธนาคารไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายสินเชื่อเชิงปริมาณ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่ม Micro SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น โดยยังคงมั่นใจว่าสินเชื่อทั้งปี 2569 จะเติบโตในระดับเลขสองหลัก พร้อมควบคุมอัตราหนี้เสียให้อยู่ต่ำกว่า 4.5%

สำหรับกลยุทธ์ในระยะต่อไป ธนาคารจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมชูจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการพิจารณาสินเชื่อที่ประเมินทั้งมูลค่าหลักประกันและกระแสเงินสดของลูกค้า เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจฐานราก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมทางการเงินของประเทศ

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 พร้อมได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

นายรอยย์กล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความผันผวนด้านพลังงาน และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน แต่ธนาคารจะยังคงทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านการเติมสภาพคล่องและการพัฒนาสินเชื่อที่ตอบโจทย์ธุรกิจรายย่อย เพื่อช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจฐานราก และผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ