สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘อนุทิน’ ชูไทยฐานผลิตเทคโนโลยีการแพทย์

 ‘อนุทิน’ ชูไทยฐานผลิตเทคโนโลยีการแพทย์

เปิดงาน International Healthcare Week 2026 ดึงลงทุน-นักวิจัยทั่วโลก หนุนไทยก้าวสู่ศูนย์กลางสุขภาพและนวัตกรรมการแพทย์ระดับภูมิภาค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน International Healthcare Week 2026 อย่างเป็นทางการ โดยประกาศวิสัยทัศน์ผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพระดับโลก พร้อมย้ำว่าไทยไม่ได้มีศักยภาพเพียงด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

และยังมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง นวัตกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพในอนาคต
โดยพิธีเปิดงานมีคณะทูตานุทูต ผู้บริหารองค์กรด้านสาธารณสุข นักวิจัย นักลงทุน และผู้ประกอบการจากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมสุขภาพของภูมิภาค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาคสาธารณสุขในปัจจุบันไม่ได้มีบทบาทเพียงการรักษาพยาบาลประชาชน หากแต่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศ หลังจากทั่วโลกได้เรียนรู้บทเรียนจากวิกฤตด้านสาธารณสุขในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทุกประเทศตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ของตนเอง รวมถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่

“วันนี้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงเรื่องการรักษาโรค แต่เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่ออนาคต ทั้งนี้ประเทศไทยต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก”นายอนุทิน กล่าว

ซึ่งเทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างรวดเร็ว ทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยโรค การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพที่กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยต้องเร่งใช้โอกาสดังกล่าวเพื่อดึงดูดนักลงทุน ผู้ผลิต นักวิจัย และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีให้เข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศ

พร้อมกันนี้รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมระบบนิเวศการลงทุน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่และเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดของตลาด แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของประเทศในอนาคต ซึ่งรัฐบาลมุ่งสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่พร้อมรองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมสุขภาพในทุกมิติ

นายอนุทิน กล่าวว่า จึงอยากเชิญชวนนักลงทุนและผู้ประกอบการจากทั่วโลกใช้เวที International Healthcare Week 2026 เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือใหม่ ทั้งด้านการลงทุน การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าและบริการด้านสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพของรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาค

“งาน International Healthcare Week 2026 ถือเป็นการรวบรวมงานแสดงสินค้านานาชาติด้านสุขภาพและการแพทย์สำคัญถึง 4 งานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและผลิตยา การผลิตเครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนธุรกิจบริการสุขภาพและเวลเนส”นายพัฒนา กล่าว

ขณะที่นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ผู้จัดงาน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีผู้แสดงสินค้ากว่า 1,200 บริษัทจากทั่วโลก พร้อมการประชุมวิชาการและสัมมนากว่า 200 หัวข้อ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดการลงทุน

คาดว่าตลอดการจัดงานจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 26,000 คน ซึ่งจะช่วยยกระดับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของเอเชีย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว

สำหรับงาน International Healthcare Week 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยประกอบด้วยงานสำคัญ 4 งาน ได้แก่ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec Southeast Asia และ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ครอบคลุมอุตสาหกรรมยา เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีการแพทย์ การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนธุรกิจสุขภาพและเวลเนสอย่างครบวงจร

อย่างไรก็ตามการจัดงานครั้งนี้ถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Healthcare Economy ของรัฐบาล ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรจากนานาชาติ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยบนเวทีโลกในอนาคต

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ