สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

สัมผัสติ่มซำ ฝีมือแชมป์ “เชฟกระทะเหล็ก” @ Dynasty Restaurant

 สัมผัสติ่มซำ ฝีมือแชมป์ “เชฟกระทะเหล็ก” @ Dynasty Restaurant

Dynasty Restaurant @ Centara Grand Ladprao สัมผัสเมนูติ่มซำ พรีเมี่ยม ฝีมือแชมป์ Iron Chef Thailand 2025

..“เชฟแจ็คกี้” ผู้พิชิต แชมป์ Iron Chef Thailand 2025 โดยเฉพาะ 6 เมนูติ่มซำพรีเมี่ยม ที่คว้าชัยชนะจากรายการเชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย…

นับเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้มีโอกาส มาสัมผัสกับห้องอาหารอันเลื่องชื่อ Dynasty Restaurant @ Centara Grand Ladprao ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน แต่ครั้งนี้ มีความพิเศษ มากไปกว่านั้น เพราะจะได้มาลิ้มลองความอร่อย ของอาหารจากฝีมือจอง เชฟระดับตำนาน “เชฟแจ็คกี้” ผู้พิชิต แชมป์ Iron Chef Thailand 2025 โดยเฉพาะ 6 เมนูติ่มซำพรีเมี่ยม ที่คว้าชัยชนะจากรายการเชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย

ก่อนที่จะไปลิ้มลองความอร่อย ทั้ง 6 เมนู ติ่มซำ ของเชฟแจ็คกี้ ก็ต้องมาทำความรู้จักกับ เชฟผู้พิชิต แชมป์ Iron Chef Thailand 2025 กันก่อน โดยเชฟแจ็คกี้ เล่าว่า เชาเป็นเชฟชาวฮ่องกง ที่ชื่นชอบการทำอาหาร และมีประสบการณ์ในวงการอาหารระดับนานาชาติมาแล้วมากกว่า 20 ปี ทั้งในร้านอาหาร และ โรงแรมระดับ 5 ดาวในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์มาแล้ว ก่อนที่จะมารับตำแหน่งเป็น Head Chef ของห้องอาหาร ไดนาสตี้ แห่งนี้

ประสบการณ์อันแสนประทับใจ ของเชฟแจ็คกี้ ไม่ใช่แค่การทำงานในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ เท่านั้น แต่ยังเคยได้รับความไว้วางใจ ในการปรุงอาหารถวายพระราชวงศ์ไทย ในช่วงงานฉลองเทศกาลตรุษจีน มาอย่างต่อเนื่องถึง 6 ปีกันเลยทีเดียว ซึ่งเมนูอาหารที่เชฟแจ็คกี้ มีความเชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่ จะเป็นอาหารจีนกวางตุ้ง ติ่มซำ ที่มีความโดดเด่นด้วยสไตล์ที่ร่วมสมัย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ และรสชาติในแบบดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี และด้วยประสบการณ์ ที่มีมาอย่างยาวนานนี้เอง ทำให้ เชฟแจ็คกี้ สามารถคว้าตำแหน่ง “เชฟผู้พิชิต” จากรายการ เชฟกระทะเหล็ก หรือ Iron Chef Thailand 2025 จากโจทย์สุดท้าทาย “ยกระดับติ่มซำพรีเมียม” มาครอบได้อย่างไม่มีข้อกังชาเลย

รู้จักกับ เชฟแจ็คกี้ กันคร่าวๆ แล้ว ก็ขอมาทำความรู้จัก กับ เมนูติ่มซำที่เป็นไฮไลท์ ในการแข่งขันในรายการเชฟกระทะเหล็ก กันบ้าง โดยมีอยู่ด้วยกันถึง 6 เมนู ที่ถือเป็นจานเด็ด ที่บอกเลยว่า ใครเห็นแล้วก็ต้อง อึ้ง ! และ ร้อง ว้าว! กันเลยทีเดียว ทั้งสีสัน และรสชาติ ที่บอกได้คำเดียวว่า อร่อย ! มาก

เมนูติ่มซำ จานแรกเลย ก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวหลอดเล้งกรอบทรัฟเฟิล” ที่มีเอกลักษณ์ เป็นสีชมพูอมแดง ดูสวยงาม ซึ่งเชฟแจ็คกี้ อธิบายว่า ตัวก๋วยเตี๋ยวหลอที่มีสีแดง เพราะนำเอาสีของบีทรูท มาผสม ขณะที่ตัวก๋วยเตี๋ยวก็มีความนุ่มหนึบ แต่ที่ทำให้ตื่นตะลึงกับรสสัมผัสก็คือ พอกัดเข้าไปคำแรก นอกจากจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มหนึบของก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังสัมผัสได้ถึงความกรุบกรอบ ที่เกิดจาก การนำเอาเนื้อเล้ง หรือ เนื้อส่วนกระดูกสันหลังของหมู ที่ต้มแล้ว มาแกะเนื้อแล้ว ไปอบให้แห้ง แล้วนำไปผสมเนื้อกุ้ง ก่อนนำมาเกลี่ยลงบนแผ่นแป้งแล้วห่อ ก่อนนำไปนึ่ง ก่อนนำไปเสิร์ฟ รับประทานคู่กับน้ำซอสทรัฟเฟิล ยิ่งทำให้หอมและอร่อยมากขึ้น

จานต่อมา “ปลาแซลมอนเจี๋ยนซอสพริกสิงคโปร์ เสิร์ฟคู่หมั่นโถวนมสด” ถือเป็นอีกหนึ่งจานที่แปลกใหม่ และโดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเชฟนำเนื้อปลาแซลมอนชิ้นหนาเบิร์นไฟ โดยเฉพาะส่วนหนังของเนื้อปลา ให้มีความกรอบเล็กน้อย แต่เนื้อยังคงชุ่มฉ่ำ แล้วราดด้วยซอสสิงคโปร์ ที่มีความเผ็ดร้อน โดยเสิร์ฟคู่กับหมั่นโถวนมสด ที่มาทั้งแบบทอด และ นึ่ง บอกเลยว่า รับประทานคู่กันแล้ว อร่อยตาพริ้ม ไปเลย

“ฮะเก๋าเล้งทอดพริกเกลือ” อีกหนึ่งจานเด็ดติ๋มซำพรีเมี่ยม ที่หากไม่ได้รับประทาน ถือว่า พลาด ..เพราะตัวแป้งฮะเก๋ามีความกรอบบาง ๆ ขณะที่ตัวไส้ด้านใน มีความนุ่มอร่อย แต่ความโดดเด่นอยู่ที่ การนำเนื้อเล้ง มาแกะ และทอดกับพริกเกลือสไตล์ฮ่องกง ทำให้เกิดมิติของรสชาติ ที่ทำให้อยากกินอีก แบบหยุดไม่ได้เลยกันทีเดียว

 

 

ผ่านไปแล้ว 3 เมนู แม้จะเริ่มรู้สึกท้องตึงๆ เพราะกินไปเยอะ แต่ด้วยความอร่อยทำให้ยังหยุดไม่ได้ เลยต้องขอต่อด้วยเมนูที่ 4 ซึ่งก็คือ “ปอเปี๊ยะแซลมอนทอดครีมวาซาบิ” ซึ่งเมนูนี้ เชฟรังสรรค์คด้วยการนำเนื้อปลาแซลมอย มาห่อด้วยแป้งขนมปังที่ซอยเป็นเส้น ก่อนนำไปทอด จนกรอบฟูสวยงามราวกับเส้นไหม ก่อนเสิร์ฟพร้อมครีมวาซาบิ บอกได้คำเดียวว่าอร่อย จนใจละลายกันเลยทีเดียว

ขอพักยก ด้วยการซดน้ำซุบหอมๆ จาก เมนู “เกี๊ยวกุ้งมังกรเจ็ดสียอดน้ำซุป” น้ำซุปหอมนอกจากจะหอมและหวานจากเนื้อกุ้งมังกรแล้ว ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นทะเลที่อวลอยู่ภายในปาก ทำให้รู้สึกสดชื่น ยิ่งได้รับประทานคู่กับเกี๊ยว ที่อัดแน่นด้วยเนื้อกุ้งมังกรชิ้นโต …โอ้ว! สุดยอดจริงๆ ต้องยกนิ้วให้เมนูนี้ เป็นอีกเมนูติ่มซำจานเด็ดเลย

ปิดท้าย กับ “ไก่ตอนทรงเครื่องเป๋าฮื้อห่อใบบัว” ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่ เนื้อไก่ตอนที่จัดวางมาอย่างสวยงาม คู่กับเป๋าฮื้อตัวโตๆ บนข้าวที่ห่อด้วยใบบัว โดยเมนูนี้ นอกจากเนื้อไก่ตอน และเป๋าฮื้อแล้ว ยังรวมวัตถุดิบชั้นเลิศ อย่าง เป็ดย่าง เห็ดหอม และกุ้งแห้งตัวโตๆ ซึ่งทั้งหมดจะถูกผัดรวมกัน แล้วนำไปห่อด้วยใบบัว ก่อนนำไปนี่ง จนหอม…ถือเป็นเมนูสุดรังสรรค์ ที่ทำให้สัมผัสได้ถึง ความพรีเมี่ยม ที่ไม่ซ้ำใครกันเลยทีเดียว

 

ที่ห้องอาหาร “ไดนาสตี้” ยังมีติ่มซำ อีกมากมายพร้อมเสิร์ฟ มากกว่า 36 รายการ รวมถึงอาหารนานาชนิด ที่อยากให้ทุกคนได้มาลองลิ้มกับความอร่อย และ บรรยากาศภายในห้องอาหาร ที่ยังคงเสน่ห์ตามแบบห้องอาหารจีนได้อย่างดี โดยห้องอาหาร ไดนาสตี้ เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงกลางวัน ให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. ซึ่งห้องอาหาร ตั้งอยู่บนชั้น M ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งทางรถยนต์ หรือจะมาโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ สำรองโต๊ะ โทร. 02 541 1234

b.boon

น่าสนใจสำครับคุณ