เดินผ่าน “ดวงตาพิฆาต” หนุ่มสุพรรณฯชีวิตเปลี่ยน กล้อง AI แจ้งมีหมายจับ!
หนุ่มสุพรรณฯฝันสลาย เดินผ่าน “ดวงตาพิฆาต” ถึงกับชีวิตเปลี่ยน เจอกล้องสแกนใบหน้าด้วยระบบ AI อัจฉริยะ ที่ติดตั้งอยู่ใน โมบายโปลิศตำรวจท่องเที่ยว ขณะกำลังเดินทอดน่อง ชมวิวพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าที่แหลมบาลีฮายพัทยาใต้ ถูกระบบล็อกเป้าระบุข้อมูลว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ” ชุดสืบฯท่องเที่ยว ไม่รั้งรอปราดประชิด ล็อกตัวไว้ได้ทันควัน
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว1 ที่ประจำรถปฎิบัติการเคลื่อนที่ CCOC Moblie กำลังเฝ้ามอนิเตอร์จอภาพ อยู่ภายในรถอัจฉริยะที่ติดตั้ง กล้องสแกนใบหน้าบุคคลที่เดินผ่านสัญจรไปมา เชื่อมต่อกับเทคโลโลยีสุดล้ำ ระบบAIอัจริยะ ซึ่งนำไปจอดบริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ท้องที่หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ระหว่างนั้น ปรากฎว่ามีชายไทยคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง ตัดผมรองทรง สวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงยีนต์ สะพายกระเป๋าสีดำเฉียงบ่า เดินผ่านเข้ามาในโซนรัศมี “ดวงตาพิฆาต” พอกล้องสแกนใบหน้าเท่านั้น ระบบ AIก็ได้ฉายแววความอัจฉริยะในเสี้ยววินาที ด้วยการล็อกเป้าหมาย พร้อมแจ้งข้อมูลว่าพบบุคคลที่มีหมายจับให้กับเจ้าหน้าที่ฯทันที
ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จึงเข้าไปควบคุมตัวไว้อย่างทันควัน ทราบชื่อคือ นายอิสระภาพ โทดา อายุ 30 ปี ที่อยู่ 15/2 หมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ .สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ จ 64/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ในข้อหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน”
สำหรับการนำเอาเทคโนโลยีสุดล้ำ มาใช้ในการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยพยายามสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดจากอาชญากรและอาชญากรรม ทั้งหมายจับ และโอเวอร์สเตย์ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
ในส่วนของ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1กก.2 บก.ทท.1 (ชลบุรี) ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้สั่งให้ พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4กก.2บก.ทท.1 และชุดสืบสวน ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ออกกวาดล้างอาชญากรรม สร้างพื้นที่ความปลอดภัย ให้ปลอดจากอาชญากรและอาชญากรรม ในพื้นที่เมืองพัทยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก
ด้วยการใช้เทคโนโลยีกล้องตรวจจับใบหน้าบุคคลด้วยระบบ AI โมบายเคลื่อนที่ จนสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับ ภายหลังจากที่ได้บันทึกการจับกุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ควบคุมตัวนายอิสระภาพ โทดา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้าง จ.ตราด ดำเนินคดีต่อไป
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวตรวจสอบสถิติการจับกุม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยใช้กล้องAI ของ “กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” พบว่า การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เชื่อมข้อมูล CIB ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวม 862 ราย
จำแนกแยกเป็น เชียงใหม่ 140 ราย, นครราชสีมา 316 ราย, ชลบุรี 173 ราย, ภูเก็ต 70 ราย, ขอนแก่น 38 ราย, หนองคาย 24 ราย, กาญจนบุรี 18 ราย, อุดรธานี 16 ราย, สงขลา 15 ราย, นครพนม 13 ราย, เลย 9 ราย, อุบลราชธานี 7 ราย, สมุทรสงคราม 6 ราย, พิษณุโลก 5 ราย, พระนครศรีอยุธยา 3 ราย, ตาก 2 ราย, สระแก้ว 1 ราย, นครสวรรค์ 1 ราย,เกาะสมุย 1 ราย และ สนามบินสุวรรณภูมิ 4 ราย
- อั๋นพันดาว
