สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าแผน New Heights, Next Growth ดันออมนิแชแนล–AI ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง พร้อมขยายสาขา Topส์ GO! และไทวัสดุ ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 4-5%

 เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าแผน New Heights, Next Growth ดันออมนิแชแนล–AI ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง พร้อมขยายสาขา Topส์ GO! และไทวัสดุ ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 4-5%

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย แต่บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2568 จากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “New Heights, Next Growth” ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก พร้อมสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ และปรับโฟกัสไปยังตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศไทยและเวียดนาม

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีร้านค้ารวม 3,596 ร้าน ครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ และสร้างสัดส่วนยอดขายถึง 80% ขณะที่ในประเทศเวียดนามมีร้านค้ารวม 127 ร้าน ครอบคลุม 26 จังหวัดจากทั้งหมด 34 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 20% พร้อมกันนี้ยังสามารถขยายฐานสมาชิก “The 1” ในเวียดนามได้มากกว่า 4.3 ล้านราย ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพด้านข้อมูลลูกค้าและการทำตลาดแบบเฉพาะบุคคล

ในส่วนของธุรกิจฮาร์ดไลน์ยังคงเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะ “ไทวัสดุ” ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีเครือข่ายรวม 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ และสร้างยอดขายในปี 2568 สูงถึง 43,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25%

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ New Growth Engine อย่าง “Auto 1” ก็เร่งขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เปิดสาขาใหม่เพิ่ม 13 แห่ง ทำให้มีสาขารวม 53 แห่ง และในปี 2569 บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 106 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการบริการด้านรถยนต์แบบครบวงจรของผู้บริโภคทั่วประเทศ

สำหรับปี 2569 ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่ง CRC เตรียมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี ภายใต้แนวคิด “Innovation in Action” ผ่าน 3 แนวทางหลัก

โดยแนวทางแรกคือการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ หรือ Uplift Customer Experience โดยต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนล ซึ่งในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมพัฒนาประสบการณ์ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect เพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อการช้อปปิ้งได้อย่างสะดวก

ส่วนแนวทางที่สองคือการปรับโฉมแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย หรือ Reinvent Concepts and Merchandise โดยในเวียดนามจะเน้นพัฒนาสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ขณะที่ในประเทศไทยจะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้าน KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่

และแนวทางที่สามคือการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน หรือ Drive Operational Excellence ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยในการบริหารลูกค้า การทำการตลาด การจัดการสินค้าและการกำหนดราคา รวมถึงการพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางให้เป็นระบบเดียว ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ลึกขึ้น และสามารถนำเสนอโปรโมชั่นและบริการแบบออมนิแชแนลได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับแผนการเติบโตในปี 2569 CRC เตรียมงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวตและขยายสาขาในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในไทยมีแผนเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์ 8–10 สาขา GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุอีก 3–5 สาขา ขณะที่เวียดนามจะขยายศูนย์การค้า GO! อีก 2 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และ Mini go! 6 สาขา

นอกจากนี้พร้อมกันนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2569 อยู่ที่ 4–5% และ EBITDA เติบโต 5–7% จากปีก่อน โดยยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัย เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในอนาคต

“เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เราจะเดินหน้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง พร้อมพัฒนาธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีก-ค้าส่งของไทยและภูมิภาค ภายใต้แนวคิด Retail & Wholesale for All และ Central to Life” นายสุทธิสาร กล่าวทิ้งท้าย

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ