สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

อิชิตัน รุกตลาดปุ๋ย ผนึกเอกยงวงศ์ตั้ง “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์

 อิชิตัน รุกตลาดปุ๋ย ผนึกเอกยงวงศ์ตั้ง “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์

“อิชิตัน กรุ๊ป” เดินเกมสร้าง New Growth Engine ขยายธุรกิจนอกเหนือจากเครื่องดื่ม ผนึก “กลุ่มเอกยงวงศ์” ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยรายใหญ่ของไทย จัดตั้ง “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” ลุยตลาดเกษตร มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาทต่อปี ใช้โมเดล Asset Light ต่อยอดแบรนด์ปุ๋ยพรีเมียม “Rampatec” พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวสู่ Agri Innovation Platform

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ร่วมทุนกับบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด จัดตั้งบริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดย ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ถือหุ้น 49% ถือเป็นการรุกเข้าสู่ภาคเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่องตามรอบการเพาะปลูก

ปัจจุบันตลาดปุ๋ยเคมีไทยมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียมที่กิจการร่วมทุนเตรียมเข้าแข่งขัน มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะใช้โมเดล Asset Light ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโครงสร้างธุรกิจขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย คู่ค้า ทีมขาย และความเชี่ยวชาญด้าน Sourcing และ Supply Chain ของกลุ่มเอกยงวงศ์ ควบคู่กับจุดแข็งด้านแบรนด์ เงินทุน วินัยทางการเงิน และมาตรฐานการกำกับดูแลของ ICHI

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขยายธุรกิจใหม่ของอิชิตันจะไม่เริ่มจากศูนย์ และไม่เลือกลงทุนเพียงเพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ต้องเป็นตลาดที่มีดีมานด์จริง มีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นธุรกิจที่บริษัทสามารถเติมเต็มจุดแข็งให้กันได้ โดยการร่วมทุนครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของอิชิตัน กรุ๊ป มาผสานกับประสบการณ์ในตลาดปุ๋ยกว่า 30 ปีของกลุ่มเอกยงวงศ์ เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่เติบโตไปพร้อมกับเกษตรกร

สำหรับกลุ่มเอกยงวงศ์ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2534 มีรายได้ในปี 2568 ประมาณ 3,200 ล้านบาท และมีจุดแข็งทั้งเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ คู่ค้าภายในประเทศ ความสัมพันธ์กับตลาด การบริหาร Supply Chain รวมถึงทีมปฏิบัติการที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรและพื้นที่เพาะปลูก

นายวุฒิพงศ์ วนากุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดปุ๋ยมี Barrier to Entry สูง ทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของคู่ค้า ความเข้าใจสินค้า การจัดหา Inventory และ Credit ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์ในการสร้าง การร่วมทุนกับอิชิตันจึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินทุนหรือการตลาด แต่เป็นการนำชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของ “ตัน” เข้ามาเสริมโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้ “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” จะไม่ได้เริ่มธุรกิจจากศูนย์ แต่จะรับโอนแบรนด์ปุ๋ยพรีเมียม “Rampatec” ซึ่งกลุ่มเอกยงวงศ์ทำตลาดมาแล้วประมาณ 3 ปี และมียอดขายล่าสุดราว 70 ล้านบาทต่อปี ทำให้กิจการร่วมทุนสามารถเริ่มสร้างรายได้และขยายตลาดได้ทันที โดยระยะแรกจะมุ่งเจาะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ไม้ผล และพืชส่งออก ก่อนขยายสู่ตลาด Premium Mass ในระยะต่อไป

ระยะยาวบริษัทวางแผนขยายจากธุรกิจปุ๋ยไปสู่ผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน อาทิ ปุ๋ยเคลือบอะมิโน สารอาหารรอง ผลิตภัณฑ์บำรุงดิน และปุ๋ย Slow Release พร้อมเป้าหมายพัฒนา “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” สู่ Agri Innovation Platform ที่คัดสรรนวัตกรรมการเกษตรจากทั่วโลกมาทดลองและพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเกษตรกรไทย

สำหรับโครงสร้างการลงทุน ICHI จะลงทุนในส่วนทุนไม่เกิน 76.5 ล้านบาท และทยอยชำระตามงวดที่กำหนดในสัญญา โดยช่วงแรกจะใช้สำหรับการจัดตั้งและเตรียมความพร้อม ก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด จะถูกรวมในงบการเงินรวมของ ICHI ตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ