สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“เอชไอวี” เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม! เปิดสถิติ 13 จังหวัดผู้ติดเชื้อทะลุหลักหมื่น ไทยพบผู้ติดเชื้อกว่า 5.5 แสนราย ห่วงวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม

 “เอชไอวี” เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม! เปิดสถิติ 13 จังหวัดผู้ติดเชื้อทะลุหลักหมื่น ไทยพบผู้ติดเชื้อกว่า 5.5 แสนราย ห่วงวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม

เชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 2.3 หมื่นราย จุดกระแสความสนใจสถานการณ์ HIV ทั่วประเทศ

สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์จะทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป หากเข้าสู่ระบบการรักษาและรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง

หลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ติดเชื้อสะสมจำนวนกว่า 23,000 ราย ทำให้เกิดกระแสความสนใจในสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ HIV ของประเทศไทยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ยังมีชีวิตและอยู่ในระบบการดูแลรักษา ไม่ใช่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปีเดียว โดยข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขระบุว่า แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเชียงใหม่ยังอยู่ในระดับทรงตัว

ไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV กว่า 5.5 แสนราย แต่ระบบรักษาช่วยควบคุมโรคได้

ข้อมูลจากศูนย์รวมข้อมูลสารสนเทศด้านเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีของประเทศไทย (HIV Info Hub) ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 557,993 ราย

ในจำนวนดังกล่าว มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเข้าสู่ระบบแล้วมากกว่า 100% จากการคาดประมาณของระบบข้อมูล ขณะที่ผู้ติดเชื้อประมาณ 83% เข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาต้านไวรัส และประมาณ 76% สามารถกดเชื้อไวรัสได้สำเร็จ

สะท้อนให้เห็นว่า แม้ HIV ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่การรักษาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพแข็งแรง ลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน และลดการถ่ายทอดเชื้อได้อย่างมาก

เปิด 13 จังหวัด ผู้ติดเชื้อ HIV สูงเกิน 10,000 ราย

จากข้อมูลสถานการณ์ปี 2569 พบว่า มี 13 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV สะสมมากกว่า 10,000 ราย ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร 88,535 ราย
  2. ชลบุรี 31,072 ราย
  3. เชียงใหม่ 23,949 ราย
  4. เชียงราย 17,524 ราย
  5. นครราชสีมา 17,196 ราย
  6. สมุทรปราการ 16,537 ราย
  7. นนทบุรี 16,277 ราย
  8. ขอนแก่น 15,876 ราย
  9. ปทุมธานี 14,385 ราย
  10. อุดรธานี 12,073 ราย
  11. ระยอง 11,011 ราย
  12. สงขลา 10,644 ราย
  13. อุบลราชธานี 10,314 ราย

พื้นที่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายของประชากรสูง

ภาคกลางครองอันดับ 1 จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค พบว่า

  • ภาคกลาง มีผู้ติดเชื้อ 218,058 ราย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 130,233 ราย
  • ภาคเหนือ 67,737 ราย
  • ภาคตะวันออก 64,150 ราย
  • ภาคใต้ 58,960 ราย
  • ภาคตะวันตก 24,755 ราย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยด้านสังคม การเดินทาง การทำงาน และพฤติกรรมสุขภาพ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ HIV

เชียงใหม่ไม่ได้ “HIV พุ่งผิดปกติ” แต่เป็นตัวเลขสะสมที่ต้องเข้าใจ

จากกระแสข่าวที่ระบุว่า “เชียงใหม่ติด HIV กว่า 23,900 ราย” ได้มีการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็น ผู้ติดเชื้อสะสมในระบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 723 ราย หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 2 ราย โดยแนวโน้มไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

กลุ่มผู้ติดเชื้อในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากอดีต โดยพบมากขึ้นในกลุ่ม

  • ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
  • กลุ่มประชากรต่างด้าว
  • กลุ่มชาติพันธุ์
  • ช่วงอายุ 25–49 ปี

ขณะที่กลุ่มเยาวชน แม้จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่จะไม่ได้สูงที่สุด แต่เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังจากปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น ซิฟิลิส และหนองใน

ความท้าทายใหม่ เมื่อยาดีขึ้น แต่การป้องกันลดลง

ปัจจุบันการรักษา HIV มีความก้าวหน้าอย่างมาก ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แต่ความสำเร็จของการรักษากลับกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เพราะทำให้บางคนลดความตระหนักในการป้องกัน

ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1. ความเข้าใจว่ายาต้านไวรัสทำให้โรคไม่น่ากลัว

ยาต้านไวรัสช่วยควบคุมเชื้อได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าการป้องกันไม่จำเป็น

2. การใช้ยา PrEP และ PEP แต่ละเลยการป้องกันอื่น

ยา PrEP (ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) และ PEP (ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) มีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้

3. การลดลงของการใช้ถุงยางอนามัย

โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งพบแนวโน้มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น

HIV ไม่ใช่จุดจบของชีวิต หากเข้าสู่การรักษา

ผู้ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยการรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปริมาณเชื้อในร่างกายจนไม่สามารถตรวจพบ และลดโอกาสแพร่เชื้อได้

สิ่งสำคัญไม่แพ้การรักษาคือ “การลดตราบาปทางสังคม” เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงยา แต่ต้องการการยอมรับ ความเข้าใจ และกำลังใจจากคนรอบข้าง

ย้อนดูสถิติ HIV ไทย 3 ปี พบแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ข้อมูลประมาณการสถานการณ์ HIV ประเทศไทย พบว่า

ปี 2567

  • ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ประมาณ 565,598 ราย
  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,124 ราย
  • เสียชีวิตประมาณ 9,067 ราย

ปี 2568

  • ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ประมาณ 568,565 ราย
  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 8,100 ราย
  • เสียชีวิตประมาณ 9,000–10,000 ราย

ปี 2569

  • ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ประมาณ 557,993 ราย
  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 8,000 ราย
  • เสียชีวิตประมาณ 8,500–9,000 ราย

แม้ตัวเลขโดยรวมมีแนวโน้มลดลง แต่กลุ่มเยาวชนอายุ 15–24 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการส่งเสริมความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ปลอดภัยและการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง

“รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้” กุญแจสำคัญหยุด HIV

สถานการณ์ HIV วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้ติดเชื้อเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจของคนทั้งสังคม การตรวจคัดกรอง การป้องกัน และการลดการตีตรา

เพราะ HIV ไม่ใช่โรคที่ทำลายชีวิต หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง แต่สิ่งที่ยังต้องแก้ไขคือ “ความไม่รู้” และ “ความประมาท” ที่อาจทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงเกิดขึ้นต่อไป

#HIV
#เอชไอวี
#โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
#สุขภาพดีวิถีใหม่
#รู้เร็วรักษาเร็ว
#BangkokToday
#บางกอกทูเดย์

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ